ย่าชาวม้งซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ’มีชีวิตใหม่เพราะในหลวง’ ทรงตรัสถาม’อยากเรียนหนังสือไหม’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปัจจุบันประชาชนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากใน จ.เชียงราย ต่างยังคงซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากทรงเคยเสด็จพระราชดำเนินไปในพื้นที่ภูเขาสูงของ จ.เชียงราย และเคยให้การช่วยเหลือพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ การได้สัญชาติไทยและสาธารณูปโภคต่างๆ ทำให้ในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามสถานที่ต่างๆ ราษฎรกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคยได้รับการช่วยเหลือดังกล่าวมักจะนำภาพถ่ายในอดีตที่ตัวเองเคยสัมผัสหรือเหรียญที่เคยรับพระราชทานไปด้วยทุกครั้ง

โดยนางอรวรรณ อินจม หรือหมวงฝ่ง แซ่ฟุ้ง อายุ 60 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง บ้านปางปูเลย หมู่ 5 ต.ป่าซาง อ.แม่จัน กล่าวว่า มีประสบการณ์การได้ชีวิตใหม่จากพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น โดยยังจำได้ไม่ลืมเลือนว่าเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2513 เมื่อครั้นตนอายุได้เพียง 13 ปี ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่บ้านผาหมี อ.แม่สาย จ.เชียงราย และตนได้รับเลือกจากศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จ.เชียงราย ในขณะนั้น ให้ถวายดอกไม้หน้าพระที่นั่งซึ่งพระองค์ทรงถามว่าอยากเรียนหนังสือไหม? ตนตอบไปตามประสาเด็กที่ไม่รู้ความว่า “อยากเรียนค่ะ”

201610211031353-20021028190531

นางอรวรรณกล่าวอีกว่า จากนั้นตนก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เรียนต่อเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จ.เชียงราย แล้วไปเรียนต่อที่โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ กรุงเทพฯ จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 และในระดับมัธยมปีที่ 3 ที่โรงเรียนสตรีเอี่ยมละออ และไปจบการศึกษาสูงสุดที่วิทยาลัยครูจันทรเกษมในที่สุด เมื่อจบแล้วจึงมาเป็นครูสอนที่ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จ.เชียงราย เมื่อปี 2521 กระทั่งปัจจุบันอายุมากแล้วจึงมีอาชีพเป็นคนนวดคลายเส้น ปัจจุบันตนยังเก็บภาพถ่ายเมื่อครั้นได้มีโอกาสถวายงานครั้งนั้นและคิดว่าถ้าไม่มีในหลวงก็คงไม่มีชีวิตในวันนี้ จึงจะทำหน้าที่คนไทยให้ดีที่สุดเพื่อถวายพระองค์ไปตลอดชีวิตนี้

 

ด้านนางไพเราะ เยอเบาะ อายุ 57 ปี ชาวบ้านแสนใจ หมู่ 9 ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน กล่าวว่า เมื่อยังเป็นเด็กหญิงอยู่ยังไม่มีสัญชาติไทยและใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านห่างไกล ต่อมาเมื่อในหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนหมู่บ้านทำให้ชาวบ้านได้รับการช่วยเหลือทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น โดยสิ่งที่สำคัญมากคือการได้สัญชาติไทยโดยขณะนั้นพวกเรายังไม่ได้รับบัตรประจำตัวประชาชนอย่างเป็นทางการ การจะเดินทางไปไหนก็ถูกตรวจสอบแต่พระองค์ทรงพระราชทานเหรียญให้คนละ 1 เหรียญ ซึ่งตนใช้คล้องคอมาตั้งแต่นั้นเพราะใช้แทนบัตรได้ ปัจจุบันแม้จะได้รับสัญชาติไทยแล้วก็ยังคล้องเหรียญนี้เอาไว้ตลอด

201610211031354-20021028190531

“รักและบูชาเหรียญนี้มาโดยตลอด และยังมีความภาคภูมิใจว่าเคยรับจากพระหัตถ์ของพระองค์โดยตรง ยืนยันว่าจะปฏิบัติตนทำดีเพื่อในหลวง และสั่งสอนลูกหลานให้ทำดีตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งในหลวงทรงสอนเอาไว้ เพราะถ้าไม่มีในหลวงเราก็คงจะไม่ได้เป็นคนไทยเหมือนทุกวันนี้” นางไพเราะ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แห่แชร์ ภาพชุดบรรยากาศพิธีแสดงความอาลัยจาก ‘ภูฏาน’
บทความถัดไปถวายบังคมครั้งละ100คน หน้าพระบรมโกศ-พระที่นั่งดุสิตเริ่ม28ต.ค. รับได้วันละ4หมื่น