‘ชัยวุฒิ’ ตรวจเยี่ยมน้ำท่วมอ่างทอง-สิงห์บุรี ย้ำรัฐวางแนวทางลดผลกระทบระยะยาว

‘ชัยวุฒิ’ ตรวจเยี่ยมน้ำท่วมอ่างทอง-สิงห์บุรี ย้ำรัฐวางแนวทางลดผลกระทบระยะยาว

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง โดยมีนายวีรศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

หลังจากนั้นได้เดินทางไปยัง จ.สิงห์บุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งมีนายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้การต้อนรับและร่วมติดตามสถานการณ์ด้วย

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีความห่วงใยประชาชน จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีทุกคนเป็นตัวแทนรัฐบาลลงพื้นที่เยี่ยมเยียนช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รับรู้ความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัย ติดตามการดูแลแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ และตรวจตราดูพื้นที่น้ำท่วมเพื่อหารือแนวทางกับผู้ว่าราชการจังหวัดในการตรวจสอบและช่วยเหลือการเยียวยาผู้ประสบภัย

“ในส่วนของ จ.อ่างทอง ได้รับรายงานจากผู้ว่าฯวีรศักดิ์ว่าที่ป่าโมกมีชาวบ้านกว่า 1,000 หลังคาเรือนริมแม่น้ำ ถูกน้ำท่วมหมดเลย ก็ต้องมีการเยียวยาช่วยเหลือต่อไป และยังมีพื้นที่การเกษตรเสียหายหลายพื้น ชาวนาก็ไม่ได้เกี่ยวข้าว ไม่มีรายได้กัน ก็คงเป็นหน้าที่ของพวกเราต้องมาเยียวยาช่วยเหลือประชาชนต่อไป” นายชัยวุฒิกล่าว

ทั้งนี้ จากการตรวจเยี่ยมพื้นที่พบว่า จ.อ่างทอง เป็นพื้นที่ริมตลิ่งตลอดแนว ดังนั้น ถ้ามีโครงการสร้างเขื่อนระบบป้องกันน้ำท่วมได้ในชุมชนต่างๆ ก็จะช่วยลดผลกระทบให้กับประชาชนได้ ซึ่งทางรัฐบาลก็คงมีการเร่งรัดติดตามงบประมาณต่อไปให้กับทางจังหวัด

ขณะที่ ในการลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ จ.สิงห์บุรี ได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม รวม 3,330 หลังคาเรือน

“วันนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยกันลงมาดูแลพี่น้องประชาชน ถ้ามีโครงการอะไรที่จะช่วยได้ หรือประชาชนในพื้นที่ต้องการการเยียวยาช่วยเหลืออย่างไร ช่วยกันรวบรวมข้อมูลส่งมาให้รัฐบาล เชื่อว่ารัฐบาลเข้าใจและพร้อมที่จะดูแลโดยตลอดอยู่แล้ว เช่นเดียวกับในทุกสถานการณ์ความเดือดร้อนที่ผ่านมา” นายชัยวุฒิกล่าว

นายชัยวุฒิกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของทั้ง 2 จังหวัดพบว่าพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเป็นพื้นที่ทำนาทำการเกษตร จึงส่งผลให้เกษตรกรขาดรายได้จากพืชผลที่เสียหายและเก็บเกี่ยวไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลก็จะดำเนินการช่วยเหลือ ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จะช่วยประสานเข้ามา เพื่อให้มีงบประมาณมาช่วยเหลือให้เร็วที่สุด

นอกจากนี้ รายงานการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าวันที่ 8-9 ต.ค.นี้ จะมีการก่อตัวของพายุที่ฟิลิปปินส์อาจส่งผลต่อประเทศไทย อาจทำให้มีฝนตกหนักในช่วงปลายสัปดาห์หน้า จึงต้องเร่งเตือนประชาชน ให้ระมัดระวัง เพราะอาจมีน้ำท่วมขึ้นสูงในบางพื้นที่

นายชัยวุฒิกล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้รับรู้สถานการณ์น้ำ เพื่อป้องกันให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุดกับประชาชน โดยสั่งการผ่านกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดให้ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลแจ้งเตือนภัยระดับต่างๆ ผ่านเครือข่ายกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติน้ำท่วมได้อย่างทันการณ์ รวมทั้งสั่งการหน่วยงานใต้สังกัดในพื้นที่ให้ประสานความช่วยเหลือต่างๆ ให้ทันท่วงทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โควิดพ่นพิษ! สุราษฎร์งดจัดงานชักพระ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ร่วม 100 ปี
บทความถัดไป‘ฟิลลิปส์’ ไม่สนไป ‘แมนฯยู’ อยากต่อสัญญายาวกับ ‘ลีดส์’