แม่ร่ำไห้แทบใจจะขาด ลูกชายถูกแทงดับทิ้งป่า ก่อนไปเพิ่งให้เงินคนพิการไว้ วอนเร่งจับคนร้าย

แม่ร่ำไห้แทบใจจะขาด ลูกชายถูกแทงดับทิ้งป่า ก่อนไปเพิ่งให้เงินคนพิการแม่ไว้ วอนเร่งจับคนร้าย

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวจังหวัดสตูลได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้าน จึงเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ในอำเภอเมือง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นบ้านของนายอุทัย ทองเหลือ (บังบู) อายุ 50 ปี ผู้ตายจากการถูกคนร้ายไม่ทราบชื่อและกลุ่มคนแทงตามลำตัวมากกว่า 20 แผล ถูกทิ้งให้เสียชีวิตในป่าข้างทาง โคกพะยอม ตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล เมื่อกลางดึกของวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา

โดยแม่ผู้ตาย และญาติพี่น้องในครอบครัวได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตาย ซึ่งหลายคนเรียกว่า บังบู ว่า เป็นคนอัธยาศัยดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร อยู่บ้านจะเลี้ยงไก่ชนไว้ดูเล่น แต่มีความผิดปกติของร่างกายที่ต้นขาซ้ายและแขนขวาโก่งงอ เนื่องจากประสบอุบัติทางรถเมื่อหลายปีก่อน ทำให้การเดินเหินไม่ปกติ หากใครเดินชนหรือผลักก็พร้อมจะล้มในทันที

นอกจากนี้เคยเป็นผู้ป่วยทางจิต ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและไม่เคยทำร้ายใคร เป็นคนอารมณ์ดี มักจะห้อยพระเต็มคอทุกครั้งที่ออกไปเที่ยวนอกบ้าน ซึ่งเป็นของรักของหวง ใครขอดูหรือชมก็จะไม่ให้ โดยมีพระสมเด็จ และหลวงปู่ทวดและพระอีกมากมาย ซึ่งทางพี่น้องและคนในครอบครัวก็ไม่รู้ว่าเป็นพระแท้ หรือไม่ เพราะเจ้าตัวจะหวงมาก

นางอุทิพย์ ทองเหลือ อายุ 44 ปี น้องสาวคนเล็กของผู้ตาย เล่าว่า ตนดูแลพี่ชายที่พิการมาร่วม 20 ปี ซึ่งไม่มีครอบครัว วันเกิดเหตุ พี่ชายได้แต่งตัวและขี่มอเตอร์ไซต์คันเก่าออกจากบ้าน บอกว่า จะไปเที่ยวกินเหล้าบ้านเพื่อน และเที่ยวคาราโอเกะ โดยได้อาบน้ำแต่งตัวสไตล์คาราบาว แนวเพื่อชีวิตตามที่ตัวเองชอบ พร้อมใส่สร้อยพระพ่วงใหญ่ที่หวงไปด้วย ออกไปจากบ้านในเวลา 18.00 น. และไม่นึกว่าการไปครั้งนี้จะไม่กลับมากอีก ซึ่งไม่มีลางสังหรณ์อะไรที่ผิดปกติเพราะจะไปเที่ยวแบบนี้ประจำ

จนมาทราบข่าวจากผู้ใหญ่บ้านว่าพี่ชายถูกคนร้ายฆ่าทิ้งไว้ที่ป่าเสม็ด ในทางเปลี่ยว โดยคนร้ายใช้ของมีคมแทงตามลำตัวพี่ชายแบบไม่ยั้ง โดยทางญาติและครอบครัวเชื่อว่า ไม่น่าจะเป็นการทำร้ายเพียงคนเดียว ในที่เกิดเหตุรถมอเตอร์ไซต์คันเก่า และสร้ายคอสแตนเลสพระพวงใหญ่ก็หายไปด้วย โดยทางครอบครัวปักใจเชื่อว่าพี่ชายไม่เคยทำร้ายใครก่อนและไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร นอกจากจะมีคนพยายามแย่งสิ่งของบางอย่างที่พี่ชายรักและหวง จนเกิดการทำร้ายก็เป็นได้

และคิดว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมและป่าเถื่อน ที่ทำได้แม้กระทั่งกับคนพิการ ที่ไม่มีทางสู้ หากปล่อยให้คนร้ายแบบนี้ลอยนวลก็ยิ่งจะเป็นภัยต่อสังคมชาวสตูล จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ส่วนตัวน้องสาวผู้ตายก็อยากจะถามว่าพี่ชายไปทำอะไรให้ ถึงได้ทำร้ายกันอย่างโหดเหี้ยมกับชายพิการที่ไม่มีทางสู้

ด้านนางแล่มาก ทองเหลือ อายุ 71 ปี แม่ของผู้ตาย เล่าทั้งน้ำตาปริ่มใจจะขาด ว่าบุตรชายเพิ่งให้เงินคนพิการฝากไว้กับตนจำนวน 700 บาท โดยขอไปเพียง 100 บาทเพื่อไปเที่ยวคาราโอเกะกับเพื่อน เพราะบุตรชายเป็นคนชอบฟังเพลง สนุกสนาน โดยบอกว่าจะไปบ้านเพื่อนแป๊บเดียวเดี๋ยวกลับ แต่ไม่คิดว่าลูกจะไม่กลับมาอีกแล้ว จะบอกกับลูกทุกครั้งที่ออกจากบ้านว่าแม่เป็นห่วง เพราะลูกไม่ได้ปกติเหมือนลูกคนอื่นเขา ร่างกายก็พิการ กลัวจะเกิดอันตรายและเกิดอุบัติเหตุ เหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับแม่เป็นอย่างมาก เพราะเป็นลูกชายเพียงคนเดียว ยิ่งมาเสียชีวิตแบบโหดร้ายอย่างนี้ทำให้แม่ยิ่งสงสารและรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้

ขณะนี้ศพบุตรชายยังอยู่ที่ โรงพยาบาลสตูล โดยญาติจะไปรับศพมาบำเพ็ญกุศลในวันพรุ่งนี้ที่วัดป่าช้าไทย เพื่อมาทำพิธีทางศาสนาต่อไป พร้อมวอนขอให้ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายโหดเหี้ยมมาดำเนินคดีโดยไว เพื่อไม่ให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อเหมือนกับบุตรชายของตนอีก

ด้านทางคดีขณะนี้ตำรวจสภ.เมืองสตูล เร่งสืบสวนติดตามหาคนร้ายอย่างกระชั้นชิด พร้อมแกะรอยเส้นทางที่ผู้ตายใช้เป็นทางผ่านก่อนมาจบชีวิต

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พ่อเฒ่าคนงานดูดทรายวัย70 พลาดถูกไม้ทับติดใต้น้ำลึก 5 เมตร นาน 8 ชม. รอดตายปาฏิหาริย์
บทความถัดไปเมอร์เรย์รับเชียร์ยูโรทำใจลำบาก หวังสกอตแลนด์ไม่โดนสิงโตขย้ำ