ล้างอายรอบ14ปี ‘ตะกร้อหนุ่มไทย’ ผงาดแชมป์ทีมเดี่ยวในถิ่นปินส์ ไร้เทียมทานไม่เสียเซตให้คู่แข่ง

การแข่งขันเซปักตะกร้อ ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2019 ครั้งที่ 30 ที่ซูบิค ยิมเนเซียม เมืองซูบิค ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม มีการชิงชัย 1 เหรียญทอง ประเภททีมเดี่ยวชาย ระบบแข่งแบบพบกันหมด 5 ทีม ประกอบด้วย เจ้าภาพฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, มาเลเซีย, เวียดนาม และไทย

ทัพตะกร้อหนุ่มไทยลงแข่งขันไปแล้ว 3 นัด ชนะรวดแบบไม่เสียเซต เก็บ 9 คะแนนเต็ม ลงสนามนัดสุดท้ายพบ เวียดนาม ที่ทำผลงานแข่ง 3 ชนะ 1 แพ้ 2 มี 6 คะแนน เกมนี้หากหนุ่มไทยคว้าชัยได้จะผงาดเหรียญทองทันที

โดยทีมหนุ่มไทยที่ประกอบด้วย “บี” อนุวัฒน์ ชัยชนะ, “โน๊ต” ภัทรพงศ์ ยุพดี และ “ไข่นุ้ย” กฤษณพงศ์ นนทะโคตร พร้อมด้วย 2 ผู้เล่นสำรอง “ปุ้ย” พรชัย เค้าแก้ว และ “เก็ท” สิทธิพงศ์ คำจันทร์ รวมพลังกันกระโดดฟาดชนะ เวียดนาม ที่ส่ง ดู มาน ตวน, เดา ว่าน หวง และ เหวียน หวง ลาน พร้อมด้วยตัวสำรอง เหวียน หู ดาน ไปด้วยสกอร์ 2-0 เซต 21-11 และ 21-13

ส่งผลให้ทีมตะกร้อหนุ่มไทยจบการแข่งขันด้วยการแข่ง 4 ชนะ 4 ได้ 12 คะแนนเต็มแบบไม่เสียเซตให้คู่แข่งทั้งประเภททีมเดี่ยวชาย และทีมชุดชายตลอดการแข่งขัน คว้าเหรียญทองทีมเดี่ยวเป็นเหรียญทองที่ 2 หลังจากได้เหรียญทองประเภททีมชุดชายมาก่อนหน้านี้

สำหรับเหรียญทองเหรียญนี้ทำให้ทัพตะกร้อหนุ่มไทยล้างอายจากการที่เคยเดินทางมาพลาดได้เพียงเหรียญเงินประเภททีมเดี่ยวในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ประเทศฟิลิปปินส์แห่งนี้ หรือเมื่อ 14 ปีที่แล้วได้สำเร็จ

หลังการแข่งขัน นายกมล ตันกิมหงษ์ ผู้ฝึกสอนตะกร้อชายทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ถือว่าไทยสามารถกลับมาแก้ตัวจากเมื่อ 14 ปีที่แล้วได้สำเร็จ ซึ่งเมื่อครั้งนั้นเขาให้ทีมเซปักของไทยไปเล่นตะกร้อห่วงก่อนจนปวดหลังเมื่อยล้ากันไปหมด พอไปแข่งเซปักต่อทุกอย่างเลยไม่ออกมาอย่างที่ตั้งใจ อีกทั้งในปีนั้นมีปัญหาในเรื่องกรตัดสินเยอะมาก สุดท้ายทีมจึงชวดเหรียญทองไป

“จริงๆ ในปีนี้ทุกอย่างค่อนข้างราบรื่น อย่างไรก็ดีผลงานที่ออกมาแม้ทุกคนจะมองว่าได้เหรียญทองครบทั้ง 2 เหรียญ แต่หาดวิเคราะห์ดูดีๆ ยังมีจุกบกพร่องที่ต้องแก้ไข อีกทั้งการแข่งขันติดกันหลายๆ วันแบบนี้จะเห็นถึงอาการของนักกีฬาชัด อย่างเช่น พรชัย เค้าแก้วในวันนี้เริ่มตึงกล้ามเนื้อตึงเข่า เกมวันนี้ตนจึงให้พัก”

โค้ชกมล กล่าวอีกว่า ส่วนในอนาคตหรือซีเกมส์ครั้งต่อไปก็คงต้องมีการพูดคุยกันว่าใครที่มีเจตจำนงค์จะเล่นต่อหรืออยากเลิก เพราะทีมชุดนี้มีหลายคนที่สูงอายุ ทีมก็จะมานั่งพูดคุยกันเพราะทุกคนอยู่แบบครอบครัว แต่หากใครยังอยากเล่นต่อ แต่ทางสต๊าฟดูแล้วร่างกายไม่พร้อมก็จะมีการประเมินกันต่อไป ส่วนหลังจากนี้จะมีแมตช์แข่งขันนานาชาติ 3-4 แมตช์ ก่อนจะเตรียมลุยคิงส์คัพในเดือนสิงหาคมปีหน้า

ขณะที่ “ปุ้ย” พรชัย เค้าแก้ว นักตะกร้อจอมเก๋าวัย 38 ปี ซึ่งคว้าเหรียญทองเหรียญที่ 15 จากประเภททีมชุดชายก่อนหน้านี้ และเหรียญทองที่ 16 จากประเภททีมเดี่ยวนี้ จากการร่วมซีเกมส์ทั้งหมด 9 สมัย กล่าวว่า มั่นใจมากว่าจะนำน้องๆ มาล้างตาจากที่เคยพลาดเมื่อ 14 ปีก่อนได้ ซึ่งตนเป็นคนเดียวที่หลงเหลือจากทีมชุดนั้นก็ภูมิใจมากๆ ที่เอาเหรียญไปฝกให้พ่อแม่พี่น้องชาวไทยเพิ่มได้อีกครั้ง ส่วนว่าตนจะเล่นต่อมั้ยในซีเกมส์ครั้งหน้าเป็นครั้งที่ 10 หรือไม่นั้นตอนนี้ตนคงยังตอบไม่ได้ แต่จะพยายามทำหน้าที่ของตนเองในการเป็นนักกีฬาให้ดีที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ซอฟท์เทนนิสสู้เต็มที่พ่ายเจ้าภาพ 1-2 คู่ ได้แค่เหรียญเงินปลอบใจ
บทความถัดไปบี.กริม เพาเวอร์ ผลงานยอดเยี่ยมคว้า 4 รางวัล ‘ปรียนาถ’คว้าBest CEO