ไม่ได้แอ้มหรอก! ยายเล่านาที แก๊งตุ๋นสลาก หลอกขายเครื่องใช้ไฟฟ้าสูงกว่าราคาจริง

ไม่ได้แอ้มหรอก! ยายเล่านาที แก๊งตุ๋นสลาก หลอกขายเครื่องใช้ไฟฟ้าสูงกว่าราคาจริง

วันที่ 9 มี.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้ในหลายพื้นที่ของจังหวัดอุทัยธานี มีแก๊งต้มตุ๋นหลอกจับสลากขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดหลายเท่าตัว โดยกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ จนทำให้ทางสถานที่ตำรวจภูธรต้องออกมาประกาศแจ้งเตือน ให้ประชาชนทุกพื้นที่คอยสอดส่องเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลดังกล่าว ซึ่งก็พบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกสูญเงินกันไปแล้วหลายราย

ซึ่งล่าสุดเป็นหญิงสูงอายุวัย 77 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลโคกหม้อ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ได้เข้าแจ้งความเรื่องดังกล่าวนี้ไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรทัพทัน อย่างไรก็ตาม แก๊งต้มตุ๋นกลุ่มนี้ไม่สามารถหลอกขายเครื่องใช้ไฟฟ้าได้สำเร็จ เพราะคุณยายมีไหวพริบ รู้ทันเหลี่ยมแก๊งต้มตุ๋นเหล่านี้

นางเยื้อน โสฬัส อายุ 77 ปี ชาวบ้าน หมู่ 4 บ้านเขาลูกช้าง ตำบลโคกหม้อ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.58 น. ตนเองนั่งอยู่ที่หน้าบ้าน ซึ่งวันนั้นมีคนมาหาที่บ้าน 2 คน และมีหลานชายอยู่ด้วย 1 คน

โดยในช่วงเวลานั้นมีชายวัยกลางคน 3 คน รูปร่างสันทัดสวมหน้ากากอนามัย อายุประมาณ 40 ปี ขับกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะคล้ายเปื้อนฝุ่น มองหมายเลขทะเบียนไม่ชัด มาจอดที่บริเวณลานดินหน้าบ้าน โดยมีชายสองคนเดินลงมาถามตนว่ามีผงซักฟอกมาขายให้ราคา 1 บาท กับ 5 บาท พร้อมถือกล่องเครื่องใช้ไฟฟ้าลงมาด้วย โดยมีทั้งหม้ออบไฟฟ้า หม้อหุงข้าว เตารีด ฯลฯ มาแสดงต่อหน้าตน

นางเยื้อน เล่าอีกว่า จากนั้นกลุ่มชายดังกล่าว พยายามพูดชักจูงให้เล่นเปิดสลากเพื่อชิงโชคเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำมาแสดง โดยหากเปิดไม่ได้อะไรก็จะได้ผงซักฟอกไปแทน แต่ถ้าเป็นรางวัลใหญ่จะเสียค่าเปิดสลาก 39 บาท แต่ถ้าหากประสงค์จะเล่นขอเปิดเอง ซึ่งมีทั้งรางวัลรถจักรยานยนต์ รถไถนา จะเสียค่าเปิดเล่นสลากในราคาสูงขึ้น

“ซึ่งตลอดเวลาตนเองนั้นก็ได้บอกปฏิเสธไปตลอด พร้อมกับไม่ให้ชายทั้ง 2 คนนั้นถูกต้องตัว และไม่แตะต้องสลาก หรือของที่ชายทั้ง 2 นำมาวางไว้เลย แต่ทั้ง 2 คนนั้นยังพยายามพูดโน้มน้าวชวนให้เปิดสลากให้ได้แต่ตนเองก็ยังปฏิเสธไปเหมือนเดิม จากนั้น 1 ใน 2 คนที่มาด้วยกันนั้นก็ทำการฉีกสลากเปิดขึ้นมาเอง และบอกกับตนว่าโชคดีเปิดได้หม้ออบไฟฟ้า แต่ต้องจ่ายเงินให้บริษัทในราคา 6,000 บาท จากราคาจริงของเครื่อง 10,000 บาทเศษ แต่ตนเองนั้นไม่หลงเชื่อ และไม่ยอมชำระเงินให้ ทำให้ทั้ง 2 คนนั้นได้พูดลักษณะบังคับให้จ่ายเงิน โดยบอกกับตนว่าได้แกะกล่องเครื่องใช้ไฟฟ้าและเปิดสลากเสี่ยงโชคไปแล้ว ซึ่งตนนั้นไม่เคยแตะต้องเลย” นางเยื้อนกล่าว

