จากกรณี นายอนันต์ กัลปะ ผอ.ศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มอบหมายให้ นายโอภาส ต้นทอง รองศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายอังกูร จินจารักษ์ นักทรัพยากรบุคคล ทำหน้าที่นิติกรประจำสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี นำหลักฐานเอกสารเกี่ยวข้องกับการทุจริตของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารโรงเรียนเอกชนดังกล่าวในคดีอาญาต่อ ผู้จัดการโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังจากตรวจสอบพบว่า โรงเรียนดังกล่าวได้นำรายชื่อเด็กระดับชั้นอนุบาล-ชั้นประถม ทั้งที่ไม่มีตัวตน และแก้ไข พ.ศ.เกิดของเด็กยังไม่ถึงเกณฑ์เรียน จำนวน 24 ราย มาเบิกเงินอุดหนุนรายบุคคล ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) นั้น
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี ถ.แม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายอนันต์ กัลปะ ศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยถึง ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องของการแจ้งความดำเนินคดีกับโรงเรียนเอกชนที่เป็นเป้าหมายที่เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมา โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา เราได้นำหลักฐานต่างๆ ที่เตรียมไว้ทั้งหมดเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.ท่าม่วง โดยทาง พ.ต.อ.สุชาย เทศัชบุตร ผกก.สภ.ท่าม่วง รวมทั้งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง ก็ได้รับแจ้งความเอาไว้เรียบร้อยแล้วหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะเรียกเจ้าหน้าที่ของ ศธจ.ไปสอบปากคำเพิ่มเติมในประเด็นที่ขาดตกบกพร่อง
นายอนันต์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันก็จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีมาสอบปากคำ พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งในส่วนของคดีอาญา จากนี้ไปก็จะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง ที่จะต้องดำเนินการต่อไป ส่วนรายชื่อของโรงเรียนเอกชนดังกล่าวขอให้ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นผู้เปิดเผยต่อไป
ส่วนการดำเนินคดีทางแพ่งนั้น คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็จะต้องสรุปรายละเอียดว่า เริ่มมีการทุจริตตั้งแต่เมื่อไหร่ และเมื่อทราบเวลาและจำนวนเงินที่ถูกทุจริตไปอย่างครบถ้วนแล้ว จึงจะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีทางแพ่งในภายหลัง โดยจะฟ้องแพ่งเรียกเงินคืนเป็น 2 เท่า และนอกจากนี้ทางโรงเรียนเอกชนที่ทำการทุจริต จะต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีด้วย โดยหลังจากตรวจสอบมูลค่าที่รัฐเสียหายแล้วจะได้ปรึกษากับอัยการจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อดำเนินการทางแพ่งต่อไป
นายอนันต์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีก 1 ชุด ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะได้ทำการตรวจสอบในเชิงลึกกับโรงเรียนเอกชนที่มีอยู ่อีก 23 แห่งทั่วทั้งจังหวัด โดยคณะทำงานชุดดังกล่าวได้เริ่มลงพื้นที่ทำงานแล้ว แต่ก็คงพบปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง เนื่องจากช่วงนี้โรงเรียนอยู่ระหว่างปิดเทอม แต่จะเริ่มต้นด้วยการประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือที่ว่าการอำเภอต่างๆ ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามปกติ เพื่อหาข้อมูลพื้นฐานทางทะเบียนราษฎร์ ของเด็กที่เรียนอยู่แต่ละโรงเรียนต่อไปซึ่งคาดว่าเบื้องต้นจะได้ทราบเบาะแสภายในเดือนเมษายนนี้ว่ามีโรงเรียนเอกชนแห่งใดกระทำการทุจริตเงินอุดหนุนรายบุคคลอีกหรือไม่”

