กระท่อมฟีเวอร์ เหมากล้าหมดแปลง 1 พันต้น ป.ป.ส.เบรกขายน้ำต้มกระท่อม ต้องขออนุญาต อย.ก่อน

กระท่อมฟีเวอร์ เหมากล้าหมดแปลง 1 พันต้น ป.ป.ส.เบรกขายน้ำต้มกระท่อม ต้องขออนุญาต อย.ก่อน

หลังจากพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2564 ให้ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.64 เป็นต้นมา ปรากฏว่าประชาชนได้การประกาศซื้อขายพืชกระท่อมอย่างคึกคักทั้ง หลายฝ่ายคาดว่าพืชกระท่อมน่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่มีแนวโน้มที่ดี ทั้งด้านการตลาดและรายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้น มีราคาดีกว่าพืชไร่ ตลอดจนสวนไม้ผลอื่น และกระจายผลประโยชน์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ จากผู้เพาะต้นกล้าพันธุ์กระท่อมขาย เกษตรกรเก็บใบส่งขาย และผู้ผลิตภัณฑ์แปรรูปสู่ตลาด

นายสุรเชษฐ โกละกะ เกษตรกรชาว อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขณะนี้มีออเดอร์สั่งจองต้นกล้าพันธุ์กระท่อมมาแล้ว 2,000 ต้น เป็นผู้สั่งซื่อจาก จ.นครปฐม ชลบุรี และระยอง

นอกจากนี้ แปลงเพาะกล้าพันธุ์กระท่อมแห่งหนึ่งใน อ.กาญจนดิษฐ์ ได้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัดมาเหมาซื้อต้นกล้าหมดทั้งแปลง 1,000 ต้น ต้นละ 500 บาท จ่ายเงินสด 500,000 บาท ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกเร่งเพาะพันธุ์กล้าออกขาย เนื่องจากเป็นช่วงขาขึ้นของตลาด มีผู้ต้องการหาซื้อเป็นอย่างมาก

ขณะที่นายพีระ กาญจนพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 8 (ป.ป.ส.ภาค 8) เปิดเผยว่า แม้ว่าขณะนี้กฎหมายจะเปิดให้มีการซื้อขายพืชกระท่อมได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนจดแจ้ง ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมายส่วนนี้ หมายถึง ใบกระท่อม และต้นพันธุ์กระท่อมเท่านั้น แต่ในส่วนการแปรรูปลักษณะเครื่องดื่มพร้อมใช้ เช่น น้ำกระท่อม หรือน้ำกระกระท่อมผสมเครื่องชูรสอื่นๆ ที่พบว่ามีผู้นำไปขายให้กับผู้บริโภคนั้น ขอเตือนว่ายังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.อาหารและยา

“ผู้ประกอบการ หรือผู้ขายน้ำกระท่อมยังคงจะต้องไปขออนุญาตจากทาง อย.ก่อน เพื่อให้มีการตรวจสอบทั้งในส่วนของสารประกอบอาหาร และวิธีการผลิต โดยผู้ประกอบการสามารถขอจดทะเบียนได้ที่ อย.และ สำนักงาน ปปส.ทุกแห่ง” นายพีระกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon