ตรวจยึดแมสก์กว่า 1.3 แสนชิ้น ไม่มีใบอนุญาตส่งออก หลังเตรียมส่งข้ามไปเมียนมา

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ 146 ด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจสอบการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายผ่านจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร

โดยบูรณาการร่วมกับทหาร ฉก.จงอางศึก เจ้าหน้าที่ศุลกากร จับกุม นายณัฐพงษ์ เปลี่ยนเหมาะ คนขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ ตอนเดียว สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บพ 5625 ประจวบคีรีขันธ์ พร้อม น.ส.ลดาวัลย์ ประกอบปราณ ผู้แจ้งการนำเข้าส่งออกสินค้าเบ็ดเตล็ด ที่บริเวณจุดขนถ่ายสินค้า หรือโนแมนส์แลนด์ใกล้ศาลหินกอง

จากการตรวจค้นหลังกระบะมีผลไม้หลายชนิดวางทับกล่องกระดาษ ภายในพบหน้ากากอนามัยบรรจุแบบแพค KF94 จำนวน 44 ลัง หน้ากากอนามัยแบบ 3 ชั้น บรรจุแบบแพค 50 ชิ้น จำนวน 17 ลังกระดาษ ลังละ 50 แพค รวม 130,500 ชิ้น จึงตั้งข้อหาไม่มีใบอนุญาตส่งออก ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2564 เรื่องการควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งหน้ากากอนามัย ข้อ 3 จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 167 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ร่วมกันทำการตรวจยึดสินค้าจากการสำแดงเท็จ ก่อนทำการขนถ่ายสินค้าไปรถบรรทุก 6 ล้อของชาวพม่า

นอกจากนี้ มีรายงานจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคงระดับสูง ระบุว่า ทางการข่าวสืบทราบว่ามีการสั่งซื้อหน้ากากอนามัยจำนวนมากจากนายจอหน่าย นักธุรกิจชื่อดังชาวพม่า ลูกน้องคนสนิทของประธานสภาหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมมะริด เพื่อข้ามแดนไปจำหน่ายที่ จ.มะริด ประเทศพม่า เนื่องจากหลังมีการรัฐประหารมีเหตุการณ์ความไม่สงบ ทำให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าหายาก มีราคาแพง

ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกรณีหน้ากากอนามัยจำนวนมากบรรทุกผ่านจุดตรวจด่านความมั่นคง บริเวณด่านตรวจร่วมประชารัฐบ้านด่านสิงขร หรือด่านตีนเป็ด หมู่ 6 ต.คลองวาฬ ที่มีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยสนธิกำลังเข้มงวด 24 ชั่วโมงได้อย่างไร

ขณะที่ก่อนหน้านั้นมีเบาะแสรายงานว่า มีขบวนการลักลอบส่งออกถังออกซิเจนและเครื่องผลิตออกชิเจนที่มีราคาแพงกว่าหน้ากากอนามัยและสินค้าอื่นในสถานการณ์โควิด-19 ออกไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon