รวบแก๊งแอบอ้างสำนักสงฆ์ทิพย์ เรี่ยไรเงินทอดกฐินสามัคคี สารภาพแบ่งตังค์กันใช้จ่าย-ปลดหนี้

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จ.สมุทรสงคราม จับกุมมิจฉาชีพแอบอ้างสำนักสงฆ์ไม่มีตัวตน เรี่ยไรเงินชาวบ้านร่วมทอดกฐินสามัคคี และไม่มีใบอนุญาตยกแก๊ง พบบางคนเคยถูกจับกุมข้อหาเดียวกันมาแล้วเมื่อ 3 เดือนก่อน

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสงครามได้รับแจ้งจากบ้านว่ามีบุคคลนำรถยนต์ปิ๊กอัพมาทำการเรี่ยไรเงินชาวบ้าน สร้างความเดือดร้อนรำคาญ และเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยในเรื่องการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่บริเวณถนนสมุทรสงคราม-อัมพวา เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม กำลังมุ่งหน้าเดินเรี่ยไรไปทางตลาดน้ำอัมพวา

จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสงคราม สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ไปตรวจสอบ โดยซุ่มดูพฤติกรรมของผู้ทำการเรี่ยไรอยู่บริเวณริมถนนดังกล่าว เห็นชายทราบชื่อต่อมาคือนายเจิม สร้อยสุรินทร์ อายุ 61 ปี นั่งอยู่ในรถปิ๊กอัพ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรนซ์เงิน ทะเบียน บว 4181 ราชบุรี ที่นั่งคนขับเปิดเครื่องขยายเสียงเชิญชวนชาวบ้านร้านค้าให้ร่วมทำบุญทอดกฐินสามัคคีเพื่อนำเงินรายได้ไปสร้างวิหารหลวงพ่อขาว สำนักปฏิบัติธรรมหลวงพ่อขาว ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2564

โดยมีนายเฉลิม ด้วงไทย อายุ 56 ปี และนายนิกร คำทรัพย์ อายุ 45 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.ราชบุรี เดินถือถังพลาสติกภายในมีซองกฐินสามัคคีเชิญชวนชาวบ้าน ร้านค้า ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและขอดูใบอนุญาตทำการเรี่ยไร ซึ่งทั้งหมดไม่มีมาแสดง

จากการสอบสวนเบื้องต้นทั้ง 3 รายรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้เดินทางมาจาก จ.ราชบุรี เพื่อทำการเรี่ยไรในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเริ่มจากร้านค้าริมถนนและชาวบ้านใกล้เคียงตั้งแต่เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม เรื่อยมาจนถึงเขต อ.อัมพวา โดยไม่มีใบอนุญาตจริง และยังยอมรับด้วยว่าที่ผ่านมาพวกตนได้เดินทางไปทำการเรี่ยไรด้วยวิธีการนี้มาแล้วที่ จ.ราชบุรี และ จ.สมุทรสาคร ก่อนจะมาที่ จ.สมุทรสงคราม โดยนำเงินที่ได้ไปแบ่งกันเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อีกทั้งใช้หนี้

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันทำการเรี่ยไรในถนนหลวงหรือที่สาธารณะ โดยโฆษณาสิ่งพิมพ์ ด้วยวิทยุกระจายเสียงหรือด้วยเครื่องเปล่งเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต” ทั้ง 3 รับสารภาพ จึงควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางเป็นซองผ้าป่าและธนบัตรชนิดต่างๆ รวมเป็นเงิน 3,042 บาท ส่งพนักงานสอบสวน สภ.อัมพวา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับการยืนยันว่า สำนักปฏิบัติธรรมหลวงพ่อขาวไม่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี แต่อย่างใด ที่ผ่านมามักจะมีมิจฉาชีพนำไปแอบอ้างชื่อเรี่ยไรโดยเชิญชวนชาวบ้านให้ร่วมทำบุญอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะนายเจิม สร้อยสุรินทร์ เคยถูกเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันจับกุมที่ จ.สมุทรสงคราม ข้อหาเดียวกันเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สวยเด็ด! 30 มิสยูฯ เผยโฉม ประชันความคิด แข่งตอบคีย์เวิร์ด ดุเดือด 
บทความถัดไป2 หนุ่มเชียงรายเข้าพบ ตร. จัดคาร์ม็อบเดือน ส.ค. ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ลั่นกิจกรรมไม่ใช่ต้นตอแพร่โควิด