“องค์กร-ประชาสังคมสมุทรสาคร -ท้องถิ่น.” ฝากการบ้านผู้ว่าฯใหม่เร่งหาวัคซีนฉีดทั่วหน้า-พัฒนาศก.

“องค์กร-ประชาสังคมสมุทรสาคร -ท้องถิ่น.” ฝากการบ้านผู้ว่าฯใหม่เร่งหาวัคซีนฉีดทั่วหน้า-พัฒนาศก.

“หลังจากที่นายณรงค์ รักร้อย ผวจ.สมุทรสาคร (คนใหม่) มารับตำแหน่งพ่อเมืองมหาชัย (เมื่อ 20 ก.ย.2564) พร้อมเข้ากราบไหว้สิ่งสักสิทธิ์เป็นอำดับแรกตามธรรมเนียมปฏิบัติ โดยมีนางเตือนจิตร์ รักร้อย ภาริยา ในฐานะ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร (โดยตำแหน่ง) โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผวจ.สมุทรสาคร พร้อมด้วยหลายกลุ่มหลากหลายอาชีพในภาคเอกชน และผู้นำองค์กรท้องถิ่น ทั้งเหล่าข้าราชการ ต้องมาร่วมต้อนรับทุกยุคสมัย “ทั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งที่มีการสลับตำแหน่ง “ผู้ว่าจังหวัดฯ 3 แห่ง” คือ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี จากสมุทรสาคร ไปอยู่อ่างทอง, นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ่อเมืองจากอ่างทอง ไปอยู่อุทัยธานี ส่วน นายณรงค์ ร้อยรัก โยกย้ายจาก ผวจ.อุทัยธานี มาเป็นผู้ว่าฯมหาชัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยนายศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคล สมาชิกวุฒิสภาฯ (สว.) จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ตนมีโจทย์สำคัญของจังหวัดสมุทรสาครกรณีที่ฝากให้ท่านณรงค์ ร้อยรัก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครคนใหม่ แก้ปัญหาช่วยให้ชาวสมุทรสาคร คือ

1.การแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ที่นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ได้วางแนวทางเอาไว้แล้ว เช่น เรื่อง โรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอยฯ โรงพยาบาลสนามในสถานประกอบการ (Factory Accommodation Isolation-FAI) และช่วยเร่งการจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนอย่างรวดเร็วขึ้น

2.โครงการพัฒนาจังหวัดต่อเนื่อง หลังการระบาดชองโรคโควิด-19 คลี่คลาย ทั้งเรื่องการพัฒนาเมือง การพัฒนาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ เป็นต้น

3.แรงงานต่างด้าว ในเมืองสมุทรสาคร ในฐานะเป็นแหล่งปลายทางที่แรงงานนี้จะเดินทางเข้ามา ดังนั้นถ้าหน่วยงานต้นทางสามารถควบคุมการหลบหนีเข้าเมืองได้ดี ทางสมุทรสาครก็จะไม่มีปัญหาใดๆ และก็สามารถเอาแรงานเถื่อนขึ้นมาจากใต้ดินให้หมด อย่างไรก็ตามอย่าลือว่า เพราะที่มหาชัยนี้มีความจำเป็นในการใช้แรงงานต่างด้าวเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ถ้าไม่มีต่างด้าวแรงงานประเภทนี้การดำเนินภาคธุรกิจการต่างๆ ก็ย่อมคงจะลำบากแน่นอน ฯลฯ

4.ความจำเป็นที่จะต้องจัดหาวัคซีนมาฉีดให้แรงงานต่างด้าว ซึ่งถ้ายังไม่ฉีดวัคซีนให้คนกลุ่มนี้แล้ว คงมีโอกาสสูงมากที่โรคโควิด-19จะแพร่ระบาดออกไป เพราะแรงงานต่างด้าวนอกจากจะอยู่ในภาคอุตสาหกรรมแล้ว ยังมีอยู่อีกเยอะมากในภาคครัวเรือนและในกิจการร้านค้า-ธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดเล็ก ทางจังหวัดสมุทรสาครจึงจำเป็นจะต้องเร่งฉีดวัคซีนให้แรงงานต่างด้าวในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว มิฉะนั้นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะไม่จบ

