ญาติข้องใจผู้ต้องหาดับปริศนาคาคุก ตร.อ้างผูกคอกับหัวแม่เท้า แต่สภาพศพมีแผลเต็มตัว

เมื่อวันนี้ 14 เม.ย. ร.ต.อ.สุวัฒน์ เชื่อเมือง รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้รับแจ้งพบว่า นายสาโรจน์ เดชรัตน์ หรือโรจน์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหา คดีบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยไม่มีเหตุอันควร, มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 222 เม็ด ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและเสพ ใช้สายเชือกกางเกงกีฬาพันที่คอ แล้วไปพันกับที่หัวแม่เท้าด้านขวา เสียชีวิตในห้องขัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 เม.ย. เวลาประมาณ 14.40 น.

จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า ตำรวจ สภ.บ้านในควน ได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา ไว้ที่ห้องควบคุม ของ สภ.บ้านในควน ต่อมาได้เบิกตัวผู้ต้องหา เพื่อไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ รพ.ย่านตาขาว ผลเป็นลบ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหามายัง สภ. เมื่อจอดรถยนต์ และเปิดประตูรถ เพื่อจะนำตัวผู้ต้องหาไปยังห้องควบคุม ผู้ต้องหาได้วิ่งหนีจากการควบคุม จึงวิ่งไล่ตาม ประมาณ 150 เมตร แล้วผู้ต้องหาได้ล้มลงกับพื้นถนน เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บบริเวณคาง ใบหน้า ไหล่ และขา แล้ว ก่อนจะจับกุมไว้ได้

จากนั้นได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต.โพรงจระเข้ มาทำแผลให้ผู้ต้องหา เมื่อมาถึงห้องควบคุม จึงได้เรียกผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ในลักษณะนอนคว่ำ โดยได้เรียกอยู่หลายครั้ง เห็นผิดสังเกต จึงเดินเข้าไปดู พบว่า ผู้ต้องหาใช้สายเชือกกางเกงกีฬาพันที่คอ แล้วไปพันกับที่หัวแม่เท้าด้านขวา เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ได้ตรวจสอบชีพจร และทำการช่วยชีวิต โดยการปั๊มหัวใจ ประมาณ 10 นาที และได้นำตัวผู้ต้องหาส่ง รพ.ย่านตาขาว ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์รพ.ย่านตาขาว พนักงานอัยการ ปลัดอำเภอ ร่วมชันสูตรพลิกศพผู้ต้องหา ส่วนศพผู้ต้องหา ได้มอบให้ญาติ นำไปฝังตามพิธีกรรมตามหลักศาสนาอิสลาม โดยไม่ติดใจสาเหตุการตายของผู้ต้องหาแต่อย่างใด

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.บ้านในควน พบว่าห้องขังว่างเปล่า พบเพียงบันทึกจับกุมของผู้ต้องหาตกอยู่ 1 แผ่น โดยทาง พ.ต.ท.ธัญญะ ลัภบุญ สวญ. สภ.บ้านในควน ไม่ขอให้สัมภาษณ์ เพียงแค่ยืนยันว่าผู้ตายได้ผูกคอตัวเองเสียชีวิตจริง เวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของผู้เสียชีวิต ก่อนพบและได้พูดคุยกับญาติ โดย นายสถิต เดชรัตน์ อายุ 72 ปี พ่อผู้ตาย กล่าวเพียงสั้นๆว่า ทางตำรวจแจ้งตนหลังจากที่ลูกชายอยู่ รพ.แล้ว ตนก็ไม่ได้รู้ว่าในห้องขังเป็นไง

ขณะ น.ส.วาสนา เดชรัตน์ หรือหน่า อายุ 41 ปี พี่สาวผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า การที่ตำรวจอ้างว่าเป็นการผูกคอตายทางญาติไม่ติดใจเอาความ เพราะน้องเสียไปแล้วและไม่มีหลักฐานอะไรไปยืนยัน ยอมรับว่าน้องชายอาจประพฤติตัวไม่ดี แต่ก็ไม่น่ามาเกิดเหตุร้ายเช่นนี้

“ส่วนตัวตนมั่นใจว่าน้องไม่ได้ผูกคอเสียชีวิตแต่เราและครอบครัวก็ไม่ได้จะเอาความ ด้วยตัวของน้องเอง ที่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น ดิฉันไปดูศพน้องชายด้วยตาตัวเองมีแผลทั้งตัว ที่แก้มขวา ไหล่ซ้าย ที่ศีรษะ คางฉีกเป็นแผลขาดยาว และแผลตรงบริเวณหน้าอก แผ่นหลังมีรอยช้ำ เลือดไหลออกทาง หู ตา จมูก และที่ศีรษะน้องชายโดนอะไรก็ไม่ทราบ ที่น่าสงสัยคือบริเวณหลังศีรษะมีรอยบุบคล้ายโดนของแข็ง กระแทก เลือดออกไม่หยุด ดูย้อนแย้ง กับการผูกคอตาย ลักษณะศพลิ้นจุกปากแต่มีบาดแผล นั่นคือสิ่งที่กำลังสงสัย” น.ส.วาสนา กล่าว

เมื่อวานตนยังอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพิ่งมาถึงเมื่อเช้าแต่มีพ่อและพี่ชายที่อยู่ที่ รพ. ซึ่งทางร้อยเวรก็ได้สอบถามว่าให้ส่งศพชันสูตรไหมแต่พ่อบอกว่าไม่ต้องชันสูตรเพราะไม่ติดใจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้บอกกับพ่อตนว่าหลังจากจับกุมน้องชายตนก็ได้นำไปตรวจโควิด-19 ที่โรงพยาบาล จังหวะที่ลงจากท้ายรถกระบะ ก็ได้วิ่งหนี ซึ่งตอนนั้นน้องถูกใส่กุญแจมืออยู่ ถามหน่อยว่าจะผูกคอตัวเองยังไง แค่นี้ไม่ใช่เราคิดไม่ออก เมื่อคืนที่ผ่านมาทุกคนในบ้านต่างก็นอนไม่หลับ ก่อนฝังศพ เมื่อเช้าก็ได้แต่คิดในใจบอกให้น้องไปสบาย และให้ทางตำรวจนำภาพจากกล้องวงจรปิด กว่า 4 ตัว มายืนยันหากน้องชายฆ่าตัวเองเสียชีวิตจริง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon