ผู้รับเหมาตามทวงหนี้เงินค้ำประกันสัญญา ผวจ.ประจวบฯ แจงจ่ายช้าเหตุโดนลูกจ้างฯ โกงงบ 40 ล้าน

ผู้รับเหมาตามทวงหนี้เงินค้ำประกันสัญญา ผวจ.ประจวบฯ แจงจ่ายช้าเหตุโดนลูกจ้างฯ โกงงบ 40 ล้าน

กรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 29 ปี อดีตพนักงานราชการ สำนักงาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกแจ้งดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 หลังจากนำเงินงบประมาณของราชการเกือบ 40 ล้านบาท โอนผ่านระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS อ้างว่านำเงินจากการทุจริตไปเล่นพนันออนไลน์ ต่อมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม มีคำสั่งปล่อยตัว น.ส.ขนิษฐา หอยทอง พ้นการคุมขังจากเรือนจำกลาง จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2563 ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยยังไม่มีผลสรุปการสอบสวนข้าราชการระดับสูงหลายรายเพื่อลงโทษทางวินัย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม จ่าเอกเสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริต จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการติดตามผลการสอบสวน หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในระดับจังหวัด มีปลัดจังหวัดทำหน้าที่ประธานสอบสวนความผิดทางวินัย และทางละเมิดกับเจ้าหน้าที่สำนักงานจังหวัด มีเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยในจังหวัด สอบสวนกันเอง

โดยล่าสุดได้รับแจ้งว่าจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดว่าการสอบสวนในส่วนกลางยังไม่เสร็จ หลังจากร่วมกับตัวแทนสื่อมวลชนยื่นเอกสารสอบถาม ดังนั้นก่อนที่นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2564 จะสอบถามความคืบหน้าการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงอีกครั้ง นอกจากนั้น จะสอบว่ามีเหตุผลใดที่มอบหมายให้หัวหน้าสำนักงานจังหวัดและหัวหน้างานการเงินที่อยู่ระหว่างการสอบวินัยร้ายแรงปฏิบัติงานปกติ

ด้านนายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงนามในหนังสือราชการถึงสำนักงานทนายความแห่งหนึ่ง เพื่อชี้แจงปัญหาการเบิกจ่ายเงินประกันสัญญา ให้กับบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายหนึ่ง หลังจากยื่นเอกสารทวงถามเงินหลักประกันสัญญา จำนวน 3 สัญญา รวมเงินประกันสัญญาหลายแสนบาท โดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ชี้แจงปัญหาการเบิกจ่ายเงินประกันสัญญาล่าช้า เนื่องจากตรวจสอบพบว่า พนักงานวิชาการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัด กระทำการทุจริตเงินของทางราชการนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ปลอมแปลงอกสาร และใช้เอกสารปลอม ก่อให้เกิดความเสียหาย

Advertisement

จึงแก้ไขปัญหา โดยจัดทำข้อมูลรายการชำระหนี้ตามข้อผูกพัน จำแนกแหล่งงบประมาณและรายละเอียดของสัญญาที่ครบกำหนดชำระหนี้ตามปีงบประมาณ ที่จะขอใช้เงินเหลือจ่ายจากการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จัดส่งให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาคด้านวิชาการ เห็นชอบหลักการและแนวทางปฏิบัติขอใช้งบประมาณที่เหลือจ่ายจากการดำเนินการโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดประจวบคิรีขันธ์ เพื่อใช้ชำระหนี้ตามข้อผูกพันสัญญาจ้างค้างชำระที่จะครบกำหนดในปี 2563-2564 รวม 3.8 ล้านบาท

เอกสารระบุว่า ขั้นตอนต่อไปเพื่อเบิกจ่ายเงินประกันสัญญา จำนวน 3 โครงการ ซึ่งครบกำหนดจ่ายนานหลายเดือน จังหวัดได้มีการเสนอคำขอโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณเหลือจ่ายจากการดำเนินโครงการตาม แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดต่อคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) และให้จัดส่งคำขอโอนเปลี่ยนแปลงบประมาณเหลือจ่ายไปยังฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) เพื่อพิจารณากลั่นกรอง ปัจจุบันอยู่ระหว่างขอทำความตกลงกับกรมบัญชีกลางให้จังหวัดเบิกจ่ายเงินประกันสัญญาเพื่อชำระหนี้ให้คู่สัญญา รวมถึงอยู่ระหว่างกรมบัญชีกลางตอบข้อหารือเกี่ยวกับแนวทางวิธีปฏิบัติการบันทึกบัญชีในระบบ GFMIS

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image