#SEAGames2019fail เมื่อ ‘ซีเกมส์’ ล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่ม!?!

คนงานยังคงทำงานจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนพิธีเปิดซีเกมส์ ครั้งที่ 30 (Photo by TED ALJIBE / AFP)

ช่วงนับถอยหลังก่อนหน้ามหกรรมกีฬาแห่งภูมิภาคอาเซียน ซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ จะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พฤศจิกายน ทัพนักกีฬาและสื่อมวลชนจากหลายประเทศต่างตบเท้าเข้าสู่แดนตากาล็อกเพื่อร่วมแข่งขันและทำข่าวบางชนิดกีฬาที่เริ่มต้นแข่งกันไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันที่การแข่งขันจะเปิดฉาก ก็มีฟีดแบ๊กด้านลบและเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความไม่พร้อมของเจ้าภาพ ฟิลิปปินส์ สะท้อนผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียของประเทศต่างๆ มากมาย

เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ สื่อภาคภาษาอังกฤษของฮ่องกง แม้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขันโดยตรง แต่ก็ส่งผู้สื่อข่าวไปเกาะติดสถานการณ์ของทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสรุปสารพันปัญหาที่พบเจอแค่ช่วงสุกดิบก่อนหน้าการแข่งขันออกมาเป็นข้อๆ ผ่านเสียงบ่นของสื่อและนักกีฬาชาติต่างๆ

เริ่มตั้งแต่ปัญหาเรื่องโรงแรมที่พัก ซึ่งทีมฟุตบอลทีมชาติ กัมพูชา ต้องรอนานถึง 8-9 ชั่วโมงเพราะมีปัญหาเรื่องห้องพัก บางคนถึงกับนอนบนพื้นด้วยความเซ็ง ขณะที่ชัตเติลบัสของทีม ติมอร์ เลสเต พานักกีฬาไปผิดโรงแรม ต้องรอเป็นชั่วโมงๆ กว่าจะได้รถใหม่มารับไปโรงแรมที่ถูก ทำเอาโปรแกรมการซ้อมคลาดเคลื่อนไปหมด

ประเด็นนี้เจ้าภาพชี้แจ้งว่าปัญหาเกิดจากการเปลี่ยนแปลงตารางการเดินทางของนักกีฬาต่างชาติ และนโยบายเรื่องเวลาเช็กอินของโรงแรมซึ่งต้องรอให้แขกก่อนหน้าเช็กเอาต์ก่อนจึงจะเข้าพักได้

ส่วนเรื่องการนอนพื้นนั้น ทางโรงแรมก็ชี้แจงว่าจะนำเก้าอี้มาให้นั่งแล้ว แต่ทางนักกีฬาปฏิเสธเพราะการนอนราบไปหลังจากเดินทางมาเหนื่อยๆ ดีกว่ามานั่งหลังขดหลังแข็งเป็นชั่วโมง

เรื่องการคมนาคมก็เป็นอีกปัญหาที่ทำให้หลายชาติบ่นอุบ นักฟุตบอล เมียนมา ต้องแกร่วรอที่สนามบินกว่าที่ชัตเติลบัสจะไปรับ และต้องยกเลิกโปรแกรมซ้อมช่วงบ่ายวันนั้น สุดท้ายทีมฟุตบอลท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ต้องยื่นมือเข้าช่วยด้วยการให้ยืมรถบัสของสโมสร 17 คัน มาช่วยในการรับส่งนักกีฬาฟุตบอลชาติต่างๆ

สภาพสนามซ้อมที่เจ้าภาพจัดให้ “ช้างศึก”

ปัญหาเรื่องการเดินทางไม่ได้มาจากการบริหารจัดการตารางเดินรถที่ขาดประสิทธิภาพอย่างเดียว ปัญหาส่วนหนึ่งยังเกิดจากเจ้าภาพเองจัดสถานที่รองรับที่ไม่เหมาะสม ตัวอย่างชัดเจนจากทัพ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในนักกีฬาไทยชุดแรกที่เดินทางถึงฟิลิปปินส์ และมีเสียงบ่นมากมาย

ตั้งแต่ต้องรอรถที่สนามบินหลายชั่วโมง สภาพห้องพักและอาหารการกินก็ไม่ค่อยมีคุณภาพ ที่สำคัญสนามซ้อมนั้นยังอยู่ห่างจากโรงแรมที่พัก 30 กิโลเมตร เมื่อเจอกับสภาพรถติดในกรุงมะนิลาซึ่งน้องๆ กรุงเทพ ก็ต้องใช้เวลาเดินทางเที่ยวเดียวถึง 2 ชั่วโมง เมื่อพิจารณาถี่ถ้วนแล้ว ในที่สุดแข้งไทยจึงต้องซ้อมบนถนนข้างโรงแรม และ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องไปหาเช่าสนามซ้อมของเอกชนเพื่อความสะดวกของทีมช้างศึกแทน

