จ่อแจ้งข้อหาพยายามฆ่ามือตัดเชือกช่างทาสีคอนโดดังปากเกร็ด

จ่อแจ้งข้อหาพยายามฆ่ามือตัดเชือกช่างทาสีคอนโดดังปากเกร็ด

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปภาพช่างทาสี หนุ่ม 2 คน ที่ลอยตัวบนหน้าต่างอาคารสูงลอยตัวคาอยู่ชั้น 26 ของอาคารคอนโดลุมพินี ห้าแยกปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีการระบุข้อความว่า “ขาสั่นลอยตัวทาสีถูกตัดเชือกทำงานต่อไม่ได้เคราะห์ดีเจอคนนั่งอยู่ที่ระเบียงขอช่วยเหลือ ช่างบอกไม่กลัวความสูงแต่เคสนี้เล่นเอาขาสั่นมาก”โดยคลิปดังกล่าว เป็นภาพที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม เวลาประมาณ 24.00 น. ที่คอนโดลุมพินี บริเวณห้าแยกปากเกร็ด เป็นภาพช่างทาสีหนุ่ม 2 คน ห้อยตัวอยู่ระเบียงหน้าต่างแบบหวาดเสียว บริเวณชั้นที่ 26 ซึ่ง 2 ช่างทาสี ได้พยายามส่งสัญญาณบอกกับเจ้าของห้องให้ช่วยเปิดหน้าต่างระเบียง จนกระทั่งเจ้าของห้องเห็นเหตุการณ์ จึงรีบเปิดบานหน้าต่าง และพูดคุยกันอยู่สักพักก่อนจะให้ช่างทั้งสองกลับเข้ามาในห้องของตนเอง เพื่อลงไปยังชั้นล่างอย่างปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากเกร็ดเร่งสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุตัดเชือก

เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 16 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สภ.ปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี  เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติบุคคลคอนโดนำช่างประจำอาคาร เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ให้ข้อมูลเพิ่มเติม กรณีการตัดเชือกโรยตัวของช่างทาสี เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมาโดยการสอบปากคำ ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง

พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า คดีนี้ได้รับความสนใจเพราะเป็นคดีที่เกี่ยวกับชีวิตของบุคคลที่ทางสีของคอนโด จากการสืบสวนสอบสวน ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีตัวบุคคลที่เข้าข่ายว่าจะเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ซึ่งมีโอกาสสูงมาก แต่เพื่อความรอบคอบทางเจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่จะปราศจากข้อสงสัย หลักการเพื่อความชัดเจน และรอบคอบที่จะเสนอต่อศาลในการขออนุมัติหมายจับ ในส่วนของพยานหลักฐานมีพร้อมแล้วทั้งพยานแวดล้อม พยานบุคคล และภาพจากกล้องวงจรปิดบางส่วน  นอกจากนี้ยังรอพยานหลักฐานการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักฐานที่สำคัญที่จะใช้นำมาประกอบในคดีนี้เพื่อไม่ให้เกิดประเด็นข้อสงสัยว่าจะไม่ดำเนินคดีผิดตัว  ในส่วนของเชือกจะทำการตรวจดีเอ็นเอ รอยนิ้วมือแฝง และตรวจรอยตัดว่าเชือกดังกล่าวเป็นเชือกเก่าหรือเชือกใหม่เป็นรอยตัดหรือขาดเอง

พ.ต.อ.พงศ์จักร กล่าวต่อว่า เบื้องต้นผู้ต้องสงสัย ยังไม่ให้ความร่วมมือ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานภายใต้ความรอบคอบรัดกุมตามระเบียบข้อกฏหมาย เพื่อไม่ให้เป็นประเด็นในเรื่องของการละเมิดสิทธิ์ของบุคคล โดยในวันนี้จะมีการเรียกผู้ต้องสงสัยเข้ามาให้การกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เปิดโอกาสให้ผู้ต้องสงสัยได้แสดงตัว และหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ทราบว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อปราศจากข้อสงสัยทางเจ้าหน้าที่จึงส่งสำนวนการสอบสวนต่อศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับกุมตัวผู้เข้าข่ายที่อาจเกี่ยวข้องต่อไป  อย่างไรก็ตามสำหรับข้อหานั้นหากพยานหลักฐานชัดจะมีความผิดข้อหาทำให้เสียทรัพย์ เชือกมีมูลค่า 30,000 บาท หากการกระทำนั้นเกิดขึ้นจากเจตนาอาจจะเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า

รายงานข่าวจากพนักงานสอบสวนแจ้งว่า สำหรับผู้ก่อเหตุตัดเชือกเป็นหญิงสาวที่อาศัยอยู่ชั้น 21 คอนโดเดียวกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon