หนุ่มคลั่งยานรกอาละวาด เจอญาติคว้าลูกโม่ซัลโว 3 นัดดับอนาถ ก่อนยืนรอมอบตัว

ลูกผ้พี่สุดทนพฤติกรรมลูกน้องคลั่งยานรก คว้าลูกโม่ซัลโว 3 นัดดับอนาถปิดบัญชีแค้น ก่อนยืนรอมอบตัว ขณะผู้ตายคลั่งหลอนยาเสพติดบุกเข้ามาบ้านรื้อข้าวของหวังเอาเงิน ญาติพี่น้องสุดทนเอือมระอาสร้างปัญหามานานหลายปี พลิกประวัติเพิ่งพ้นโทษไม่ถึงเดือน

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ 29 ก.ย.64 .64 ร.ต.อ.สิโรฒ จริยวิจิตร รอง สว.สอบสวน สภ.ห้วยยอด ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตาย ภายในบ้านเลขที่ 113 ม.8 บ้านพรุจูด ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประดิษฐ ชัยพล ผกก.สภ.ห้วยยอด กำลังชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง หน่วยกู้ภัยสว่างภักดีตรัง เขตห้วยยอด และหน่วยกู้ชีพ อบต.บางดี

ถึงที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน 2 ชั้น 2 คูหาติดกัน เปิดเป็นร้านขายของชำ ภายในบ้านบริเวณพื้นใต้โต๊ะและชั้นวางหนังสือ ใกล้กับบันไดขึ้นชั้น 2 พบร่างของ นายณัฐวุฒิ รัตนศักดิ์ หรือหม้าน อายุ 28 ปี ชาว ต.บางดี อ.ห้วยยอด ไม่มีอาชีพ นอนตะแคงขวาเสียชีวิตจมกองเลือด สภาพสวมเสื้อยืด นุ่งกางเกงยีนส์ขาวยาว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดลูกโม่ ขนาด .32 เข้าที่ขมับซ้าย 1 แผล คอซ้าย 1 แผล ท้องน้อยด้านซ้าย 1 แผลรวม 3 แผลกระสุนฝังใน ใกล้กับร่างพบเหล็กชะแลง 1 อันตกอยู่ ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายณัฐพงศ์ แก้ววงค์หาญ หรือบอส อายุ 25 ปี อาชีพรับซื้อน้ำยางสด มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตาย ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่

จากการสอบถาม น.ส.ฉวีวรรณ สงเดช อายุ 22 ปี ลูกจ้างของร้านดังกล่าว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังยืนเสียบลูกชิ้นและขายของอยู่ จู่ๆ ผู้ตายเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับเหล็กชะแลง ก่อนจะวิ่งบุกเข้ามาในร้าน ซึ่งตอนนั้นตนอยู่กับเจ้าของร้านเพียง 2 คน ซึ่งเจ้าของร้านเป็นแม่ผู้ก่อเหตุ กำลังนั่งกินข้าวอยู่ ตนจึงได้ตะโกนบอกว่าผู้ตายเข้าไปแล้ว ก่อนที่ผู้ตายจะวิ่งขึ้นไปบนชั้น 2 ของตัวบ้าน และรื้อข้าวของกระจัดกระจาย เพื่อที่จะหาเงิน พร้อมพูดจาด่าทอและข่มขู่สารพัดในอาการคลุ้มคลั่ง ก่อนเดินลงกลับมายังชั้นล่าง ตนและเจ้าของร้านซึ่งเป็นแม่ของผู้ก่อเหตุจึงได้วิ่งออกมาจากตัวร้าน ก่อนที่จะวิ่งไปตามผู้ก่อเหตุเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือ ผู้ก่อเหตุซึ่งมีบ้านอยู่ติดกัน ได้วิ่งเข้าไปภายในร้าน ก่อนที่เสียงปืนจะดังสนั่นขึ้นจำนวน 3 นัดจนผู้ตายเสียชีวิต ที่ผ่านมาตนพบเห็นผู้ตายมีอาการคลุ้มคลั่งและอาละวาดอยู่เป็นประจำ

