เช็กความพร้อม ‘หัวหิน รีชาร์จ’ เปิดเที่ยว แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาด

เช็กความพร้อม ‘หัวหิน รีชาร์จ’ เปิดเที่ยว แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาด

โควิด-19 จะยังคงมีตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตสูง แต่ทางด้านเศรษฐกิจก็จำเป็นต้องเดินหน้าต่อไปให้ได้ รัฐบาลจึงพยายามเดินหน้านโยบายเปิดประเทศ ภาคธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว พยายามปรับตัวเพื่อหารายได้จากการท่องเที่ยวก่อนจะหนักหนาสาหัสมากไปกว่านี้ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างหัวหิน ก็เป็นอีกพื้นที่ ผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐ ร่วมมือกันเร่งเดินหน้าโครงการหัวหิน รีชาร์จ เพื่อปลุกธุรกิจท่องเที่ยวให้ฟื้นขึ้นมา มีความเห็นและข้อเสนอแนะจากหลายฝ่ายถึงความพร้อมของหัวหินในการเปิดเมืองเที่ยว นายกรด โรจนเสถียร ประธานโครงการหัวหิน รีชาร์จ ภาคเอกชน กล่าวว่า “หัวหินเป็นพื้นที่นำร่องเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยว

ต่างชาติ เดินทางท่องเที่ยวโดยไม่กักตัวอย่างปลอดภัยในพื้นที่ควบคุมภายในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน 86.36 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) ขณะนี้มีความพร้อมเปิดวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เนื่องจากฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมายเกิน 80% ของจำนวนประชากร ขณะที่มาตรฐานตามเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน หรือ SOP ได้ร่วมกันดำเนินการกับภาครัฐ หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการ ขณะนี้ทำแผนมาตรการต่างๆ ใกล้เสร็จแล้ว คาดว่ากันยายนนี้ คู่มือการทำงานชัดเจน จากนั้นจะเสนอ ศบค.รับทราบ วันที่ 13 กันยายนนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯจะเชิญผู้เกี่ยวข้องเปิดเมืองเฟส 2 เข้าประชุม ส่วนตัวมั่นใจว่าเปิดเมืองหัวหินได้แน่นอน มาตรการจะเน้นสำหรับการเปิดเมืองหัวหิน ต้องมีความสมดุลระหว่างความปลอดภัยและความสมดุลกับภาวะเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวยุคใหม่ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาต้องมีแผนรองรับ ไม่ว่าจะเดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิหรือสนามบินหัวหิน หลังจากผ่านการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีอาร์ที-พีซีอาร์ สามารถเข้าพักในโรงแรมที่ได้มาตรฐาน SHA และ SHA+ โดยรอผลตรวจในห้องพัก หากผลตรวจเป็นลบก็สามารถท่องเที่ยวในพื้นที่ 86.36 ตร.กม. ขณะเดียวกันยังทำแผนเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวพื้นที่ต่างๆ เพื่อกระจายรายได้ให้ชุมชน หลังจากมีผลการตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ ยืนยันอีก 2 ครั้ง หากผลตรวจเป็นลบก็ให้เดินทางออกนอกพื้นที่ได้ทั่วประเทศ ตามแผนงานที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนด ต้องสร้างมาตรฐาน SHA และ SHA+ ในโรงแรมที่มีกว่า 5,000 ห้อง พร้อมรับนักท่องเที่ยว มีแผนจะนำนักท่องเที่ยวไปในพื้นที่อื่นที่ปลอดภัย

สำหรับการสร้างการมีส่วนร่วม ได้ทำประชาพิจารณ์กับผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลหัวหินแล้ว เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเปิดเมือง แต่ต้องมีความปลอดภัย นอกจากนั้นมีเสียงเรียกร้องให้ขยายพื้นที่เปิดเมืองในพื้นที่ใกล้เคียง แต่มีปัญหาจากการฉีดวัคซีนยังไม่ครอบคลุมเป้าหมาย จึงเสนอขอวัคซีนฉีดเพิ่มนอกเขตเทศบาลหัวหินให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดอีก 110,000 โดส เพื่อให้ทุกอำเภอเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ในเฟสต่อไป

