รพ.ประจวบฯวุ่น ชาวบ้านแห่รอวัคซีนเหลือ สสจ.วอนฉีดตามคิวอย่าปฏิเสธรับวัคซีนสูตรผสม

รพ.ประจวบฯวุ่น ชาวบ้านแห่วอล์กอินฉีดวัคซีนเหลือ สสจ.วอนตามคิวอย่าปฏิเสธรับวัคซีนสูตรผสม

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากกระแสโซเชียลมีเดียโพสต์ภาพและข้อความวิจารณ์กรณีประชาชนจำนวนมากไปยืนรอฉีดวัคซีนภายใน รพ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยไม่เว้นระยะห่าง ทำให้หลายฝ่ายวิตกว่าจะกลายเป็นคลัสเตอร์การระบาดใหม่ ขณะที่ภายในสถานที่ฉีดวัคซีนมีการจัดระเบียบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จากการตรวจสอบพบว่า รพ.ประจวบฯมีคิวฉีดวัคซีนชิโนแวคเข็มแรกกับผู้ลงทะเบียนผ่านแอพพ์หมอพร้อม จำนวน 1,700 โดส

“สำหรับผู้ที่เดินทางมายืนรอด้านหน้า รพ.คาดว่าอาจได้รับข้อมูลจากโซเชียลทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนจากการใช้บัตรประชาชนใบเดียววอล์กอินเข้าไปฉีด แต่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบว่าจะฉีดวัคซีนเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือ 7 โรคกลุ่มเสี่ยงและหญิงตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่ฉีดให้บุคคลทั่วไป หากวัคซีนเหลือจะเรียกผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอพพ์หมอพร้อมอีกครั้ง หากไม่มาถือว่าสละสิทธิ จากนั้นจะเรียกผู้ลงทะเบียนผ่านหมอประจวบพร้อมไปฉีดเป็นลำดับถัดไป สำหรับประชาชนทั่วไปที่ยังรอฉีด ผู้บริหารจะต้องเร่งทำความเข้าใจและขอให้เดินทางกลับบ้าน” นายแพทย์สุริยะกล่าว

นายแพทย์สุริยะกล่าวอีกว่า เชื้อโควิดที่ระบาดในพื้นที่ยังเป็นสายพันธุ์อังกฤษ ที่ผ่านมาพบสายพันธุ์เดลต้าเพียง 2 ราย แต่ขณะนี้ได้ส่งตัวอย่างเชื้อจากคลัสเตอร์ใหม่ๆ ไปตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น คลัสเตอร์ตลาดนัดสี่แยกประจวบฯ คลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้างบริษัท พรีบิลท์ เทศบาลเมืองหัวหิน คลัสเตอร์งานเลี้ยง อ.กุยบุรี ประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะทราบผลว่าเป็นเชื้อสายพันธุ์ใด

พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ถึงลำดับคิว เร่งเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว อย่าปฏิเสธการรับวัคซีน ยืนยันว่าการฉีดวัคซีนสูตรผสมมีความปลอดภัยและช่วยให้มีภูมิคุ้มกันมากขึ้นภายในเวลาเพียง 3-4 สัปดาห์ ระหว่างเข็ม 1 ซิโนแวค และเข็ม 2 แอสตร้าเซนเนก้า รวมทั้งมีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าได้ดีขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เริ่มแล้ว! พาณิชย์จังหวัดสระแก้ว ตระเวนขายสินค้าราคาถูกช่วยประชาชน
บทความถัดไป“จุติ” ลงพื้นที่เยี่ยมจุดฉีดวัคซีนโควิดคนพิการกว่า 5,000 คน ที่ศูนย์ราชการฯ พร้อมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ และจิตอาสา