เผยภาพความโกลาหลที่สนามบินศรีลังกา หลังเกิดระเบิดโจมตี 8 จุด คร่าชีวิตผู้คนกว่า 200

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก "สุดใจ เครือฯ"

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า “สุดใจ เครือฯ” ได้โพสต์ข้อความหัวข้อว่า “โกลาหลที่สนามบิน นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่หนีวิกฤตในศรีลังกา.”!!!” พร้อมกับภาพความโกลาหลที่เกิดขึ้นที่สนามบินในศรีลังกา หลังเกิดเหตุระเบิดต่อเนื่องถึง 8 จุด เมื่อวันที่ 21 เมษายน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 200 ราย

โดยข้อความระบุว่า “เขียนวันที่ วันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2562 เวลา 01.43 น. เขียนโดยศูนย์ข่าวภาคใต้ หมวดหมู่สัมภาษณ์พิเศษ ศูนย์ข่าวภาคใต้ | ข่าว | เรื่องเด่น-ภาคใต้Tagsระเบิดศรีลังกา | ศรีลังกา | ถวิลวดี บุรีกุล นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปรอขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานนานาชาติบันดารานายาเก กรุงโคลัมโบ เมืองหลวงของศรีลังกา เพื่อเดินทางออกนอกประเทศหลังเกิดวิกฤตการณ์จากเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่มุ่งโจมตีโบสถ์คริสต์และโรงแรมหรูทั้งในเมืองหลวงและเมืองใกล้เคียง ข่าวจากหลายสำนักยืนยันว่ายอดผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 200 คน บาดเจ็บอีกหลายร้อย และมีการแจ้งเตือนอาจจะมีระเบิดอีกระลอกตามมา ทำให้รัฐบาลศรีลังกาต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือ ‘เคอร์ฟิว’ ทั่วทั้งประเทศเพื่อควบคุมสถานการณ์ ในห้วงวิกฤตนี้ มีกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย ‘สายบุญ’ นำโดย ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า กำลังเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในศรีลังกาด้วย และต้องเปลี่ยนแผนเดินทางกลับบ้านเกิดทันที โดยจ้างแท็กซี่จากเมืองกอลล์ ซึ่งเป็นเมืองท่า ห่างจากโคลัมโบประมาณ 2 ชั่วโมง ขึ้นมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าสู่สนามบิน บรรยากาศช่วงแรกๆ เหมือนไม่มีอะไรน่ากังวล ถนนหนทางแทบจะร้างผู้คน เกือบจะไม่มียวดยานบนมอเตอร์เวย์ แต่ยิ่งใกล้สนามบิน ความตึงเครียดก็เริ่มปกคลุม มองเห็นตำรวจเยอะขึ้น และมีด่านตรวจเข้มหลายด่าน ทางเข้าสนามบินการจราจรติดขัดอย่างหนัก ฝนก็กระหน่ำลงมา ทุกคนต้องลงจากรถ เดินลากกระเป๋าตากฝนประมาณ 200 เมตร แล้วต้องไปยืนกลางฝนรอเข้าสนามบินอีก เนื่องจากมีการจัดระบบ ‘เรียกผู้โดยสารที่ละไฟลต์’ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่นั่นก็ทำให้เกิดผลกระทบตามมา เพราะผู้คนมากมายต้องยืนรอกลางสายฝนอย่างแออัด เบียดเสียดยัดเยียด จนแทบจะกลายเป็นจลาจลหน้าสนามบิน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ ส่งอีเมล์แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวชาวไทย รวมทั้งกลุ่มของ ดร.ถวิลวดี ให้ไปถึงสนามบินก่อนเวลาเครื่องออก 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมา แต่ปรากฏว่าสภาพจริงเลวร้ายกว่าที่คาดเยอะ “มีอีเมล์บอกให้มาถึงสนามบินก่อน 4 ชั่วโมง แต่พอมาถึง ก็มีเจ้าหน้าที่บอกให้รอหน้าสนามบิน รอไปอีก 3 ชั่วโมง เพราะยังไม่ถึงเวลา ฝนก็ตก คนก็แน่นเอี้ยด กลายเป็นว่า chaos ในเมืองและที่สนามบินน่าจะพอๆ กัน” ดร.ถวิลวดีเล่าอย่างเซ็งๆ ความยากลำบากสิ้นสุดลงหลังเวลาผ่านไปนานจนลืมนับไปแล้วว่ากี่ชั่วโมง…”ในที่สุดก็ได้เช็กอิน และหาอะไรกินแทนปูอร่อยๆ ที่สั่งไว้ที่ห้องอาหารในเมืองตามแผนเดิม แต่ก็ยังดีที่กำลังจะได้กลับบ้าน” ดร.ถวิลวดีกล่าวแบบปลงๆ ในฐานะนักวิชาการที่ทำงานด้านความขัดแย้งและความปรองดองมามากพอสมควร ดร.ถวิลวดีบอกว่า มาตรการตรวจเข้มของทางการศรีลังกายังทำได้ไม่ดีพอ และสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตเป็นสิ่งจำเป็น และประเทศไทยก็ควรเตรียมความพร้อมด้วยเช่นก้น “เหมือนเขาจะตรวจเข้มแต่ก็หละหลวม อาจเป็นเพราะศรีลังกาห่างเหินการจัดการภาวะวิกฤตมานาน” นักวิชาการจากสถาบันพระปกเกล้าวิเคราะห์ “ประเทศเราก็คงต้องมีการเตรียมการจัดการในภาวะวิกฤตให้ดี สภาพที่เจอที่ศรีลังกากลายเป็นอุทาหรณ์ที่ดี ตอนอยู่หน้าสนามบิน ต้องยืนเบียดเสียดกัน ตอนนั้นกลัวมาก จะเหยียบกันตาย หรือมีระเบิดซ้ำอีก” ดร.ถวิลวดีย้อนเล่าถึงช่วงเวลาแห่งความสับสนอลหม่าน “เอาใจช่วยชาวศรีลังกาให้ยืนหยัดต่อสู้กับพวกผู้ก่อการร้าย ขอให้ทุกคนปลอดภัย ประเทศของคนใจดี มีความเป็นมิตร และสวยงาม ไฉนต้องถูกทำร้ายด้วยนะ” เป็นข้อความของ ดร.ถวิลวดี และคณะทัวร์บุญจากเมืองไทยที่ฝากข้อความส่งท้ายก่อนโบกมือลาดินแดนแห่งพระพุทธศาสนาเฉกเช่นเดียวกับประเทศไทย.”!!!”-/– @’Azman…”

 

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก “สุดใจ เครือฯ”
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก “สุดใจ เครือฯ”
บทความก่อนหน้านี้ลพบุรีร้อนจัด ‘เสี่ยยี่’ จัดไอติมถังใหญ่เลี้ยง ‘ลิง’ เผยลดความเครียดหวั่นทำร้ายนักท่องเที่ยว (คลิป)
บทความถัดไปชาวบ้านทนไม่ไหวแจ้งจับ ‘พระเมา’ โวยวายดังลั่นวัดโชติการามดอนไผ่