คืบหน้ายุทธการ “จันทบูร” ค้นบ้าน นายกอบจ.จันทบุรี ยันน่าจะมาจากเรื่องไม่สังกัดพรรคการเมืองเลยเลื่อยเก้าอี้

19.10.21 | 16:25 น.

คืบหน้ายุทธการ “จันทบูร” ค้นบ้าน นายกอบจ.จันทบุรี ปมทุจริตปมเงินสนับสนุนสร้างพุทธมณฑล นายกโจ้ ยืนยันชัด ปมมาจากเรื่องไม่สังกัดพรรคการเมืองทำถูกเลื่อยเก้าอี้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 ต.ค. 64 ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความคืบหน้า ตำรวจสอบสวนกลาง เปิดยุทธการ “จันทบูร” ลุยค้นบ้าน นายก อบจ.จันทบุรี – พระครูปลัดฯ และพวก ทุจริตปมเงินสนับสนุนสร้างพุทธมณฑล
ภายหลังจากเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. พร้อม พ.ต.อ.ศราวุธ ศรีสุขศิริพันธ์ ผกก.2 บก.ปปป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปปป.บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.ป. ,บก.ทล. ,บก.ปอท. บก.ปอศ. รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ในสังกัด บช.ก. และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “จันทบูร” นำหมายค้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 9 จุด ในพื้นที่ จ.จันทบุรี


พร้อมกันนี้ ได้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาแจ้งข้อกล่าวหาได้ทั้งหมดจำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วน จ.จันทบุรี 2. นายภูวนาถ บำรุงพันธุ์ อดีต ผอ.กองแผน 3.พระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ หรือ พระครูปลัดณัฐดนัย เจ้าอาวาสวัดสุทธิวารี เจ้าคณะอำเภอสอยดาว และ กรรมการมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี และ 4.นายเกศสยาม ร่วมดี หจก.สยามช่างบูรพา พร้อมตรวจยึดเอกสารจำนวนหนึ่ง ตลอดจนอาวุธปืนพกสั้น ของ นายธนภณ กิจกาญจน์ จำนวน 2 กระบอก เบื้องต้นพบมีเอกสารการครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย

Advertisement

ต่อมาที่ สภ.เมืองจันทบุรี นายธนภณ กิจกาญจน์ หรือ นายกโจ้ นายกองค์การบริหารส่วน จ.จันทบุรี ที่ได้เดินทางมาพร้อมด้วยทนายความ ได้เข้าให้ปากคำกับ พงส. จาก ปปป ร่วม 2 ชั่วโมง พร้อมกับรับทราบข้อกล่าวหา โดยมี ทั้งทีมผู้บริหาร อบจ./ สจ./ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น / ตลอดจนผู้เคารพนับถือนายกโจ้ เดินทางมารอเพื่อมอบดอกไม้ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

หลังการสอบสวน ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า กรณีที่ตนโดนแจ้งข้อกล่าวหา จากเรื่องที่ อบจ. สนับสนุนอุดหนุนมูลนิธิพุทธมณฑล จันทบุรี สรุป ณ ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ในศาลปกครอง จ.ระยอง เพราะ อบจ.จันทบุรี เป็นโจทย์ เพื่อฟ้องทางมูลนิธิฯ เนื่องจาก สตง. ได้มีการตรวจสอบหลักฐานบัญชีต่างๆ และทำเรื่องให้ทาง อบจ. เรียกคืนเงินอุดหนุน  ทั้งนี้เนื่องจาก ในชั้นแรกทางมูลนิธิ ฯ ไม่สามารถที่จะหาหลักฐานได้ ดังนั้นทาง อบจ. จำเป็นต้องดำเนินการตามระเบียบ แต่การที่ อบจ.สนับสนุนให้กับทาง มูลนิธิตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเงินอุดหนุน ที่มีอยู่ 5 ประเภท ประกอบด้วย วัด /มัสยิด/ สมาคมที่เป็นนิติบุคคล / มูลนิธิซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จุดทะเบียนได้ และสุดท้ายคือกาชาด เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ อบจ.ได้ให้การอุดหนุนทุกหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานราชการ ด้านการศึกษา สาธารณสุข เนื่องจากอยู่ในระเบียบของการอุดหนุน ดั้งนั้นทั้งหมดจึงอยู่ในแผนของการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายธนภณ กล่าวอีกว่า การฟ้องร้องกล่าวหาในครั้งนี้น่าจะมาจากเรื่องการเมืองเกือบทั้งสิ้น เนื่องจากนิสัยส่วนตัวเป็นคนดื้อ ไม่สังกัดพรรค แต่คาดว่าสมัยหน้าคงจะต้องสังกัดพรรค หากผมจะเรือกใคร ต้องเลือกตามผมก็แล้วกัน และการถูกเชิญตัวในวันนี้ ไม่มีอะไรอื่นนอกเหนือความคาดหมาย พร้อมทั้งของคุณทาง ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ที่ได้ให้ความเป็นธรรม และทุกหน่วยงาน ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ต้องดำเนินการไปตามระเบียบ โดยทุกหน่วยงานที่มีหนังสือแจ้งให้ชี้แจง ก็ดำเนินการชี้แจงไปแล้ว ทั้ง สตง. และปปง. อยู่ในระหว่างทำหลักฐาน

ในส่วนของวันนี้ ปปป. ได้เข้าตรวจสอบ ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการหาหลักฐานชี้แจง เพื่อแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาไปตามระเบียบของกระบวนการกฎหมาย ไม่มีปัญหาหนักใจ เฉพาะฉะนั้นวันนี้ส่วนตัวได้เข้ามาทำงานการเมืองกว่า 30 ปี ไม่เคยทุจริตโดยขอยืนยันว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องมุมมองของ
แต่ละคน รวมไปถึงคู่ต่อสู้ทางการเมือง หรือผู้ที่ตนเอง ไม่ได้ไปช่วยเหลือเรื่องการเมืองก็ดี ซึ่งเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนมีนัยยะทางการเมืองแอบแฝง ดังนั้นจึงไม่มีความกังวลอะไร ยืนยันถ้าผิดจริง ยินดีลาออกจากตำแหน่งแน่นอน

นายธนภณ กล่าวอีกว่า กรณีที่ออกข่าวหลายสื่อว่า ตนเองเป็นคนรวย มีบ้านใหญ่โต ขอชี้แจงว่าไม่ได้เป็นคนมีฐานะร่ำรวย มีบ้านติดริมถนนหลังขนาดธรรมดา มีรั้วล้อมรอบไว้กันขโมย อยู่ในที่ดินของพ่อ มีเงินเดือน 75000 บาท ที่มีเท่าทุกวันนี้ก็เก็บหอมรอมริบจากการทำงานสุจริต ทำงานการเมืองตั้งแต่สมัยเป็น ส.อบจ. จนถึงก้าวมาถึงระดับ นายก อบจ. ไม่เคยซื้อเสียง และใครที่จะมาทำงานด้วย ต้องซื่อสัตย์สุจริต ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อพัฒนาจังหวัด

 

เพราะฉะนั้นวันนี้ ความเป็นการเมือง การถูกแจ้งข้อกล่าวหา จึงเป็นเรื่องปกติ จึงไม่ได้ซีเรียส และกรณีที่ออกมาพบสื่อมวลชนช้า เนื่องจากต้องให้เป็นไปตามขั้นตอน ไม่ได้หลบหน้า หรือหนีไปไหน เป็นลูกผู้ชายพอ ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด ส่วนวันนี้ เมื่อถูกแจ้งข้อกล่าวหา ก็ต้องหาหลักฐานมาแก้ข้อกล่าวหาให้ได้
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญที่เข้าตรวจค้นครั้งนี้ จุดแรก อยู่ที่บ้านเลขที่ 45 และ บ้านเลขที่ 8/2 ถ.เทศบาลสาย 3 ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายธนภณ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไปถึงได้แสดงหมายค้นเข้าตรวจสอบ ก่อนพบนายธนภณ กำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้านพัก ก่อนจะเชิญตัวมาทำการแจ้งข้อกล่าวหา ยัง สภ.เมืองจันทบุรี

จุดที่สอง เข้าตรวจค้นกุฏิสงฆ์ของ พระครูปลัดณัฐดนัย ภายใน วัดสุทธิวารี พื้นที่ ม.10 ถ.พระยาตรัง, ต.ท่าช้างอ.เมือง จ.จันทบุรี โดย พระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ อยู่ภายในกุฏิดังกล่าว จึงแสดงหมายเข้าตรวจค้นพร้อมอธิบายข้อกฎหมายให้เข้าใจ จากนั้นจึงนิมนต์มารับทราบข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับปฏิบัติการดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากเมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ทางกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการทุจริต เงินงบประมาณสนับสนุนมูลนิธิพุทธมณฑล จ.จันทบุรี ที่ได้รับจากทาง อบจ.จันทบุรี ในช่วงปี 2552-2556 ในการก่อสร้างพุทธมณฑลฯ

