ตามที่มีรายงานข่าวเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 พ.ต.อ.ธิป เข่งคุ้ม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเขาย้อย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบศพสาวนิรนามที่นอนเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้าที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หลัก กม.ที่ 144 อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบที่ข้อมือซ้ายสวมนาฬิกาสายสีฟ้าเรือนทอง 1 เรือน ที่นิ้วกลางสวมแหวนทอง 1 วง และที่ข้อมือขาวสวมสร้อยลูกปัดหินมงคล 1 เส้น และที่หัวไหล่ด้านซ้ายมีรอยสัก 1 แห่ง ซึ่งศพมีสภาพเน่าเปื่อย ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ว่าเป็นใคร แต่มีการคาดว่าเป็นศพของ น.ส.เบญจรัตน์ เชยจันทร์ อายุ 21 ปี ชาว จ.หนองคาย ที่ญาติได้โพสต์ประกาศออกตามหา โดยเจ้าหน้าที่ได้นำศพไปเก็บรักษาที่วัดถ้ำแก้ว อ.เมือง จ.เพชรบุรี เพื่อรอญาติเดินทางมาตรวจสอบและยืนยันตัวตน จากนั้นจะส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช
ล่าสุด เวลา 10.00 น. เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน น.ส.พรพรรณ นาสมสี อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/4 หมู่ 3 ต.กวนวัน อ.เมือง จ.หนองคาย เดินทางมายังสภานีตำรวจภูธรเขาย้อย เข้าพบ พ.ต.อ.ธิป เข่งคุ้ม ผกก.สภ.เขาย้อย เพื่อให้ข้อมูลและยืนยันตัวตนว่าศพหญิงนิรนามที่พบคือบุตรสาวของตัวเอง เนื่องจากจำรอยสักหมีพูห์ รวมถึงแหวน นาฬิกาที่ผู้เสียชีวิตสวมใส่ได้
โดยน.ส.พรพรรณ เล่าว่า ก่อนหน้านี้บุตรสาวทำงานโรงงานก่อนลาออกไปทำงานฟาร์มหมูที่ จ.พิจิตร จากนั้นไปอยู่ที่ภูเก็ตโดยไม่ทราบว่าทำงานอะไร โดยช่วงเวลาก่อนพบเป็นศพนั้น เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา บุตรสาวโทรมาบอกว่าได้ทะเลาะกับนายเคน ซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม โดยนายเคนได้ทวงรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 3 สษ 5699 กรุงเทพมหานคร ตนจึงบอกลูกว่าให้ขับรถไปจอดที่สถานีตำรวจที่ใกล้เคียงและให้นายเคนมารับรถเอง เนื่องจากเป็นห่วงลูกกลัวจะถูกนายเคนทำร้าย ลูกสาวจึงได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวออกจาก จ.ภูเก็ต จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้อีกเลย กระทั่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบศพและส่งรูปให้ดูจึงแน่ใจว่าเป็นบุตรสาวของตนจริง ตนเชื่อว่าต้องเป็นการฆาตกรรมจึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

