ชาวน่านสุดทน! ศาลากลางหลังเก่าถูกทิ้งร้าง เป็นแหล่งมั่วสุม ถุงยางเกลื่อน วอนหน่วยงานปรับปรุง

ชาวน่านสุดทน ศาลากลางหลังเก่าถูกทิ้งร้าง เป็นแหล่งมั่วสุม ถุงยางเกลื่อน วอนหน่วยงานพัฒนาปรับปรุง

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่า ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองน่านถูกปล่อยทิ้งร้างมานานนับ 10 ปี ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม กลายเป็นแหล่งมั่วสุม ดื่มสุรา และสถานที่มั่วเซ็กส์ โดยพบขยะ ถุงยางอนามัยใช้แล้วทิ้งเกลื่อนบนพื้นถนน พงหญ้า และห้องต่างๆในตัวอาคาร โดยเฉพาะชั้นบนซึ่งเคยเป็นห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พบขวดสุรา ก้นบุหรี่ ไม้ขีดไฟจำนวนมากเกลื่อนห้อง รวมทั้งมีกเบาะรองนั่ง ผ้าปูที่นอน และซองถุงยางอนามัยจำนวนมาก

จากการสอบถาม ชาวบ้านที่พักอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง เปิดเผยว่า เมื่อก่อนยังมีเจ้าหน้าที่เจ้ามาดูแล ทำความสะอาดบ้าง แต่ระยะหลังไม่มีเจ้าหน้าที่เลย ทำให้อาคารศาลากลางหลังเก่าถูกปล่อยทิ้ง มีหญ้าขึ้น ต้นไม้ กิ่งไม้ปกคลุมตัวอาคาร ในช่วงเย็นๆ โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ จะพบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เข้ามาจอดมากันเป็นกลุ่ม มานั่งสูบบุหรี่ ดื่มสุรา บางรายแอบเข้าไปในตัวอาคาร เกรงว่าหากเกิดเหตุอะไรขึ้นคงไม่มีใครเห็น เนื่องจากค่อนข้างรกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ ยิ่งช่วงเวลากลางคืนน่ากลัวมาก เพราะไม่มีไฟส่องสว่าง อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาปรับปรุง พัฒนาให้ดี หรือมีเจ้าหน้าที่มาตรวจบ้าง เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่า ตั้งอยู่บนถนนสุริยพงศ์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน ใจกลางเมืองน่านในเขตเมืองเก่าน่าน บริเวณโดยรอบรายล้อมด้วยวัดเก่าแก่ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั้งพิพิธภัณฑ์ คุ้มเจ้า และสถานที่ราชการหลายแห่ง ถูกใช้งานเป็นศาลางกลางจังหวัดน่าน มาตั้งแต่ปี2519 – 2556 ต่อมาส่วนราชการย้ายไปเมื่อศูนย์ราชการจังหวัดน่านสร้างเสร็จ

ภายหลังที่ส่วนราชการย้ายออกไป พบมีการใช้พื้นที่ภายนอกออกคารจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรของชุมชนต่างๆ และจัดงานนิทรรศการ ศิลปะ วัฒนธรรม เป็นครั้งคราว ต่อมาในปี 2559 คณะทำงานจัดทำแผนแม่บท คณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าน่าน ได้เห็นชอบแบบรูปรายการปรับปรุงอาคารศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่าและพื้นที่โดยรอบ เพื่อเป็นหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณ ผ่านองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. 250 ล้านบาท โดยตามแผนจะเริ่มดำเนินการปรับปรุงตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้ใช้ประโยชน์ได้ในปีงบประมาณ 2568

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กสม.’ ขอทุกฝ่าย ยุติรุนแรง ‘ม็อบดินแดง’ แนะ จริงใจ เปิดเวทีกลาง เจรจา-แก้ปัญหา
บทความถัดไปผู้ว่าฯปูเคลียร์จบ หลังชาวบ้านปะทะเปิด-ปิดแบริเออร์กั้นน้ำ เผยตอนนี้ต้องการยารักษาโรคน้ำกัดเท้า