ด้านสื่อ สิงคโปร์ รายงานว่า จูเลียน่า โซว หัวหน้านักกีฬาแดนลอดช่อง ออกมาโวยฝ่ายจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 30 เนื่องจากนักเตะส่วนใหญ่ของทีมเป็นมุสลิม แต่เจ้าภาพจัดอาหารฮาลาลในโรงแรมที่พักมารองรับไม่เพียงพอ ซึ่งนักเตะมุสลิมของ มาเลเซีย และ บรูไน ที่พักอยู่โรงแรมเดียวกันก็ต้องเจอปัญหาไม่ต่างกัน

ภาพจากเฟซบุ๊กสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

เรื่องอาหารนี้ยังเป็นประเด็นวุ่นๆ ในแคมป์ทีมชาติบรูไน เมื่อฝ่ายแพทย์ต้องนำตัว ฟาอิก เจฟรี โบลเกียห์ นักเตะทีมชาติวัย 21 ปี ซึ่งเป็นพระราชนัดดา (หลานชาย) ของ สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไน ส่งโรงพยาบาลเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากทานแกงที่มีถั่วเป็นส่วนประกอบแล้วเกิดอาการแพ้

แพทย์ประจำทีมบรูไนออกมาตำหนิฝ่ายจัดการแข่งขัน เนื่องจากได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับอาการแพ้ของนักกีฬาให้กับฝ่ายจัดไว้หมดแล้ว กระนั้น ทางโรงแรมที่พักก็ยังจัดอาหารที่มีส่วนประกอบเหล่านี้มา ทำให้ฝ่ายแพทย์แจ้งให้ทางโรงแรมต้องแจ้งวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารให้ทราบก่อนทุกมื้อ เพื่อป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ไม่ใช่แค่การบริหารจัดการเรื่องที่พักและการคมนาคมขนส่งที่ทำนักกีฬาชาติต่างๆ บ่นอุบ เรื่องความพร้อมของสนามก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่โดนตำหนิว่า “สุกเอาเผากิน” เช่นกัน

สื่อ อินโดนีเซีย พร้อมใจกันบ่นเรื่องสนามริซาล เมมโมเรียล สเตเดียม ในกรุงมะนิลา ซึ่งขนาดถึงเวลาแข่งขันจริงแล้ว พื้นที่หลายส่วนของสนามก็ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุง แม้แต่ในห้องแต่งตัวของนักกีฬา

บางส่วนของริซาล เมมโมเรียล สเตเดียม ที่ยังอยู่ระหว่างปรับปรุง (REUTERS/Neil Jerome Morales)

แถมในโลกออนไลน์ยังพร้อมใจกันแชร์ภาพคนงานของเจ้าภาพนำสีไปป้ายบนอัฒจันทร์ปูนพร้อมตั้งคำถามว่า เป็นเทคนิคหลอกตาเพราะดูไกลๆ จะได้เหมือนติดตั้งเก้าอี้บนอัฒจันทร์เรียบร้อยหรือเปล่า?

หลากหลายปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่แค่โดนนักกีฬาและสื่อต่างชาติบ่นอย่างเดียว แม้แต่ชาวฟิลิปปินส์เองก็ยังสะท้อนความขัดเคืองเรื่องความไม่พร้อมในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ของประเทศตัวเอง บางคนมองว่าเป็นความน่าอับอายระดับประเทศ บ้างก็โทษปัญหาคอร์รัปชั่นภายในองค์กรที่รับผิดชอบ

ชาวเน็ตทั้งในฟิลิปปินส์และภูมิภาคอาเซียนบางส่วนจึงพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #SEAGames2019fail และ #SEAGamesfail หรือ “ซีเกมส์ล้มเหลว” เพื่อสื่อถึงการทำหน้าที่ที่น่าผิดหวังของเจ้าภาพ

ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนซีเกมส์เปิดฉาก ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องออกมาแถลงข่าวขอโทษถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และให้คำมั่นว่าจะแก้ไขดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อยที่สุดเมื่อเวลาจริงมาถึง

จากประสบการณ์ของสื่อที่ผ่านมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติมาหลายรายการ การทำงานแข่งกับเวลาจนถึงวินาทีสุดท้ายเป็นเรื่องที่พบเห็นได้สำหรับเจ้าภาพหลายแห่ง โดยเฉพาะในกีฬาระดับซีเกมส์ แต่เมื่อการแข่งขันดำเนินไป หลายอย่างก็จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง และปฏิกิริยาจากชาติต่างๆ ก็จะเป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น

ช่วงเวลากว่า 10 วันหลังจากนี้ ฟิลิปปินส์จะพลิกสถานการณ์จากภาพลบๆ ที่ออกมาจนกลับมาได้รับเสียงชื่นชม หรืออย่างน้อยก็ลบเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้เหมือนกับตัวอย่างในอดีตที่ผ่านมาหรือไม่

แฟนกีฬาอาเซียนคงต้องลุ้นและจับตามองกันอย่างใกล้ชิดทีเดียว!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวไร่ยาสูบ วอน รมช.คลัง หาข้อยุติขึ้นภาษีบุหรี่ ย้ำเลิกแก้ปัญหาแบบขอไปที
บทความถัดไป09.00 INDEX ยุทธการ ทุบกล่องดวงใจ”ทหาร” ปฏิบัติการ ธนาธร อนาคตใหม่