ผู้ประกอบการอ่าวนางแนะ รบ.เปิดเที่ยวในประเทศก่อน ไม่ใช่เปิดแล้วระบาด สั่งปิดอีก หวั่นธุรกิจล้มอีกรอบ

กระบี่เร่งฉีดวัคซีน พร้อมรับนักท่องเที่ยว พ.ย.นี้ ด้านผู้ประกอบการสถานบันเทิงย่านอ่าวนางกังวลเร่งเปิดประเทศจะทำให้ภาคธุรกิจล้มอีกรอบ แนะรัฐควรทดลองให้เที่ยวภายในประเทศก่อน

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการให้บริการฉีดวัคซีนกับประชาชน ที่ศูนย์บริการวัคซีนโรงพยาบาลกระบี่ โดยในวันนี้มีประชาชนเข้ารับบริการฉีดวัคซีนเข็มแรกกว่า 2,000 คน ซึ่งทั้งหมดลงทะเบียนไว้กับ กระบี่ชนะ.com เช่นเดียวกับ รพ.ประจำอำเภอ ทั้ง 8 อำเภอที่เปิดฉีดวัคซีนให้กับประชาชนแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ตามระยะเวลาที่กำหนด

นายพุฒิพงศ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนแล้ว 347,327 โดส เข็มที่ 1 จำนวน 211,341 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 156,016 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 6,970 ราย โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว เกาะพีพี อ่าวไร่เลย์ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ทำการฉีดบูสเตอร์โดสให้กับประชาชน โดยจะเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนครบโดส ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 หรือ 4 แสนคน จากจำนวนประชากรกว่า 5 แสนคน หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อนุมัติวัคซีนให้ประมาณ 5 แสนโดส ในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว

โดยแต่ละพื้นที่เร่งทำการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ เช่น สาธารณสุข อ.คลองท่อม จัดโครงการ “หนึ่งวัน หนึ่งตำบล” ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นไป

ขณะที่ผู้ประกอบการสถานบันเทิงผับบาร์ย่านแหล่งท่องเที่ยวหน้าชายหาดอ่าวนาง ทยอยทำความสะอาด ปรับปรุงสถานที่ ตรวจเช็กระบบเสียงแสง ระบบไฟต่างๆ เตรียมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ภายหลังมีการประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ถูกปิดมานานกว่า 1 ปี ผู้ประกอบการหลายรายต้องเลิกกิจการ บางรายต้องหยุดกิจการโดยไม่มีรายได้มานานนับปี

น.ส.เมตตา เรืองชุม ผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิงในหาดอ่าวนาง ระบุว่า ผู้ประกอบการเห็นด้วยต่อการเปิดประเทศ เพราะการมีนักท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้หลัก แต่สิ่งที่ยังเป็นห่วงกังวลคือหากเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาตอนนี้จะมั่นใจได้แค่ไหนว่าจะมีมาตรการคุมการระบาดได้ ไม่ให้เกิดคลัสเตอร์ใหญ่ๆ ขึ้นมาอีก ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลน่าจะทดลองเปิดให้ท่องเที่ยวกันเองภายในประเทศก่อนจะดีหรือไม่ เพื่อทดสอบระบบการรับมือว่าหากมีการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ เราจะรับมือกันได้ดีแค่ไหน

น.ส.เมตตากล่าวว่า การเปิดภายในประเทศต้องเปิดให้เต็มรูปแบบ อันแรกคือสถานศึกษา ให้ผู้คนได้ทดลองใช้ชีวิตในวิถีใหม่ก่อนว่าจะปรับตัวกันได้แค่ไหน และรับมือหากเกิดวิกฤตอีกรอบได้แค่ไหน ที่สำคัญระหว่างนี้ต้องเร่งนำวัคซีนมาฉีดให้ทั่วถึงโดยเร็วควบคู่ไปด้วย

“ในส่วนของสถานบันเทิง รัฐต้องเข้าใจด้วยว่าการจะให้ผู้ประกอบการเปิดได้ ต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าเปิดขึ้นมาแล้วต้องอยู่ได้จริงๆ ไม่ใช่ให้เปิดได้ระยะสั้นๆ พอเกิดการระบาดก็มาสั่งปิดกันอีก เพราะผู้ประกอบการทุกรายมีต้นทุนสูงในการกลับมาเปิดธุรกิจอีกครั้ง ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการเตรียมสถานที่ ค่าต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนสินค้าที่ต้องซื้อมาเข้าในระบบ

“เมื่อลงทุนไปแล้วต้องมั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกสั่งปิดอีก เพราะหากต้องล้มกันอีกเพราะถูกสั่งปิดรอบนี้จะเป็นการล้มที่หนักมากแล้ว ตอนนี้ทุกคนก็เจ็บปวดมามากพอแล้ว จึงอยากให้รัฐพิจารณาให้รอบคอบถึงการเปิดประเทศ และต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการให้ได้ด้วย” น.ส.เมตตากล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ฟ้าวันใหม่’ ขอขมา ‘เสี่ยโบ๊ท’ – แฉทำมาหลายครั้งนำเงินไปซื้อยาเสพติด – ‘อุดม จารย์ลี’ โซด์โค้งเคลียร์ ‘ณัฐเดช’
บทความถัดไปนับถอยหลัง 81 วัน สู่เป้าหมายฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส ภายในปี 2564 ณ 12 ต.ค.64