ซึ่ง อบจ.ได้อนุมัติและเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้กับมูลนิธิฯ จำนวน 106 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 ไตรมาส คือในปีงบประมาณ 2552 อุดหนุนเงินเป็นค่าถมดินทำถนนและจัดสร้างอาคารหอประชุม จำนวน 35 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2553 อุดหนุนเป็นค่าก่อสร้างแท่นพระ ซุ้มพระ องค์พระประธาน และห้องสุขา ห้องน้ำ จำนวน 62 ล้าน/และในปีงบประมาณ 2554-2555 อุดหนุนเป็นค่าก่อสร้างอาคารสำนักงานของมูลนิธิฯ จำนวน 30 ล้านบาท ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิฯเมื่อปี 2552 จนถึงปัจจุบัน

จากการลงพื้นที่สืบหาเบาะแสพร้อมสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ จนพบความผิดปกติเงินงบประมาณสนับสนุนในช่วงไตรมาส 3 ปี 2554-2555 ในส่วนของการดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน เนื่องจากตรวจสอบเอกสารรายงานงบประมาณจัดจ้างและเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องต่างๆ พบตัวเลขเงินที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารดังกล่าว ไม่ตรงกับจำนวนเงินงบประมาณที่เบิกจ่าย จึงแกะรอยสืบหาเบาะแสและพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนพบความเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับสูง รวมถึงพระชั้นผู้ใหญ่ ที่มีตำแหน่งอยู่ในมูลนิธิฯโดยการทุจริตดังกล่าวเริ่มต้นจาก นายธนภณ ในฐานะ นายก.อบจ.จันทบุรี  ได้อนุมัติเงินงบประมาณอุดหนุนของปีงบประมาณ 2554- 2555 รวม จํานวน 30 ล้าน ให้กับมูลนิธิฯ เมื่อได้รับเงินอุดหนุน จํานวนดังกล่าวแล้ว มูลนิธิฯได้ว่าจ้าง หจก.สยามช่างบูรพา ก่อสร้างอาคารสํานักงาน มูลนิธิฯ เพียง 12.7 ล้านบาทเศษ คงเหลือเงินอีกจํานวน 17.26 ล้านบาทเศษ
ซึ่งเงินในจำนวนนี้ทางมูลนิธิฯ ต้องส่งคืนให้กับ อบจ.

แต่ นายธนภณ ซึ่งในอีกบทบาทหนึ่งยังดํารงตําแหน่งเป็นกรรมการและเลขานุการของมูลนิธิฯ มีหน้าที่ควบคุมกิจการของมูลนิธิฯ ตลอดจนรายงานกิจการของมูลนิธิฯตามกฎหมาย และทราบข้อเท็จจริงนี้เป็นอย่างดี กลับไม่ยอมส่งคืนเงินที่เหลือดังกล่าวกลับคืนให้กับ อบจ.จันทบุรี อีกทั้งต่อมายังให้ นายภูวนาถ อดีตผอ.กองแผน และ งบประมาณ อบจ.จันทบุรี และเจ้าหน้าที่ของ อบจ.จันทบุรี มาจัดทําเอกสารให้กับมูลนิธิฯ ด้วยการทํา สัญญาจ้างก่อสร้าง ค่าจ้าง 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นการทำเอกสารเท็จขึ้นมา โดยมีพระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ ที่มีตำแหน่งเป็นกรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิกมูลนิธิ กับ นายเกศสยาม ร่วมกระทำผิดด้วย

จากนั้นจึงนำสัญญาเท็จที่ทำขึ้นมาฉบับดังกล่าวไปแนบประกอบรายงานผลการดําเนินการให้ อบจ.จันทบุรี เพื่ออำพรางปกปิดการทุจริต นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่าที่ผ่านมามูลนิธิฯดังกล่าว ยังไม่เคยรายงานข้อมูลการดําเนินงานข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมใหญ่สามัญประจําปีอีกด้วย

สำหรับ พุทธมณฑลประจำ จ.จันทบุรี อยู่ในพื้นที่ ม.8 ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2552 ปัจจุบันมีสิ่งปลูกสร้างอาคารสำนักงาน หอประชุม และองค์พระประธานขนาดใหญ่ และมักใช้กิจกรรมเกี่ยวพระพุทธศานาและที่เรียนเพิ่มเติมของคณะสงฆ์ในจังหวัด ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าว ถูกใช้เป็นสถานที่กักตัว กลุ่มเสี่ยงจากเชื้อโควิด 19