สำหรับข้อกังวลกลัวมีปัญหาจะซ้ำรอยเหมือนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์หรือไม่ ขอเรียนว่าโควิด-19 มีการกลายพันธุ์ แต่การเปิดเมืองเป็นการเรียนรู้เดินไปข้างหน้า การเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ถือเป็นความกล้าหาญผู้เกี่ยวข้องมีวิสัยทัศน์แสวงหาประสบการณ์การทำงาน หากอยู่นิ่ง ขณะที่โลกของการท่องเที่ยว พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว เชื่อว่าหลังจากนี้ไปการท่องเที่ยวต้องเซตซีโร่ แล้วกลับมามองการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เรียนรู้สิ่งต่างๆ ทำให้แก้ปัญหาผลกระทบหรือฝ่าฟันวิกฤตไปพร้อมกันได้ ก่อนจะมั่นใจว่าเปิดเมืองแล้วไม่มีปัญหา สิ่งสำคัญก็คือต้องเรียนรู้ควบคู่กันไป ระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่เจอโควิด เชื่อว่าหลายฝ่ายเรียนรู้และมีประสบการณ์จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในธุรกิจท่องเที่ยวจากการจำกัดจำนวนคน จำนวนพื้นที่ เพื่อป้องกันความเสี่ยง มีการกำหนดมาตรการเสริมเพื่อป้องกันโรค เชื่อว่าทุกประเทศจะต้องแข่งขัน ต้องพยายามผลักดันเพื่อนำนักท่องเที่ยวกลับคืนมาให้ได้ เพื่อผลดีทางเศรษฐกิจ ขณะที่หัวหินรายได้หลัก 90% ของประชากรมาจากภาคการท่องเที่ยวและบริการ ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำดีกว่าอยู่นิ่งเฉยรอเพียงโชคชะตากำหนด ส่วนรายได้ที่วางเป้าไว้ 1,200 ล้านบาทในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้หลังเปิดเมืองหัวหิน คือธงที่ต้องไปให้ถึง กำหนดให้มีนักท่องเที่ยวมีคุณภาพ ชอบสิ่งแวดล้อมที่ดี แสวงหาวัฒนธรรมพื้นเมือง จะต้องอยู่ในพื้นที่ยาวนานมากขึ้น ก่อนเปิดเมืองจำเป็นอย่างยิ่งต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกฝ่าย แม้ว่าเสียงใหญ่เห็นด้วย แต่มีอีกบางส่วนคัดค้าน ก็ต้องเปิดใจรับฟังพร้อมทำความเข้าใจ ต้องดูว่ามาตรการตามคู่มือที่กำหนดเพียงพอหรือไม่ในทางปฏิบัติ ควรเสริมมาตรการใด เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่ ดีกว่าการอยู่เฉยโดยไม่สู้ เศรษฐกิจในพื้นที่ก็จะทรุดไปเรื่อยๆ หลังจากมีโรงแรมที่หัวหินเปิดบริการเพียง 50 กว่าแห่ง จากจำนวนมากกว่า 200 แห่ง”

