หมอมนูญ ชี้ สายพันธุ์อังกฤษ น่ากลัวกว่า อินเดีย-แอฟริกาใต้ เจาะ ‘เชื้อราดำ’ ผู้ป่วยโควิดต้องระวัง
ทำเอาเป็นที่หวาดวิตกในหมู่คนไทยไปทั่ว เมื่อ ศบค.ได้ออกมาเปิดเผยว่า โควิด สายพันธุ์อินเดีย และ แอฟริกาใต้ ได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว ยิ่งกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่ยังดูไม่มีทีท่าจะได้ฉีดในเร็ววันนี้ แม้จะมีผลวิจัยว่าสามารถป้องกันเชื้อสายพันธุ์อินเดียได้
ล่าสุด นพ.มญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านรายการ ถกไม่เถียง ทางช่อง 7HD ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ ตอบคำถาม ให้ความรู้ถึงเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด-19 และความน่ากลัวของสายพันธุ์ต่างๆ รวมถึงเรื่องของเชื้อราดำ ที่กลายเป็นโรคระบาดที่มาซ้ำเติมสถานการณ์ โควิด-19 ในประเทศอินเดียในขณะนี้ด้วย
นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ กล่าวถึงโควิด-19 ที่กำลังระบาดในประเทศไทยว่า สายพันธุ์อังกฤษ น่ากลัวที่สุด เพราะสามารถติดกันได้ง่าย และมีโอกาสเสียชีวิตมากที่สุด ส่วนสายพันธุ์แอฟริกาใต้ และสายพันธุ์อินเดีย ติดต่อกันง่ายเหมือนกัน แต่ว่าอันตรายถึงชีวิตยังไม่แน่ชัด ต้องรอศึกษาเพิ่มเติม โควิดทั้ง 4 สายพันธุ์ กำลังแข่งกันว่าใครจะรุนแรงที่สุด ใครจะมาแทนที่กัน แต่ในตอนนี้สายพันธุ์อังกฤษ กำลังครองโลกอยู่ ขณะนี้เรารู้ว่าวัคซีนแอสตราเซนเนก้า และซิโนแวคสามารถป้องกันสายพันธุ์อังกฤษได้ มันเหมาะกับประเทศไทย เพราะตอนนี้สายพันธุ์หลักที่อยู่ในไทยยังเป็นสายพันธุ์อังกฤษ ส่วนสายพันธุ์อื่นนั้นเพิ่งค้นพบ ยังไม่แพร่กระจายเป็นวงกว้าง
“วัคซีนที่เรามีอยู่ ทั้งซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า สามารถป้องกันสายพันธุ์อังกฤษได้ แต่ถ้าเป็นสายพันธุ์อื่นประสิทธิภาพก็จะลดน้อยลง แต่หลักๆ แล้ววัคซีนทุกชนิดสามารถป้องกัน การป่วยหนักและการตายได้ ในอนาคตต้องมีการศึกษาและพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม วัคซีนที่เรามีอยู่อาจจะป้องกันโควิดสายพันธุ์ใหม่ๆ ไม่ได้ ต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ที่สามารถรับมือได้”

ส่วนคำถามที่ว่าวัคซีนที่เรามีอยู่เพียงพอต่อคนไทยไหม? หมอมนูญ เผยว่า วัคซีนตอนนี้ที่มีอยู่ ทั้งซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า จำนวนวัคซีนที่วางแผนตอนนี้ยังไม่พอแน่นอน ตามเป้าหมายเดิมคือ 70% เราต้องมีให้มากเพียงพอกับคน 60 ล้านคน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ต้องเร่งฉีดให้เร็วที่สุด และต้องเผื่อแรงงานต่างชาติที่มีอยู่ในประเทศไทยด้วย
ทั้งนี้ นพ.มนูญ ได้เผยผลการสำรวจในคนไทย เมื่อฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าแค่เข็มเดียว คนไทยสามารถมีภูมิคุ้มกันขึ้นมาสูงมาก และการฉีดเข็มที่ 2 เป็นแค่การเพิ่มระยะเวลาให้ภูมิคุ้มกัน อยู่ได้นานมากกว่าเดิมเท่านั้น แต่ในช่วงประมาณปีหน้า เราก็ต้องฉีดวัคซีนเวอร์ชั่นใหม่อยู่ดี ดังนั้นในตอนนี้ฉีดแค่เข็มเดียวก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้ คุณหมอยังได้อธิบายถึงประเภทของวัคซีนให้ฟังด้วยว่า วัคซีนป้องกัน โรคโควิด-19 ในปัจจุบัน มี 4 ชนิดด้วยกัน ได้แก่
– วัคซีนแบบ mRNA เป็นการใช้เทคโนโลยีใหม่สังเคราะห์สารรหัสพันธุกรรม ของไวรัสโควิด-19 มาหุ้มด้วยไขมันนาโนพาร์ทิเคิล แล้วฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อเรา ให้รหัสพันธุกรรมเข้าไปในเซลล์ ของร่างกาย ให้เซลล์ในร่างกายผลิตโปรตีนส่วนที่เป็นหนามของไวรัส แล้วพอมีโปรตีน ที่เป็นหนามขึ้น ร่างกายก็จะสร้างภูมิต้านทานต่อโปรตีนนั้น ดังนั้นเวลาเชื้อเข้ามาในตัวเรา เราก็จะมีภูมิต้านทานต่อโปรตีนส่วนที่เป็นหนาม ทำให้ไม่สามารถจะเกาะกับเซลล์ของเรา ไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ของเราได้ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าไม่อันตราย และสามารถสร้างแอนติบอดี้ ได้เร็วด้วย แต่ปัญหาคือมันต้องเก็บในอุณหภูมิที่ -70 องศา ดังนั้นจะนำไปใช้ในประเทศที่ยากจน จึงลำบาก เพราะต้องมีตู้เย็นที่สามารถทำความเย็นระดับนั้นได้ ส่วนผลข้างเคียงน้อยมาก ส่วนใหญ่จะแพ้จากไขมันที่ห่อหุ้ม mRNA
– วัคซีนแบบ viral vector วัคซีนกลุ่มนี้ใช้ไวรัสที่สามารถตัดแต่งพันธุกรรม นำมาดัดแปลง พันธุกรรมให้ไม่สามารถแบ่งตัวได้ และใส่สารพันธุกรรมของไวรัสโรคโควิด-19 ติดไปด้วย เมื่อนํามาฉีด ไวรัสพาหะเหล่านี้จะเลียนแบบการติดเชื้อตามธรรมชาติ โดยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทั้งระบบให้สร้างแอนติบอดี้ต่อไวรัสโรคโควิด-19 ตามสารพันธุกรรมที่ใส่เข้าไป วัคซีนตัวนี้ก็ไม่อันตราย
– วัคซีนชนิดเชื้อตาย เป็นวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมหลายสิบปีที่แล้ว เหมือนกับที่ผลิตวัคซีน ไข้หวัดใหญ่ ต้องมาเลี้ยงเชื้อเป็น ใช้เวลานาน ต้องมีความปลอดภัยสูงมาก ไม่ให้เชื้อมันเล็ดลอดออกมา เสร็จแล้วก็นำเชื้อไวรัสมาฆ่าทำให้เชื้อตาย แล้วนำมาฉีดกระตุ้น ให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสทุกส่วน เสมือนได้รับเชื้อไวรัสโดยตรงแต่ไม่ทำให้เกิดโรค เพราะเชื้อตายแล้ว วัคซีนชนิดนี้เป็นเทคโนโลยีแบบเก่าที่ใช้มานานหลายสิบปีแล้ว วิธีนี้ก็ปลอดภัย
– Protein subunit vaccine วัคซีนที่ทําจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ เป็นการผลิตวัคซีนมาจาก โปรตีนส่วนที่เป็นหนามของไวรัส แล้วมาผสมกับสารกระตุ้นภูมิ แล้วฉีดเข้าไปที่ร่างกาย เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกาย จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้ต่อต้านโปรตีนสไปค์ของไวรัสโรคโควิด-19

หมอมนูญ กล่าวเพิ่มเติมว่า วัคซีนทุกรูปแบบที่มีการผลิตออกมาในตอนนี้ ปลอดภัยทั้งหมด เพราะได้ทำการฉีดมาแล้ว เป็นพันล้านคน ความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากฉีดวัคซีนมันน้อยกว่า การเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 น้อยกว่าเป็นหมื่นเท่า อย่าไปกลัววัคซีน เชื้อโรคมันน่ากลัวกว่าเยอะ ส่วนใครที่ฉีดวัคซีนเข็มแรก เป็นยี่ห้อหนึ่งไปแล้ว เข็มที่สองสามารถฉีดยี่ห้ออื่นได้ สำหรับข่าวที่ว่ามีคนฉีดวัคซีนแล้วเกิดอาการชาครึ่งซีก ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากความวิตกกังวลมากกว่า
นอกจากเรื่องวัคซีนแล้ว ตอนนี้ยังมีข่าว เชื้อราดำระบาดที่อินเดียระบาดหนักซ้ำเติม โควิด-19 จนมีสาวรายหนึ่งต้องควักลูกตาทิ้งเพื่อรักษาชีวิต หมอมนูญ ช่วยไขข้อข้องใจเรื่องเชื้อราดำว่า
“เชื้อราดำ มีอยู่ทุกที่ทุกแห่ง ทั้งในที่ชื้น เศษขยะ พื้นดิน ถ้าเราหายใจเอามันเข้ามา มันก็จะไปเกาะบริเวณไซนัส จนสามารถเดินทางไปถึงดวงตาและสมองได้
โดยเฉพาะผู้ป่วยโควิด-19 ต้องระวังอย่างมาก เพราะปัจจุบันเราจะให้ยาสเตียรอยด์ในการรักษา พอเราให้มากๆ มันจะทำให้น้ำตาลขึ้น ภูมิคุ้มกันลด คนไข้จะเสี่ยงติดเชื้อราดำได้ง่าย ซึ่งเชื้อราดำเมื่อเข้าไปในโพรงจมูกแล้ว มันจะยืดตัวเอง แทงผ่านเส้นเลือด เข้าไปสู่สมองได้ โรคจากเชื้อราดำนี้น่ากลัวมาก รักษายากที่สุด ในประเทศไทย การพบผู้ที่ป่วยเพราะเชื้อราดำ มีแค่ประมาณ 30 คนต่อปี ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับอินเดีย ที่มีสูงถึง 9,000 คน อย่างกรณีคุณบิ๊ก D2B เป็นกรณีตัวอย่าง แต่คุณบิ๊กตกน้ำ และได้รับเชื้อจนขึ้นสมอง แต่เจ้าเชื้อราดำนั้น มีอยู่ทั่วไป ในห้องปกติก็มี”
กรณีข่าวที่คนไปฉีดวัคซีนแล้วเสียชีวิต หมอมนูญ เชื่อว่า ไม่น่าจะมาจากวัคซีน มันต้องพิสูจน์ก่อน สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดขณะนี้จะดีขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อได้มีการฉีดวัคซีน ให้ประชาชนประมาณ 60% เป็นอย่างน้อย อย่างดีที่สุดคือฉีดให้ได้ครอบคลุม 60 ล้านคนทั่วประเทศไทย วัคซีนที่ดีที่สุดคือ วัคซีนที่เข้าตัวเรา ถ้าได้จองเอาไว้ แล้วถึงคิว ขอให้รีบไปฉีดเลย

ส่วนเรื่องที่มีข่าวพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ และสายพันธุ์อินเดีย เข้ามาในไทยนั้น หมอมนูญ บอกว่า การที่บอกว่าสายพันธุ์อื่นๆ น่ากลัวกว่าสายพันธุ์อังกฤษนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะตามข้อมูลที่มีออกมาตอนนี้ สายพันธุ์อังกฤษทำให้มีโอกาสเสียชีวิตได้สูงถึง 70% แต่สายพันธุ์อื่นนั้นยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนออกมา โควิด-19 ในตอนนี้รุนแรงมากกว่าปีที่แล้วเยอะมาก ยิ่งคนที่มีโรคประจำตัว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเลย ขนาดคนที่หายไปแล้ว การทำงานของปอด ก็ทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนเดิม แต่หากฉีดวัคซีนแล้ว แล้วเกิดติดเชื้อก็อาจทำให้ป่วยเบาๆ เหมือนไข้หวัดธรรมดา ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล สามารถรักษาหายได้ด้วยตัวเอง
“ในสมัยสัก 20 ปีก่อน คนไทยไม่ใส่หรอกครับหน้ากาก พอบอกให้ใส่ เขาก็บอกว่ากลัวคนอื่นรู้ว่าป่วยแล้วรังเกียจ แต่ผมไปเห็นประเทศญี่ปุ่นเขาใส่กันเป็นเรื่องปกติ จึงกลับมาหาวิธีเพื่อให้คนไทยใส่หน้ากากปิดปากปิดจมูกกันมากขึ้น ออกมาเป็นการรณรงค์ให้ใส่ ‘หน้ากากอนามัย’ ซึ่งคำว่าหน้ากากอนามัยนี้ คุณหมอมนูญ ก็เป็นผู้ตั้งชื่อให้”
ทั้งนี้ คุณหมอ ได้ฝากทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า ถึงฉีดวัคซีนแล้ว ก็อาจจะไม่ป้องกันการติดเชื้อ และแพร่ให้คนอื่นได้ แต่มันจะสามารถป้องกันการป่วยหนักได้ เพราะฉะนั้นเมื่อฉีดแล้วยังต้องสวม หน้ากากอนามัย และดูแลตัวเองเหมือนเดิม
ติดตามชมรายการ “ถกไม่เถียง” ย้อนหลังได้ทางเฟสบุค www.facebook.com/terodigital และยูทูปช่อง Tero Digital และรับชมรายการสด ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และสามารถรับฟังผ่านทาง Hitz955.com

