มอบตัวแล้ว! อัจฉริยะ เข้าพบพนักงานสอบสวน หลังถูกศาลออกหมายจับ คดีหมิ่นศาล

มอบตัวแล้ว! อัจฉริยะ เข้าพบพนักงานสอบสวน หลังถูกศาลออกหมายจับ คดีหมิ่นศาล

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายอัจฉริยะ หรือธัญเทพ หรือรเณศ หรือโรจน์ทวี เรืองรัตนพงศ์ ประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้าพบกับ พ.ต.อ.ประเวศ ศรีนาค ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อแสดงตัวติดต่อขอมอบตัวหลังจากศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับ ในข้อหาดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษา ในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า การออกหมายจับคดีนี้ ครั้งนี้เป็นการออกหมายจับที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับ เป็นการแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพราะเป็นการแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จไปแสดงต่อศาล เกิดขึ้นจากพนักงานสอบสวนของ สภ.พระนครศรีอยุธยา และ สภ.สำโรงใต้ ที่ตนเองมีภูมิลำเนาอยู่ตามบัตรประชาชน อ้างว่าบ้านของตนเองที่ สมุทรปราการ ถูกรื้อถอนไปแล้วไม่มีภูมิลำเนาเป็นหลักแหล่ง

ตนมีพยานหลักฐาน การจ่ายค่าน้ำค่าไฟ มีผู้ใหญ่บ้านยืนยันว่าเราอยู่บ้านนี้มาโดยตลอด 10 ปี แสดงให้เห็นว่าข้ออ้างของพนักงานสอบสวน ถือว่าพนักงานสอบสวน ทั้ง 2 ยื่นหลักฐานอันเป็นเท็จให้ศาลอนุมัติออกหมายจับ จะใช้สิทธิฟ้องร้องพนักงานสอบสวน ทั้ง 2 โรงพัก
คดีนี้ตนให้ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม

เราได้มาแสดงตัวเมื่อทราบว่าเราถูกออกหมายจับ เพื่อมอบตัว ต่อสู้คดีในชั้นศาล แต่สิ่งที่เรารับไม่ได้คือ เอกสารหมายจับออกไปเผยแพร่ให้กับคนภายนอก ทั้งที่ตัวเองอยู่กับทางท่านผู้กำกับ สภ.พระนครศรีอยุธยา ตนต้องมีสิทธิที่จะต้องปกป้องเอกสารหมายจับนี้ เพราะยังอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ฝากถึงท่าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ว่าทำไมพนักงานสอบสวนนำหมายจับของตนออกไปเผยแพร่ต่อบุคคลภายนอกได้อย่างไร ผมยังเป็นแค่ผู้ที่ถูกกล่าวหา ยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ คดีนี้มีลับลมคมในเยอะ เรียนสื่อมวลชน การออกหมายจับครั้งนี้ มีใบสั่ง มีการทำพยานหลักฐานเท็จ หลังจากทำการลงบันทึกประจำวันเสร็จ ทางพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวนายอัจฉริยะชั่วคราว เนื่องจากเป็นบุคคลมีชื่อเสียง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

สำหรับคดีนี้ นายอัจฉริยะได้มีการไลฟ์สด ใส่ร้ายศาลยุติธรรมว่า มีการล็อกผู้พิพากษาเพื่อช่วยให้นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชน จนชนะคดี ซึ่งเรื่องนี้สำนักงานศาลยุติธรรมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าไม่เป็นจริงอย่างที่นายอัจฉริยะกล่าวอ้าง

ต่อมา เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2563 นายสุกิจ พูนศรีเกษม ได้นำพยานหลักฐาน คลิปวิดีโอการไลฟ์สดของนาย อัจฉริยะ เข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สู้สุดใจ! ลูกยางสาวพ่าย ‘เนเธอร์แลนด์’ 3 เซตรวด ยังรอชัยชนะต่อไป
บทความถัดไปสสจ.นนทบุรี เปิดตัว ‘นนท์พร้อม’ โฉมใหม่ มีครบทั้งลงทะเบียนรับวัคซีน ตรวจสอบสิทธิ แจ้งนัดหมาย