หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านขึ้นป้...

ชาวบ้านขึ้นป้าย วอนช่วยเหลือ หลังอบต.สั่งให้รื้อถอน รุกที่ดินสาธารณประโยชน์ ทั้งที่อยู่นานกว่า60ปี

13.10.26 | 14:34 น.

ชาวบ้านขึ้นป้าย วอนช่วยเหลือ หลังอบต.สั่งให้รื้อถอน รุกที่ดินสาธารณประโยชน์ ทั้งที่อยู่นานกว่า60ปี

 


เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งมีชาวบ้านหมู่ที่ 6 ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 7 หลังคาเรือน ติดป้ายหน้าบ้านขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการ เพื่อหาทางออกแก้ไขปัญหาข้อพิพาทปลูกสร้างบ้านเรือนบุกรุกที่สาธารณะ และที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอาศัยอยู่ตั้งแต่รุ่นพ่อ แม่ กว่า 60 ปี หลังได้รับหนังสือจากองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง ให้รื้อถอนภายใน 120 วัน

นางตล่อม อายุ 60 ปี  กล่าวว่า ตนเองได้รับหนังสือจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลวังทอง เป็นหนังสือจากองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง ซึ่งได้แจ้งตนเองและอีก 7 หลังคาเรือนให้ออกจากที่ดิน หรือถอนสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินทางสาธารณะและที่ดินสาธารณประโยชน์ โดยมี นายพัฒนา เรื่องบ้านโคน ได้ร้องเรียนให้องค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง ตรวจสอบการก่อสร้างบ้านบังหน้าบ้านของชาวบ้าน ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านช่องทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา และองค์การบริหารส่วนตำบลวังทองได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการรังวัดสอบเขตทางสาธารณะดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย

Advertisement

นางตล่อม  กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผลการรังวัดตรวจสอบแนวเขตพบว่า มีบ้านจำนวน 4 หลังปลูกสร้างอยู่บนเขตทางสาธารณะ มีบ้านจำนวน 1 หลังปลูกสร้างบนทางสาธารณะบางส่วนและบนที่ดินสาธารณะบางส่วน มีบ้านจำนวน 3 หลัง ต่อเติมรุกล้ำเขตทางสาธารณะตลอดแนว หนึ่งในนั้นมีบ้านของตนเองอยู่ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวอยู่ตั้งแต่สมัยพ่อแม่กว่า 70 ปี ซึ่งเวลานี้ยังหาทางออกไม่ได้ว่าจะไปอยู่ที่ไหนถ้ารื้อถอนบ้านหลังนี้ไป เพราะตนเองเกิดที่นี่ และโตที่นี่ มีบ้านหลังนี้เพียงหลังเดียว เงินที่จะรื้อถอนหรือไปซื้อบ้านหลังใหม่ก็ไม่มี

นางตล่อม  กล่าวว่า ล่าสุดจากการประชุมมีส่วนราชการมาหลายหน่วย โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก ได้เสนอให้ทุกครัวเรือน ย้ายออกไปเช่าบ้านอยู่ที่เคหะบึงพระ หรือ บ้านคลอง เช่าเดือนละ 1,500 – 2,500 บาท เป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่เจ้าหน้าที่ไม่คิดถึงตนเองบางละว่าการออกจากบ้านเกิดมันทำใจลำบากมากแค่ไหน และแต่ละครอบครัวก็มีรายได้มาจากรับจ้างทั่วไป อยู่ดีๆต้องไปเช่าบ้านเสียเงินอีกหรอ ในส่วนเรื่องร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนแจ้ง อบต.วังทอง ไปว่ามีการก่อสร้างบ้านบังหน้าบ้านของชาวบ้านที่มีเอกสารติดถูกต้องตามกฎหมายนั้น สถานที่จริงไม่มีบังหน้าบ้านใคร และมีถนนสาธารณะผ่านหน้าบ้านทุกหลังคาเรือน

นางสาวสมพร อายุ 46 ปี  กล่าวว่า ตนเองอยู่บ้านหลังนี้กว่า 40 ปี ก่อนหน้านี้เป็นบ้านของพ่อ แม่ มีที่นี่ที่เดียวและมีที่ดินผืนเดียวให้ตนเองอาศัยอยู่ วันที่ตนเองได้รับหนังสือและอ่านถึงขั้นน้ำตาไหล ที่ อบต.วังทอง ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายออกภายใน 120 วัน ตนเองไม่รู้จะพึ่งพาใคร เพราะว่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ทำงานรับจ้างก่อสร้าง เงินค่ารื้อถอนก็ไม่มี เงินที่จะไปปลูกบ้านหลังใหม่ก็ไม่มี ตนเองเคยถามผู้ใหญ่บ้าน บ้าถ้ารื้อถอนแล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหน ซึ่งได้คำตอบจากผู้ใหญ่บ้านว่าให้ไปปลูกอยู่ที่บริเวณป่าช้าเก่า ท้ายหมู่บ้าน เป็นคำตอบที่ไม่ได้ช่วยอะไรลูกบ้านอย่างตนเองเลย ตนเองไม่ได้ขออะไรมากมายขอให้หน่วยราชการหาทางออกให้แก่ตนเองและครอบครัวเท่านั้น

นายสมพร ทัดแพ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง ได้ลงนามหนังสือ เลขที่ พล 75701/ว133 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2559 โดยแจ้งว่าองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง ในฐานะผู้ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันและสิ่งสาธารณประโยชน์อื่น ตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 (แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน) ประกอบกับข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 7 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553 จึงขอแจ้งให้ นายบุญเริ่ม วงค์ศรีสุวรรณ นางบุญปลูก ศิริ นายประจวบ เกตุชาวนา นางดอกจันทร์ ศิริ นางสมพร ศิริ นายเกรียงศักดิ์ คงเยี่ยม และนายสุรินทร์ ทองขาว และบริวารออกจากที่ดินพร้อมหรือถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินสาธารณะและหรือที่ดินสาธารณประโยชน์ ภายใน 120 วัน นับจากวันที่ได้รับการแจ้งตามหนังสือฉบับนี้ หากยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการตามที่แจ้ง องค์การบริหารส่วนตำบลวังทองจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป