ผู้ต้องหาคดียาเสพติดสะเดาะกุญแจชกหน้า ตร. บนโรงพัก สภ.ขามทะเลสอ เย็บ 3 เข็ม (คลิป)

ผู้ต้องหาคดียาเสพติดสะเดาะกุญแจชกหน้าตำรวจบนโรงพัก สภ.ขามทะเลสอ เย็บ 3 เข็ม เผยโดนอ่วม 4 ข้อหา

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพที่แคปจากกล้องวงจรปิด ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุว่าเหตุเกิดบนโรงพัก สภ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา จนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บต้องเย็บแผล 3 เข็ม ซึ่งชาวโซเชียลได้แชร์ต่อเป็นอย่างมาก

ล่าสุด วันนี้ (4 มิถุนายน 2564) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.วุฒิชัย สุคนธวิท ผกก.สภ.ขามทะเลสอ ได้รับการเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีชายลักษณะคล้ายเมายาเสพติด ก่อเหตุอาละวาดเผาทรัพย์สินของชาวบ้าน ในชุมชนแห่งหนึ่ง ห่างจาก สภ.ขามทะเลสอไปประมาณ 1 กม. ตนจึงได้สั่งการให้ร้อยเวรลงพื้นที่ไปตรวจสอบ และทำการจับกุมตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวนที่ สภ.ขามทะเลสอ ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ก็ได้รับสารภาพว่าเสพยามาจริง ได้รับยาบ้าจากคนในพื้นที่มาเสพ จึงได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหามาเพิ่มอีก 1 ราย

หลังจากนำผู้ต้องหามาสอบสวนที่ สภ.ขามทะเลสอ ทางร้อยเวรก็ได้ทำการใส่กุญแจมือตลอด แต่เนื่องจากผู้ต้องหาใส่เสื้อแขนยาว จึงทำให้สามารถรูดมือออกจากกุญแจมือได้ และใช้จังหวะที่สิบเวรกำลังนั่งทำบันทึกอยู่ ทำการถอดกุญแจมือข้างหนึ่ง แล้วชกเข้าที่ใบหน้าสิบเวรจนเป็นแผลต้องเย็บ 3 เข็มดังกล่าว โชคดีที่ตำรวจนายอื่นเข้ามาช่วยจับไว้ได้ทัน จึงได้ควบคุมตัวไปเข้าห้องขังไว้

ซึ่งจากการสอบประวัติผู้ต้องหารายนี้ เบื้องต้นทราบว่า เคยมีคดีเก่าติดตัวมาก่อน ทั้งคดียาเสพติด ลักทรัพย์ และทำร้ายร่างกาย อีกทั้งยังมีหมายจับอีกด้วย เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อหา 3 ข้อหาด้วยกัน คือ เสพยาเสพติดให้โทษ, ทำร้ายเจ้าหนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่, วางเพลิงและเผาทรัพย์สินของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ก่อนที่จะส่งสำนวนฝากขังต่อศาล พร้อมกับยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัวด้วย เนื่องจากถือว่าเป็นบุคคลอันตราย

ส่วนภาพที่หลุดไปนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งต่อในไลน์กลุ่ม เพื่อเตือนตำรวจท่านอื่นว่า บุคคลคนนี้เป็นคนอันตราย ให้ระวังไว้ แต่คงจะมีการแชร์ต่อจนหลุดไปสู่สาธารณชน และกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ในขณะนี้

ด้าน พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 3 ได้โพสต์ชี้แจงถึงเรื่องนี้ในเพจ “ตำรวจโคราช ยินดีรับใช้ครับ” ว่า กรณีพนักงานสอบสวน สภ.ขามทะเลสอ โคราช ถูกผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ผกก.สภ.ขามทะเลสอ จว.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากท่านนายอำเภอขามทะเลสอ ว่ามีเหตุคนร้ายขึ้นบ้านจำนวนหลายหลังที่หมู่บ้านเคหะวิว ได้แจ้งฝ่ายสืบสวนและร้อยเวร 20 ให้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานในบริเวณดังกล่าว

จากการสืบสวนเบื้องต้นจากกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวพบผู้ต้องสงสัยและนำภาพมาให้พยานดูยืนยันว่าใช่ผู้ก่อเหตุ มีลักษณะคล้ายเมายา และออกเดินเอะอะโวยวายทุบทำลายประตูบ้านคนในหมู่บ้าน และต่อมาวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ได้ทำการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ขณะกำลังนำสิ่งของมาเผาหน้าบ้านคนในหมู่บ้านเคหะวิว สอบถามเบื้องต้นทราบว่าเพิ่งเสพยาบ้ามา 2 เม็ด จึงได้ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกายจึงได้จับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากนั้นได้นำตัวไปตรวจค้นบ้านไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย และได้ติดตามเพื่อนที่นำยาบ้ามาให้และร่วมกันเสพยาเสพติดด้วยกันมาดำเนินคดี และให้ฝ่ายสืบสวนติดตามเจ้าทุกข์ในคดีวางเพลิง ทำให้เสียทรัพย์มาร้องทุกข์เพิ่ม โดยได้พาผู้ต้องหาไปนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพที่ได้บุกรุกและทำให้เสียทรัพย์อีก 3 คดี

ต่อมาขณะพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาปรากฏว่า ผู้ต้องหาโดยใส่เครื่องพันธนาการกุญแจมืออยู่ ผู้ต้องหาได้กระชากกุญแจมือที่ใส่หลุดออกและเนืองจากมีอาการเมายาได้เข้าทำร้ายพนักงานสอบสวน ซึ่งขณะนั้นสิบเวรซึ่งยืนอยู่หน้าประตูห้องสอบสวนด้านในได้เข้ามาช่วยจับตัวไว้และนำเข้าห้องควบคุม และนำพนักงานสอบสวนส่งโรงพยาบาลขามทะเลสอ เย็บแผลไป 3 เข็ม เนื่องจากถูกปลายกุญแจมือที่ติดอยู่ที่มือของผู้ต้องหาด้านขวากระแทกใบหน้าเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่ง สภ.ขามทะเลสอ ได้รายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว

พล.ต.ต.ไพศาล กล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้งนี้ตนขอเป็นกำลังใจให้หายโดยเร็ว และขอให้พี่น้องตำรวจทุกนายพึงระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ไม่ประมาท ปฏิบัติตามยุทธวิธีโดยเคร่งครัด

ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่ารอง ผบช.ภาค 3 กล่าว ยืนยันในระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนได้ใส่กุญแจมือและมีสิบเวรช่วยควบคุมอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม ยอมรับความบกพร่องเรื่องการสวมใส่กุญแจมือไม่รัดกุม ตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรอบครอบในการควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อมิให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ส่วนผู้ต้องหาอ้างสาเหตุที่ชกต่อยเกิดจากอาการเมายาบ้าประกอบกับเครียดจัด เนื่องจากต้องถูกดำเนินคดีในหลายข้อกล่าวหา

ขณะนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสีคิ้ว เพื่อดำเนินคดีวางเพลิงเผาทรัพย์ทำให้เสียทรัพย์ เสพยาบ้าและบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ซึ่งมีเจ้าทุกข์ 3 ราย และข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงานเพิ่มอีกคดี

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อาคม’ นั่งปธ.งบ’65 ซีกรบ.ไม่ยอมฝ่ายค้าน ส่ง ‘ประเสริฐ’ นั่งรอง2 สุดท้าย ‘นฤมล’ ได้ไป
บทความถัดไปโตโยต้า จัดข้อเสนอพิเศษ 3ต่อ ซื้อโคโรลล่า อัลติส 1.6G รวมมูลค่าเฉียดแสน