ด้าน นายอุดม ศรีมหาโชตะ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ เจ้าของโรงแรมในพื้นที่ อ.หัวหิน กล่าวว่า ไม่ต้องการให้การเปิดเมืองหัวหินมีปัญหาเหมือนภูเก็ต มีการตั้งด่านควบคุมเข้าออกเมืองเข้มงวด กำหนดมาตรการการฉีดวัคซีน หรือผลตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ อาจส่งผลกระทบกับกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยในสัดส่วน 75% จะไม่เดินทางมาท่องเที่ยวหัวหิน ส่วนชาวต่างชาติเพียง 25% จะเข้ามาทดแทนได้จริงหรือไม่ หรือจะมีรายได้ตามเป้าหมาย 1,200 ล้านบาท ต้องประเมินจากสถานการณ์โรคระบาดใน กทม.และจังหวัดปริมณฑล หากจะให้เหมาะสม ควรเปิดเมืองเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม 2564 ก่อนเปิดเมืองหัวหิน หน่วยงานภาครัฐจะต้องชัดเจนกับมาตรการแก้ไขปัญหาผู้ประกอบการโรงแรมเถื่อนจำนวนมาก ไม่มีข้อห้ามการทำมาตรฐาน SHA หรือชาเขียวของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แต่โรงแรมเถื่อนจะมีปัญหาในการทำ SHA+ หรือชาสีฟ้าของ ททท. เนื่องจาก ททท.ต้องเน้นการให้บริหารจากโรงแรมที่มีใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงแรม 2547 เพื่อควบคุมโรคหรือติดตามสอบสวนโรค สะดวกปลอดภัยมากกว่าสถานประกอบการโรงแรมเถื่อน นอกจากนั้นยังมีบทเรียนจากมายาผับ คลัสเตอร์ใหญ่ ต้นตอการระบาดของโรคทั้งจังหวัดเมื่อเดือนเมษายน 2564 อาจเป็นปัญหาจากการทำหน้าที่บูรณาการและการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานระดับ ศปก. ระดับอำเภอหรือไม่

นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก กล่าวว่า การเปิดเมืองหัวหินรับต่างชาติวันที่ 1 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะมีรายได้ 1,200 ล้านบาท น่าจะเป็นไปได้น้อยมาก แนะนำให้ผู้เกี่ยวข้องควรสนใจตลาดคนไทยมากกว่า ส่วนการเปิดเมืองไม่ควรเปิดเฉพาะเขตเทศบาลหัวหิน แต่ควรเปิดให้ครบทุกตำบล ควรเน้นทำตลาดคนไทยจะได้ประโยชน์กับผู้ประกอบการในภาพรวม ต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่เดือดร้อนทุกประเภทได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

นายนิพนธ์ สุวรรณนาวา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์หอการค้าและสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ก่อนรัฐบาลจะตัดสินใจเปิดโครงการหัวหิน รีชาร์จ ขอให้ย้อนไปศึกษาบทเรียนจากการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายคาดว่าเปิดพื้นที่เกาะมีการควบคุมแล้วจะได้ผลดีในการควบคุมโรค แต่ปรากฏว่ายังมีผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนมาก ขณะที่ปัจจุบันหัวหินมีผู้ติดเชื้อโควิดมากที่สุดในจังหวัด และมีคลัสเตอร์ใหม่ต่อเนื่อง จากการประเมินพบว่าผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหารส่วนใหญ่ ต้องปรับตัวให้มีมาตรฐาน ต้องใช้งบลงทุนเพิ่มเพื่อรับนักท่องเที่ยว ขณะที่หน่วยงานภาครัฐมีความพร้อมหรือไม่ในการใช้กฎหมายควบคุม ประกอบกับ จ.ประจวบคีรีขันธ์มีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศพม่ายาวกว่า 200 กิโลเมตร จึงมีความเสี่ยงกับคลัสเตอร์ใหม่จากแรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าเมืองไปทำงานในโรงงานสับปะรด หรือแคมป์คนงานก่อสร้างได้ตลอดเวลา เชื่อว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวในไตรมาส 4 ภาพรวมในจังหวัดภาคตะวันตก ยังไม่สามารถทำกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ตามปกติ ขณะที่การฉีดวัคซีนให้ครบตามเป้าหมายยังเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการควบคู่ไปกับการสกัดกั้นเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ พบระบาดแล้วในบางประเทศ

นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข (สสจ.) ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการเปิดเมืองหัวหินยังติดขัดปัญหากรณีผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหารที่หัวหินผ่านเกณฑ์มาตรฐาน SHA และ SHA+ ไม่มาก ดังนั้นผู้ประกอบการควรร่วมกันปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวโดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ให้บริการและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมถึงการจัดสถานที่ตามหลักด้านสาธารณสุข จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon