‘หัวหินรีชาร์จ’ เจอพิษโควิด ส่อแห้วเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ต.ค.

‘หัวหินรีชาร์จ’ เจอพิษโควิด ส่อแห้วเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ต.ค.

วันที่ 27 กรกฎาคม น.ส.พรระวี สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์ผู้ประกอบการ เอส เอ็ม อี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กรรมการโครงการหัวหิน รีชาร์จ เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์แผนการเปิดเมืองหัวหิน หรือโครงการ “หัวหิน รีชาร์จ” ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่รับวัคซีนครบ 2 โดส เดินทางเข้ามาในพื้นที่โดยไม่ต้องกักตัว และหวังมีรายได้ 1200 ล้านบาทในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เชื่อว่าโอกาสความเป็นไปได้มีน้อยมาก และ อาจต้องเลื่อนเปิดเมืองออกไปอีก ในเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม หรือช่วงต้นปี 2565 ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่สุดต้องติดตามแนวทางการจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้ชาว อ.หัวหินและนักท่องเที่ยวคนไทยแล้ว 70 % เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ยังระบาดอย่างต่อเนื่อง

น.ส.พรระวี กล่าวว่า ผลกระทบในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ขณะนี้ผู้ประกอบการยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลพักชำระดอกเบี้ยอย่างน้อย 6 เดือน เนื่องจากโรงแรมขนาดเล็กมีอัตราการเข้าพักไม่เกิน 10 % ส่วนโรงแรม 3- 5 ดาวมีไม่เกิน 30 % ในรูปแบบไทยเที่ยวไทย แต่ยังมีปัญหาจากนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่เสี่ยง และหากสถานการณ์การระบาดของโควิดยังยืดเยื้อคาดว่าจะมีผลกระทบอย่างหนักกับธุรกิจขนาดย่อม และในอนาคตอาจมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้ามากว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเมืองหัวหิน ขณะเดียวกันมาตรการด้านสาธารณสุขอาจเป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยวหัวหิน หลังจากทีมแพทย์ยืนยันว่าหัวหินมีอัตตาผู้ติดเชื้อโควิดมากกว่าร้อยละ 70 ของผู้ป่วยในจังหวัด ดังนั้นจะต้องใช้ยาแรงเพื่อไม่ให้ปัญหาการติดเชื้อมีความรุนแรงมากกว่านี้

นายอุดม ศรีมหาโชตะ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย เจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การประกอบกิจการของโรงแรมเถื่อนจะสิ้นสุดระยะเวลาการคุ้มครองจากคำสั่ง คสช.ที่ 6 /2564 ในวันที่ 19 สิงหาคม 2564 จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย เร่งจัดการที่พักรายวันผิดกฎหมาย สำหรับที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม มีไม่เกิน 4 ห้องหรือพักได้ครั้งละไม่เกิน 20 คน ควรแก้ไขเรื่องของการควบคุมดูแลในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และผลกระทบกับชุมชนรอบข้าง ความปลอดภัยด้านสาธารณสุขสิ่งแวดล้อม โดยเจ้าของที่พักต้องได้รับโทษทั้งทางแพ่งและอาญา หากไม่สามารถควบคุมผู้เข้าพักโดนปล่อยให้มีเหตุรำคาญกระทบชุมชน

นายอุดม กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้แจ้งหน่วยงานฝ่ายปกครองในพื้นที่ อ.หัวหิน และ อ.ชะอำ หลายครั้ง เพื่อควบคุมโรงแรมและที่พักรายวันเถื่อน ช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 แต่เจ้าหน้าที่อ้างว่ายังมีมาตรา 44 จากคำสั่ง คสช. ไม่สามารถจัดการได้ ทำให้มีโรงแรมเถื่อนจำนวนมาก โดยไม่มีระบบป้องกันด้านสาธารณสุข ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความมั่นคงปลอดภัยของอาคารสิ่งปลูกสร้าง การดูแลผลกระทบจากเหตุรำคาญ ปัญหาการควบคุมและลงทะเบียนผู้เข้าพักทั้งคนไทยและต่างชาติ คาดว่าหลังจากวันที่ 19 สิงหาคม 2564 หากฝ่ายปกครองอำเภอไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรงแรม 2547 เจ้าหน้าที่จะมีความเสี่ยงจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

“หลายปีก่อน อ.หัวหิน มีปัญหาความมั่นคงจากผู้ก่อความไม่สงบ ลอบวางระเบิด เข้ามาเข้าพักในโรงแรมเถื่อนบางแห่ง เพราะทราบว่าที่พักเหล่านี้ไม่บันทึกรายชื่อผู้เข้าพัก ส่งให้ ตม,และฝ่ายปกครอง ทำให้ปัจจุบันโรงแรมเถื่อนประเภทพูลวิลล่าจึงเป็นแหล่งมั่วสุมของการจัดปาร์ตี้ มั่วยาเสพติด เจ้าของสถานที่ไม่รับผิดชอบ บางรายสมรู้ร่วมคิดใช้ช่องว่างของกฏหมายทำสัญญาเช่าบ้าน โดยให้บุคคลอื่นเข้ามาเช่าสถานที่ โดยบุคคลเหล่านี้จะไปเช่าบ้านพักอาจจะมากกว่า 10 แห่ง เพื่อปล่อยขายห้องพักรายวันบนสื่อออนไลน์ แต่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม” นายอุดม กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon