สงขลาป่วยโควิดยังพุ่ง เร่งหา รพ.สนามเพิ่ม

สงขลาป่วยโควิดยังพุ่ง เร่งหา รพ.สนามเพิ่ม

ผู้ป่วยยังพุ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนหลายอำเภอ ภาพรวมยังมีผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 6 พันคน จากจำนวนผู้ป่วยสะสมกว่า 3 หมื่นคน ในขณะที่อำเภอจะนะ ต้องเพิ่มโรงพยาบาลสนามเป็นแห่งที่ 8 แล้ว ในขณะที่ สสจ.เร่งทำการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็ก

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสงขลายังคงน่ากังวล โดยมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 300-500 คน โดยเฉพาะผู้ป่วยในชุมชน ทำให้ต้องมีการเพิ่มเตียงโรงพยาบาลสนามมากขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยในโซนสีเขียว ซึ่งขณะนี้ทั้ง 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา นอกเหนือจากโรงพยาบาลประจำอำเภอแล้ว ยังมีโรงพยาบาลสนามแล้ว 33 แห่ง มากกว่า 6 พันเตียง โดยล่าสุดที่อำเภอจะนะ ซึ่งมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มชุมชนเพิ่มสูงขึ้น ทำให้นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ร่วมกับฝ่ายปกครองและหน่วยเกี่ยวข้องได้จัดหาสถานที่เพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มเป็นแห่งที่ 8 แล้ว

โดย นพ.สุภัทรระบุว่า ในขณะนี้สถานการณ์การติดเชื้อใน 4 จังหวัดภาคใต้ยังพบมากขึ้น ทางออกก็คือต้องได้รับการจัดสรรวัคซีนเข้ามาเพิ่มมากขึ้น โดยหากได้เพิ่มจากเดิมอำเภอละ 10,000 โดส ก็จะสามารถควบคุมโรคได้ดีมากขึ้น

นายแพทย์ปพน ดีไชยเศรษฐ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา เปิดเผยถึงแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับนักเรียน นักศึกษา อายุระหว่าง 12-18 ปี ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเริ่มฉีดเมื่อ 4 ตุลาคม เป็นวันแรก ว่าจังหวัดสงขลาได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรกสำหรับนักเรียน นักศึกษา อายุ 12-18 ปี จำนวน 44,480 โดส คิดเป็นร้อยละ 48 ของจำนวนผู้ประสงค์จะฉีดวัคซีน ซึ่งจะทยอยฉีดให้ครบภายใน 2 สัปดาห์ โดยเป็นการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตามความสมัครใจที่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดสงขลามีนักเรียนประสงค์ฉีดวัคซีนกว่า 90,000 คน คิดเป็นกว่าร้อยละ 80 จากทั้งหมดประมาณ 120,000 คน ซึ่งวัคซีนในส่วนที่เหลือทางกระทรวงสาธารณสุขจะส่งมาให้ในล็อตต่อไป

ในส่วนของการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 นั้นจะฉีดห่างกันประมาณ 3 สัปดาห์ คาดว่าจังหวัดสงขลาจะดำเนินการได้ร้อยละ 80 ขึ้นไป เพื่อให้ทันการเปิดภาคเรียนที่ 2 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ส่วนข้อกังวลเรื่องภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบนั้น อัตราการเกิดผลข้างเคียงดังกล่าวต่ำมาก แต่หากมีอาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย หรือเหนื่อยง่าย ให้รีบมาพบแพทย์ พร้อมระบุว่ากล้ามเนื้อหัวใจอักเสบสามารถหายได้เอง ถ้าจะเปรียบเทียบระหว่างผลข้างเคียงกับประโยชน์ของการฉีดวัคซีน ผู้ฉีดจะได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีนมากกว่า เพราะหากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจะมีอันตรายจากการติดเชื้อโควิดได้ จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้บุตรหลานมาฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด-19

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จับตาราคาน้ำมันดิบขึ้นอีก หลังกลุ่มโอเปกพลัสคงมติปรับเพิ่มกำลังผลิต
บทความถัดไป‘DITP’ จัดใหญ่! ระดมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทย หนุนเอสเอ็มอี ฝ่าวิกฤติโควิด-19