ด้านนายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ปธ.สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ฐานะทีมที่ปรึกษา คณะ กก.โรคติดต่อจังหวัดฯ เผยว่า การเปลี่ยนตัวผู้ว่าฯ คงไม่น่าเกิดปัญหาตามมาเพราะสิ่งที่มั่นใจได้ คือจุดเด่นของคนในจังหวัดด้วย ที่มีพื้นฐานเข้าแข็งและแข็งแกร่งมากทั้งภาคเอกชนและผู้คนในระดับล่างตลอดจนบุคคลากรด้านการแพทย์ทุกฝ่ายซึ่งต่างทำงานกันแบบเต็มที่

สิ่งที่คาดหวังให้ผู้ว่าฯคนใหม่ต้องดำเนินการต่อคือ 1.สานต่อการทำงานเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 2.พัฒนาจุดแข็งต่าง ๆ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องความปลอดภัย สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข 3.สานต่อเรื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาคร 4. สภาอุตสาหกรรมฯ เป็นองค์กรที่พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และยินดีสนับสนุนงานของทางราชการอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับเอกชนทุกภาคส่วน ก็พร้อมที่จะรายงานจุดแข็งและจุดอ่อนของพื้นที่ให้ผู้ว่าคนใหม่รับทราบ เพื่อให้เกิดความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทุกฝ่ายต่อไป

นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานหอการค้า จ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า กรณีนายณรงค์ ร้อยรัก ฐานะมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารฯด้วย ที่คนสมุทรสาครยอมรับและคงเข้าใจปัญหาของจังหวัดนี้กันอย่างดี กับมีสไตล์การทำงานที่ไปในทางเดียวกับอดีตผู้ว่าฯ อีกทั้งจังหวัดสมุทรสาครก็ขับเคลื่อนด้วยระบบราชการหลัก ที่นายวีระศักดิ์ได้วางระบบดีๆเอาไว้ให้ผ็เกี่ยวข้องอยู่แล้ว

นายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร ได้เผยถึงผู้ว่าฯใหม่คนนี้ว่า น่าจะมาร่วมเสริมจุดขงนายวีระศักดิ์ฯ ที่บังเอิญมีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถลงพื้นที่ได้เต็มที่แบบก่อนหน้านี้ ทั้งที่ขณะมีปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ยังอยู่บ้าง ซึ่งโรคนี้ก็การเปลี่ยนกันอยู่ตลอดแทบทุก 2-3 เดือนก็ว่าได้ ปัญหาของสมุทรสาครนั้นจริงๆ แล้วก็มีความรุนแรงหนักอยู่พอสมควรพอๆในกรุงเทพฯ เพราะมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูง ท่ามกลางความหนาแน่นของประชากรที่น้อยกว่า กทม. ดังนั้นจังหวัดสมุทรสาครจึงควรฉีดวัคซีนให้ประชาชนอย่างรวดเร็วและเร่งให้ได้ครบตามเป้าหมายการฉีดให้เสร็จเรียบร้อยไปตามแผนงานเป็นอันดับแรกก่อนจังหวัดอื่น ๆด้วยซ้ำ ซึ่งหากเป็นได้ ผู้ว่าฯคนใหม่ควรรับฟังเสียงของประชาชนทุกภาคส่วนเลย และก็ไม่ควรล็อกดาวน์การค้าและตลาดแล้ว เพราะถ้าจะล็อกดาวน์ก็ควรทำก่อนที่โรคจะระบาดแพร่กระจาย ทั้งนี้เมื่อโควิดฯมาแพร่กระจายก็ควรมาเน้นเรื่องความเร็วของการฉีดวัคซีนให้ทั่วถึงเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวได้ทันมากกว่า

นายชุมพล กล่าวว่า ส่วนจุดอ่อนที่จังหวัดมองข้าม คือการฉีดวัคซีนนั้นไม่ควรฉีดให้เฉพาะคนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น? เพราะสมุทรสาครฐานะเป็นเมืองเศรษฐกิจ และมีประชากรแฝงหลายจากจังหวัดเข้ามาทำงาน ทำให้เมืองมีแรงงานต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนที่เยอะมากเช่นกัน และในเขตเทศบาลนครด้วย โดยพบว่า คนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่เพียงประมาณ 30-40% เท่านั้น ที่เหลืออีกราว 70 % เป็นประชากรแฝงที่เข้ามาทำงานในนี้ ดังนั้นควรฉีดวัคซีนให้หมดทั้งคนในทะเบียนบ้าน และคนนอกหรือแรงงานต่างด้าว รวมทั้งเด็กเล็กด้วย เพราะถ้าฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมมากที่สุดแล้วปัญหาอื่นๆ ของท้องถิ่นจะสามารถเข้าไปควบคุมจัดการให้ได้ในที่สุด จะทำให้นักเที่ยว และผู้คนนอก มาจับจ่ายซื้อสินค้าต่างๆ ก็เกิดความมั่นใจ จะทำให้เศรษฐกิจในภาครวมขยับดีขึ้นมาเหมือนเดิมต่อไป”