นางเยื้อนระบุต่อว่า จากนั้นตนเองจึงลุกเดินหนีเพื่อจะขึ้นไปบนบ้าน โดยบอกให้ชายทั้ง 2 คนนั้นกลับไป แต่ทั้งคู่ไม่ยอมกลับตน จึงบอกว่าถ้าไม่กลับจะโทรศัพท์แจ้งผู้ใหญ่บ้าน แต่ทั้ง 2 คนนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลัว ตนจึงตัดสินใจเรียกหลานชายที่นอนเปลอยู่ใต้ถุนบ้าน ให้โทรตามพ่อหลาน ซึ่งเป็นลูกชายของตนเองกลับมาที่บ้านโดยด่วน ซึ่งนายชุติพนธ์ ผู้เป็นหลานชายนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ เพราะได้ทำการแอบถ่ายภาพวิดีโอเอาไว้หมดแล้ว พร้อมได้โทรศัพท์หาผู้เป็นพ่อตามที่ย่าสั่งทันที จากนั้นชายทั้ง 2 รายไหวตัวทัน และชักชวนกันขนของกลับก่อนขับรถยนต์ออกจากบ้านของตนเองไปทันที

“อยากฝากเตือนกลุ่มผู้สูงอายุด้วยกันอีกด้วยว่า หากมีกลุ่มคนเข้ามาแสดงพฤติกรรมแบบนี้ให้ระวังตัว อย่าให้แตะต้องตัวและอย่าไปจับต้องสิ่งของใดๆ ของเขาเด็ดขาด และให้บอกปัดไปเลยทันทีว่าไม่เล่น ไม่เอา” นางเยื้อนกล่าว

ด้านนายชุติพนธ์ โสฬัส อายุ 22 ปี ผู้เป็นหลายชายเล่าว่า ตนเองนั้นคิดไว้แล้วว่า น่าจะเป็นพวกหลอกลวงจึงได้ทำการแอบถ่ายวิดีโอเอาไว้ และทำทีเหมือนไม่ได้สนใจอะไรกับเหตุการณ์ พร้อมทั้งทำการเช็กราคาสินค้าที่นำมาเสนอขายให้กับย่าไปด้วย โดยของที่นำมารวมกัน 3 ชิ้นแล้วยังอยู่ที่ราคาไม่ถึง 2,000 บาท แต่มาเสนอขายให้ราคาที่สูงกว่าท้องตลาดถึงเท่าตัว ซึ่งตอนนั้นหากย่าหลวมตัวจ่ายเงิน ตนเองก็จะเข้าไปห้ามไม่ให้จ่ายแน่นอน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจภูธรทัพทัน ได้ลงพื้นที่ดูกล้องวงจรปิดที่บริเวณ องค์การบริหารส่วนตำบลโคกหม้อ ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ แต่ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดนั้นเสีย ส่วนกล้องวงจรปิดจุดอื่น เช่น ในตลาดทัพทัน สี่แยกทัพทัน ฯลฯ ซึ่งเป็นจุดก่อนเกิดเหตุ อยู่ในระหว่างดำเนินการ

นอกจากนี้ ได้ประสานข้อมูลกับฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจภูธรสว่างอารมณ์ และสถานีตำรวจภูธรตลุกดู่ ให้ช่วยตรวจสอบบ้านเช่าในพื้นที่ ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนดังกล่าวนี้อาจไปเช่าบ้านอาศัยอยู่ รวมทั้งตรวจสอบกรณีเทียบเคียงหลายพื้นที่ที่เคยเป็นข่าว เพื่อลงรายละเอียดในการสืบสวน และแจ้งข้อมูลสายตรวจตำบล เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสายงานรับทราบ เพื่อช่วยตรวจสอบและสอดส่องดูแล พร้อมได้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสู่ชุมชน เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังป้องกัน หากพบกรณีดังกล่าว สามารถโทรแจ้ง 191 ได้ทันที อีกด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“อุปทูตฯสหรัฐ” หารือแก้ ‘ฝุ่น’เชียงใหม่ ผู้ว่าฯเผยปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว
บทความถัดไปส.กีฬามวยสากลปลื้ม ‘ไอโอซี’ เลือก ‘ไพบูลย์-กานต์’ ทำหน้าที่ตัดสินกำปั้นคัด อลป.