ด้าน นางศิริกาญจน์ รัตนศักดิ์ เจ้าของร้าน และแม่ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ผู้ตายเป็นคนที่เสพยาบ้ามาตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน มีพฤติกรรมคลุ้มคลั่งมาตลอด มักชอบทำลายข้าวของในบ้านตนเองซึ่งอยู่ใกล้กัน รวมทั้งบ้านของตน และบ้านของเพื่อนบ้าน จนบ้านและของภายในบ้านเสียหาย และเคยวางเพลิงเผาบ้านมาแล้วเช่นเดียวกัน แต่โชคดีที่ช่วยกันดับทัน ล่าสุดได้ใช้ค้อนทุบทำลายรถของลูกชาย ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุจนเสียหาย ส่วนกลางคืนจะไม่ค่อยนอนชอบมาปืนอยู่บนบ้านตนบ่อยครั้ง จนทำให้ทุกคนหวาดกลัว ซึ่งไม่มีใครช่วยอะไรได้ เนื่องจากหวาดกลัวความปลอดภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยประกาศขึ้นมาว่า ใครทำอะไรเขา จะจัดการให้หมด ไม่มีใครห้ามได้ ตนก็ไม่ได้คิดอะไร ก่อนจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นมา

นางศิริกาญจน์ กล่าวต่ออีกว่า ผู้ตายเพิ่งพ้นโทษออกมาในคดีเกี่ยวกับ พรบ.ยาเสพติดได้เพียงแค่ไม่ถึงเดือน ที่ผ่านมาเคยไปแจ้งความและแจ้งสายตรวจเข้ามาระงับเหตุบ่อย แต่ทางตำรวจได้แค่เพียงระงับเหตุ แต่ไม่สามารถจับกุมได้ จนล่าสุดหลังจากที่ไปก่อเหตุทุบทำลายรถของลูกชาย ตนก็ได้ไปแจ้งความ ซึ่งอยู่ระหว่างที่ทางตำรวจเรียกตัวไปสอบปากคำ จนมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ตนก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตนก็พยายามรักษาเขามาโดยตลอด และคอยรับผิดชอบการกระทำเขาตลอด เวลาที่ไปก่อเหตุทุบหรือทำลายข้าวของบ้านคนอื่น และก็เสียใจที่ลูกตัวเองก่อเหตุครั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้ตนก็ยอมติดคุกแทนลูก เพราะลูกมีลูกที่ต้องดูแล ส่วนตนก็ไม่มีอะไรแล้ว ซึ่งตนขอสู้จนถึงที่สุดเพื่อให้ความยุติธรรมกับลูก เข้าใจว่าเขาผิด แต่หากไม่ทำแบบนี้ คนเช่นนี้อยู่ไปก็รกโลก สร้างความเดือดร้อนไปอีก ซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้วิ่งเข้ามาในบ้านช่วงที่ตนกำลังกินข้าวอยู่ ตนก็ถามว่าเข้ามาทำไม ให้ออกไปเพราะเกรงว่าลูกชายจะเข้ามา กลัวจะมีปัญหากัน แต่ผู้ตายไม่ยอมและถามสวนกลับมา ว่าทำไม มีปัญหาอะไรเข้ามาไม่ได้หรอ

ขณะที่นายสมนึก ยิ่งยง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 กล่าวว่า ผู้ตายเป็นคนก้าวร้าวเป็นอย่างมาก ญาติได้โทรแจ้งตนเข้ามาบ่อย ทำให้ทางตำรวจและหน่วยกู้ภัยต้องเข้ามาระงับเหตุอยู่บ่อยครั้ง เพราะผู้ตายมักมีพฤติกรรมที่ชอบอาละวาด มาตั้งแต่ก่อนจะเข้าคุก และหลังจากพ้นคุก ทำให้ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านต่างเอือมระอาและหวาดกลัวกับมาตลอด

เบื้องต้นทางตำรวจได้รับมอบตัวนายณัฐพงศ์ ผู้ก่อเหตุ พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ ก่อนควบคุมตัวไปยัง สภ.ห้วยยอด พร้อมทั้งเชิญผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และผู้เกี่ยวข้องไปสอบปากคำ เพื่อดำเนินการรวบรวมประจักษ์พยานหลักฐาน ประกอบสำนวนคดีดำเนินการขบวนการตามกฎหมายต่อไป.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ส่องโปรแกรมหนัง จ่อเข้าโรงฉายหลังคลายล็อก 1 ต.ค.นี้ ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เพียบ
บทความถัดไปหลวงปู่สุพจน์ เจ้าคณะจังหวัดตราด มรณภาพแล้ว หลังเข้ารักษาโรคโควิด-19