‘พิพิธภัณฑ์ริปลีส์’รับรองสถิติ กวนอาซูรอ อ.รามัน ใช้กระทะใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน เมื่อเวลา 10.30 น. ที่โรงเรียนศรีชีวันวิทยา บ้านเจาะกาโป  หมู่  6 ต.ท่าธง  อำเภอรามัน  จังหวัดยะลา ได้มีการจัดกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์  ประจำปี 2559 ซึ่งเป็นการกวนอาซูรอในกระทะที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีส่วนราชการและพี่น้องประชาชนนับหมื่นคน เข้าร่วมกิจกรรม และยังมีตัวแทนของ พิพิธภัณฑ์ริปลีส์ “เชื่อหรือไม่” (Ripley’s Thailand) พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของโลก ได้มอบเกียรติบัตรรับรองว่า กระทะที่ใช้กวนอาซูรอในครั้งนี้ เป็นกระทะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งแต่มีการจดบันทึกสถิติ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10.2 เมตร

สำหรับการกวนอาซูรอ เป็นประเพณีและวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งของมุสลิม  จะจัดขึ้นในช่วงเวลาตรงกับวันที่ 10 เดือนมุฮัรรอม ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีของศาสนาอิสลาม (ประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปี)  การกวนข้าวอาซูรอ (ขนมอาซูรอ) ก็เป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คำว่า อาซูรอ เป็นภาษาอาหรับ แปลว่า การผสม การรวมกัน คือการนำสิ่งของที่รับประทานได้หลายสิ่งหลายอย่างมากวนรวมกัน มีทั้งชนิดคาวและหวาน การกวนข้าวอาซูรอจะใช้คนในหมู่บ้านมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อความสามัคคีและสร้างความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อันมีผลต่อการอยู่ร่วมกันของสังคมอย่างมีความสุข ก่อนจะแจกจ่ายให้รับประทานกัน เจ้าภาพจะเชิญบุคคลที่นับถือของชุมชนขึ้นมากล่าวขอพร (ดูอา) ก่อน จึงจะแจกให้คนทั่วไปรับประทานกัน

201611231254343-20041020173058

ขณะที่ส่วนผสมที่จะทำข้าวอาซูรอ มีวัตถุดิบ เช่น เผือกมัน ฟักทอง มะละกอ กล้วย ข้าวสาร ถั่ว เป็นต้น มารวมเข้าด้วยกันแล้วปอกหั่น ตัดให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นนำเครื่องปรุง เช่น ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ผักชี ยี่หร่า เกลือ น้ำตาล กะทิ เป็นต้น มาเป็นเครื่องผสมโดยหั่นตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ เช่นเดียวกัน สำหรับกะทิจะคั้นเฉพาะน้ำมาผสม

ส่วนขั้นตอนกวน ให้นำกระทะใบใหญ่ตั้งไฟ มีไม้พายสำหรับคนขนมอาซูรอ หลังจากตั้งกระทะบนเตา คั้นน้ำกะทิใส่ลงไป ตำหรือบดเครื่องแกงหยาบๆ ใส่ลงในน้ำกะทิ เมื่อกะทิเดือดใส่อาหารดิบต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว คนด้วยไม้พายจนกระทั่งทุกอย่างเปื่อยยุ่ย กวนต่อไปจนเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อแห้งได้ที่แล้วตักใส่ถาด โรยหน้าด้วยไข่เจียวหั่นบางๆ หรืออาจโรยหน้ากุ้ง เนื้อสมัน ปลาสมัน ผักชี หอมหั่นฝอย แล้วแต่รสนิยมของท้องถิ่น แล้วตัดเป็นชิ้นๆ แจกจ่ายกันรับประทาน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เจ๋ง!! อ.จุฬาฯ รับอิสริยาภรณ์เชิดชูเกียรติชั้น ‘Ribbon of Honour’ คนแรกของโลก จากงานประกวดนวัตกรรมระดับโลก
บทความถัดไป“10 ล้าน สร้างได้” ก้าวข้ามทุกข้อจำกัดด้วย 4 เรื่องจาก K-Expert