ผู้ทรงคุณวุฒิรัฐ-เอกชนชี้ทุนทางสังคมใต้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าวิกฤตโควิด

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดเสวนา หัวข้อ “SWOT ทุนทางสังคมและทรัพยากรกับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ภายใต้ “โครงการผ่าวิกฤติโควิด-19 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้” มีวิทยากรประกอบด้วย นายธนวัตน์ พูนศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา, นายปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนล่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), ผศ.ดร.สุระพรรณ์ จุลสุวรรณ์ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และว่าที่ ร.ต.รอซีดีย์ บ่าวเบ็ญหมัด ประธานกรรมการ บริษัท อะยัมบัง(ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินกาวนาโดย นายสมชาย สามารถ บรรณาธิการศูนย์ข่าวภาคใต้ เครือเนชัน และ นายชัยวุฒิ บุญวิวัฒนาการ รองประธานกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนสงขลา

ผศ.ดร.สุระพรรณ์กล่าวว่า จากการทำ SWOT โดยการมองโอกาสภายนอก แล้วค่อยไปเจาะภายใน หรือมองศักยภาพของเราและพื้นที่ รวมไปถึงบริบทการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร การขยายตัวของความเป็นเมือง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น รวมไปถึงทางศอ.บต.สามารถนำมาปรับใช้กับยุทธศาสตร์การพัฒนาได้

ผศ.ดร.สุระพรรณ์กล่าวว่า ปัจจุบัน ธุรกิจได้หันมาให้ความสำคัญการผลิตและการบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากร ระบบนิเวศ ที่เป็นจุดเด่นของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจุดแข็งของเราที่อยู่ติดกับชายแดนมาเลเซีย จึงต้องวางแผนรองรับ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงหลัโควิดคลี่คลาย พื้นที่บ้านเรามีมหาวิทยาลัยค่อนข้างมาก เรื่องเทคโนโลยีต่างๆ การสร้างนวัตกรรม สร้างแบรนด์ สร้างสินค้า และเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ทางมหาวิทยาลัยพร้อมที่จะสนับสนุน และผลักดัน จุดนี้ถือเป็นจุดแข็งของเรา เป็นจุดแข็งทางการศึกษา 5 จังหวัดชายแดนได้
“สิ่งสำคัญที่ถูกยอมรับคือสังคมพหุวัฒนธรรม และในพื้นที่มีพี่น้องมุสลิม ทำให้อาหารต้องมีเครื่องหมายฮาลาล สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว” คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มรภ.สงขลา กล่าว

ว่าที่ ร.ต.รอซีดีย์กล่าวว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิต ต้องมองด้วย 4 L ได้แก่ Land, Labor, Law และ Looan โดย Land คือที่ดิน ดิน น้ำ อากาศ และทรัพยากรป่าไม้ที่เป็นธรรมชาติ Labor คือ แรงงาน ที่ยังไร้ทักษะ ยังไร้ฝีมือ ก็พัฒนาเขามา หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เพื่อทุกคนสามารถที่จะพัฒนาตัวเองได้ และให้โอกาส Law คือ กฎหมาย สิทธิประโยชน์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ และ Loan คือ เงินทุน หรือแหล่งทุน

ว่าที่ ร.ต.รอซีดีย์กล่าวว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่วัดจาก GPP (Gross Provincial Product) แต่ความเป็นมุสลิมจะมองอีกมุมหนึ่ง คือ GHP (Good Hygiene Practice) ความสุขที่เขาได้รับ ที่เขาได้ใช้ชีวิต ได้ความดีในมิติของศาสนา และได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จุดแข็งในพื้นที่ คือคน เนื่องจากคนจะจัดการในพื้นที่ได้ดี ควรจะจัดการกฎหมาย และระเบียบกติกาได้ จึงหันมาพัฒนาคน พัฒนาความคิด ทัศนคติ ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร เราอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือสามารถแข่งกับต่างชาติ หรือต่างภูมิภาคได้หรือไม่

ขณะที่ นายธนวัตน์ กล่าวว่า ทุนทางสังคมและทรัพยากรการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจุดแข็งและเสน่ห์ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจังหวัดสงขลามีจุดแข็งเกี่ยวกับ ศูนย์การค้า การลงทุน อาทิ การแปรรูป การส่งออก โลจิสติกส์ ศูนย์กลางการเงินและการลงทุน มีธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้อยู่ในหาดใหญ่ อุตสาหกรรมพลังงาน เช่น ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ศูนย์กลางการแพทย์มีโรงพยาบาลสอนแพทย์ และผลิตแพทย์ มีสนามบิน มีนิคมอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจพิเศษที่สะเดา เป็นต้น

นายธนวัตน์ กล่าวว่า จุดแข็งต่างๆ ที่มีร่วมกันของ 5 จังหวัด เช่น การท่องเที่ยวมาเลเซีย สิงคโปร์ ด่านต่างๆ ของ 5 จังหวัดที่ติดกับมาเลเซีย เป็นช่องทางที่จะให้นักท่องเที่ยวเข้ามา ศูนย์แปรรูปอาหารทะเล ศูนย์แปลรูปทางการเกษตร ศูนย์แปรรูปไม้ยางพารา ผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และที่สำคัญ เป็นศูนย์กลางการศึกษาทางมหาวิทยาลัยภาครัฐและเอกชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่าโอกาสการพัฒนาขึ้นอยู่กับนโยบาย ซึ่งโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต กับเขตเศรษฐกิจพิเศษ นวัตกรรมเทคโนโลยี การตลาดออนไลน์ ศูนย์กลางการค้าฯ IMT-GT ท่องเที่ยวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย อาหาร/การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมฮาลาล การท่องเที่ยวมูลค่าสูง เกษตรมูลค่าสูง และความเชื่อมโยงของเมืองต้นแบบในพื้นที่

ด้าน นายปกรณ์กล่าวว่า ความสามารถในการแข่งขันในพื้นที่ มีทรัพยากรมนุษย์ที่ต่างจากที่อื่น และสามารถเชื่อมโยงกับต่างประเทศได้ ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม สังเกตจากเมืองขนาดกลางอย่างหาดใหญ่ ที่เปลี่ยนเป็นเมืองอัจฉริยะ ใช้เทคโนโลยีในการบริหารเมือง และให้เป็นเมืองการท่องเที่ยว

“การพัฒนาเมือง คือสร้างเมืองให้ทันสมัย เป็นเมืองที่ปลอดภัย ซึ่งผู้บริหารที่เป็นคนรุ่นใหม่ สามารถที่จะพัฒนาเมืองได้อย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันมีคนพูดถึงเมืองอัจฉริยะมากขึ้น และการใช้เทคโนโลยีในการเผยแพร่อัตลักษณ์สู่ภายนอกโดยผ่านการไลฟ์สด คนในพื้นที่มีความสามารถในของภาษา อย่างภาษามลายู ที่เทียบกับอาเซียนตอนล่าง และภาษาอาหรับ นี่ถือเป็นทุน และมองว่าเป็นทุนทางสังคมของชายแดนใต้ที่มีส่วนที่ไม่เหมือนที่อื่นๆ ของประเทศ และมีโอกาสในการพัฒนามากขึ้น”นายปกรณ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กเด่น โชว์ผลงานปราบแว้น จับแล้วนับล้านราย ยึด จยย.กว่า 3 แสน จัดหาเงินกองทุน 4 แสนบาท ผู้แจ้งเบาะแส ได้รางวัลนำจับ 3 พัน
บทความถัดไปนุ้ย เชิญยิ้ม ขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้ ‘พระมหาสมปอง’ หลังเกิดประเด็นโดนจ้องจับสึก