“สำหรับฟากฝั่ง อ.กระทุ่มแบน” ด้านนายบุญชู นิลถนอม (หรือกำนันหลอ) นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน ได้กล่าวว่า ด้านนโยบายต่างๆเกี่ยวกับเรื่องโควิดฯนั้น นายวีระศักดิ์ฯได้ทำไว้ระดับดีพอสมควรไว้แล้ว ส่วนปัญหาของทาง ทน.อ้อมน้อย จะคงเป็นเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม, ปัญหาแอบปล่อยทิ้งน้ำเสีย, น้ำเซาะตลิ่งพัง และปัญหาเรื่องโรคโควิด-19, ปัญหาเรื่องการควบคุมและจัดกฎระเบียบแรงงานต่างด้าว ตลอดจนมีปัญหาสภาวะเศรษฐกิจถดถอยลงช่วงนี้ จึงอยากขอฝากให้เร่งดูแล เป็นต้น
นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย บอกว่า ทางทน.อ้อมน้อยเราและชาวบ้านพากันตั้ง รพ.สนามฯ(สีเหลือง) ขนาด 200 เตียงจำนวน 1 แห่ง, รพ.สนามสีเขียว 1 แห่ง และศูนย์พักคอยสาครฯ พร้อมมีการตรวจทำ FAI อยู่ตามโรงงานต่างๆ หลายแห่งโดยภาคเอกชน ทั้งนี้ไว้เตรียมพร้อมรับมือหากโรคโควิด-19 โผล่กลับมาระบาดอีกก็อาจเป็นได้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สอบถามความรู้สึกปัญหาโควิดต่อภาคประชาสังคม องค์กรเอกชน และนักธุรกิจ ปรากฏว่า ต่างคาดหวังอยากเสนอแนะแนวทำงานให้ท่าน (ณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าฯมหาชัย) คนใหม่ คำถึงแนวต่อสู้หวังสยบปัญหาโควิดลง แบบการมีส่วนร่วมของ ปชช.ที่ต่างก็มีความรู้และความคิดแนวใหม่ๆ ในฐานะคนเมืองเขตพื้นที่เศรษฐกิจ จึงขอให้ถอดบทเรียนความรู้ในการสกัดเชื้อฯร้ายจนเอาอยู่ อาทิ ทำแบบว่องไวแบบเหมืออนช่วงแก้ไขตอนรอบแรก จนในที่สุดก็สามารถสกัดยับยั้งลงไปได้ ทั้งนี้กระทั่งสมุทรสาครเราได้เป็นต้นแบบของจังหวัดอื่นๆ ที่อาจกล่าวว่า สามารถพิชิตโรคนี้ระบาดเบาบางหายลงไปจนเหลือน้อยมากได้

“ที่ผ่านมาสมุทรสาครมีกลุ่มนักธุรกิจมีใจมาร่วมด้วยช่วยกันกับหน่วยงานราชการอย่างเต็มที่ ทั้งเสียสละงินทองช่วยทำนู้นสร้างนี่ให้ฟรี อย่างไรก็ตามซึ่งล้วนคาดหวังจึงฝากฝีมือผู้ว่าฯใหม่ไว้เป็นการบ้าน อย่าลืมด้านในการพัฒนาให้จังหวัดนี้ด้วย และเดินตามแนวของการจัดการของท่านอดีตผู้ว่าฯ ซึ่งแกผลงานได้ดีระดับหนึ่งให้กับชาวมหาชัยมาแล้ว”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เทศบาลอาจสามารถ’ ฝีมือทีมก้าวหน้า โชว์เปิดตัวเว็บใหม่ ดูตำแหน่งรถขยะเรียลไทม์
บทความถัดไป‘มันแกว’ อัดสังคมอ้างศีลธรรม ไม่รับความจริง แนะจัดเรทแก้ปัญหา ไม่ใช่เอะอะก็ลามกๆ