‘ฮาซิม’ ตัวการขนแรงงานเถื่อน เงินหมุนเวียนปีละ 14 ล้าน ใช้วิธีสวมบัตรปชช.-บัตรต่างด้าว ตบตา(มีคลิป)

คืบหน้ากรณี ตร.สภ.ทองผาภูมิ จับกุม ‘ฮาซิม’ ตัวการใหญ่ขบวนการขนแรงงานเถื่อน สารภาพทำมา 3 ปี พบเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 1 ล้านบาท ปีละ 14 ล้านบาท เผยมีไม่ต่ำกว่า 10 เครือข่ายใน อ.สังขละบุรี ขณะที่ ตร.พบใช้วิธีสวมบัตร ปชช.ไทย-บัตรต่างด้าวสีชมพู ตบตา

ความคืบหน้ากรณีที่ พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ และ พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี ลงพื้นที่จุดตรวจสามแยกทองผาภูมิ เพื่อติดตามการจับกุม นายฮาซิม จิรกิจบำรุงกุล ชาวอำเภอสังขละบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ นำโดย พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ผกก.สภ.ทองผาภูมิ สนธิกำลังกับ หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ฝ่ายปกครอง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตชด. และ ศรภ.สกัดจับกุม นายฮาซิม ขณะเดินทางผ่านจุดตรวจ ซึ่งยืนยันเป็นบุคคลตามหมายจับความผิดฐาน “ใช้ จ้าง วาน หรือร่วมกันช่วยเหลือ หรือให้การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย”

ซึ่งจากการซัดทอดของ นายเกรียงศักดิ์ จรรยา ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำหน้าที่ในการขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน 19 คน ซึ่งตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ สกัดจับกุมได้บริเวณทางเข้าสำนักสงฆ์ทิพุเยวนาราม ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ ซึ่ง นายเกรียงศักดิ์ รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นายฮาซิม เจ้าของรถยนต์ ในการขนแรงงานต่างด้าว ครั้งละ 2,000 บาท ตำรวจจึงขยายผล รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ นายฮาซิม

โดย พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ สั่งการติดตามการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ซึ่ง พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 สั่งการจับกุมอย่างต่อเนื่อง และขยายผลจับกุมขบวนการที่เกี่ยวข้อง

ผลจากการตรวจค้นบ้านพัก นายฮาซิม ที่อำเภอสังขละบุรี เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดซิมโทรศัพท์ เอกสารการขอสัญชาติไทย และสมุดบัญชีเงินฝาก ที่พบว่าในช่วงต้นปี 2563 เป็นต้นมา มีเงินฝากในบัญชีมากกว่า 5 ล้านบาท ครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท สูงสุด 6 แสนบาท โดยหยุดการเคลื่อนไหวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2563 และมาเคลื่อนไหวอีกครั้งเมื่อเดือนเมษายน 2564 โดยพบว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน มีเงินฝากเข้าบัญชีสูงสุด 1,085,000 บาท และในวันที่ 28 เมษายน มีเงินเข้า 2 หมื่นบาท ขณะตรวจค้นที่บ้านพัก นายฮาซิม ปฏิเสธว่าให้รถยนต์กับนายเกรียงศักดิ์ยืมรถยนต์ไปซื้อไก่ ส่วนเงินรายได้มาจากการขายมันสำปะหลัง ได้กิโลกรัม ละ 1 บาท และขายไม้กวาด อันละ 2 บาท แต่จากการสืบสวน ตำรวจมีพยานยืนยันว่า นายฮาซิม เป็นตัวการใหญ่ในฝั่งไทยที่นำพาแรงงานต่างด้าวจากประเทศเมียนมา

พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ผกก.สภ.ทองผาภูมิ จึงนำตัวไปสอบสวนต่อที่ สภ.ทองผาภูมิ จนนายฮาซิม ยอมรับสารภาพว่า ได้ว่าจ้าง นายเกรียงศักดิ์ ให้ขนแรงงานจากจงอั่ว อำเภอสังขละบุรี ไปส่งที่อำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี ให้ค่าจ้างครั้งละ 4-5 พันบาท โดย นายฮาซิม ได้ค่าหัวแรงงาน คนละ 7,000 บาท จากนายหน้า ชื่อ แง ในฝั่งเมียนมา ทำหน้าที่ขนแรงงานด้วยรถยนต์

นายฮาซิม ยอมรับว่าในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ได้นำพาแรงงานต่างด้าวไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 13 คน รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100 คน เพิ่งจะมาถูกจับกุมได้ 19 คน โดยนายหน้าฝั่งเมียนมา จะคิดค่าหัวแรงงานคนละไม่ต่ำกว่า 12,000 – 16,000 บาท ส่วนตัว นายฮาซิม ยืนยันว่า ไม่เคยจ่ายค่าผ่านทางให้เจ้าหน้าที่ แต่จะใช้วิธีเลี่ยงด่านตรวจมากกว่า หลังจากถูกจับกุมครั้งนี้ยืนยันว่าไม่กล้าทำอีกแล้ว

และยังยอมรับด้วยว่า ตนเองเป็นขบวนการที่ขนเส้นทางรถยนต์เป็นหลัก แต่งมีกลุ่มอื่นที่ขนทางเรือ และเท่าที่มีข้อมูล น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 10 กลุ่มในพื้นที่ อ.สังขละบุรี ที่เป็นขบวนการนำพา โดยกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มเป็นเครือข่าย นายโทน ชาวเมียนมา ที่ใช้รถยนต์ 4 คัน ขนแรงงานต่างด้าว 77 คน และถูกตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ สกัดจับได้เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่ง พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ผกก.สภ.ทองผาภูมิ ได้ออกหมายจับขบวนการนำพาไป 1 ราย มอบตัว 1 รายกำลังติดตามตัวอีก 1 ราย และยังพบว่าขบวนการนี้มีวิธีการในการสวมบัตรประจำตัวประชาชน และบัตรต่างด้าวสีชมพู เพื่อใช้ตบตาเจ้าหน้าที่ในการผ่านด่านตรวจ ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี จึงสั่งดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

สำหรับการจับกุม นายฮาซิม จึงถือเป็นการจับกุมขบวนการนำพาแรงงานต่างด้าว รายใหญ่เครือข่ายหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะพื้นที่ สภ.ทองผาภูมิ ที่ถูกใช้เป็นทางผ่านจากชายแดนอำเภอสังขละบุรี ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้สกัดจับแรงงงานต่างด้าวได้ 153 คน จับกุมขบวนการนำพาได้ 15 คนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากคำรับสารภาพพบว่า นายฮาซิม หัวหน้าขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมารายใหญ่รายหนึ่งของอำเภอสังขละบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี จากค่าหัวที่ได้ข้างต้นก่อนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ นายฮาซิม มีเงินหมุนเวียนอยู่ที่สัปดาห์ละ 300,000 บาท หรือเดือนละประมาณ 1,200,000 บาท หรือปีละ 14,000,000 บาทเลยทีเดียว ส่วนช่วงเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นายฮาซิม มีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จุรินทร์ช่วยผู้พิการดันให้ฉีดวัคซีนก่อน พร้อมเปิดรพ.สนามเพื่อผู้พิการ ที่ปทุมธานี 1 มิ.ย.นี้
บทความถัดไปพุทธอภิวรรณ เผยเหตุไม่มี ‘จิตดี’ รายการทุบโต๊ะข่าว ยันส่งไปสู้ศึกยามเช้า ได้พูดเยอะขึ้น