เปิดทุกวีรกรรมเจ้าชู้ ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ เมีย เผยเคยถูกจ้างหย่า 2 ล้าน 

เปิดทุกวีรกรรมเจ้าชู้ ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ เมียเผยเคยถูกจ้างหย่า 2 ล้าน 

จากกรณี น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น โดยอ้างว่าถูกอดีตนักมวยชื่อดังพาเข้าโรงแรมแล้วลงมือกระทำอนาจาร หลังรู้จักกันในผับแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายสมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก เปิดเผยว่า ไม่ได้ข่มขืน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กสาวอายุเพิ่ง 17 ปี

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา สมรักษ์ คำสิงห์ จูงมือภรรยา เสาวนีย์ มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิต ทั้งวีรกรรมความเจ้าชู้ของสามี ที่มีเรื่องเข้ามากวนใจนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็สามารถผ่านมาได้ด้วยสติและความรักที่มีต่อลูกๆ รวมถึงเรื่องที่เคยมีคนมาจ้างให้หย่า

Advertisement

โดย สมรักษ์ บอกว่าเขากับเธอเจอกันตอนต่างคนต่างเดินทางไปแข่งกีฬา ตอนนั้นเขาเป็นนักกีฬาเขต 4 จังหวัดขอนแก่น ส่วนเธอนักบาสเกตบอลในเขตเดียวกัน

สมรักษ์ยังเล่าถึงตอนที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกด้วยว่า ตอนนั้นมีความมั่นใจตั้งแต่ก่อนเดินทางไปแข่งว่าน่าจะคว้ามาได้

“มั่นใจมาก สั่งสกรีนเสื้อไว้เลย 100 ตัว แล้วบอกภรรยาว่าได้เหรียญทองกลับมาแน่นอน อยากได้อะไรไปดูไว้ อยากได้บ้าน อยากได้รถอะไรไปดูไว้”

ขณะคนเป็นภรรยาบอก “เขาเคยโดนซื้อตัวจะให้ไปชกแชมป์โลก สากลอาชีพ ซื้อตัวเท่าไหร่ก็ไม่ไป เพราะเขาตั้งเป้าว่าเหรียญทองมวยโอลิมปิก ยังไม่มีใครได้เขาต้องเอามาให้ได้ ตั้งใจทำเพื่อประเทศไทย

ส่วนเหตุการณ์หลังจากมีชื่อเสียงแล้ว มีคนมาจ้างให้หย่าโดยให้เงินถึง 2 ล้านบาท เสาวนีย์บอกว่าเป็นเรื่องจริง

เขาจะจ้างคุณสมรักษ์ เราก็บอกว่า 2 ล้านบาทไม่พอหรอก เพราะมูลค่าเขามากกว่านั้น เพราะถ้าคุณเอาเขาไป คุณคุ้ม ก็บอกเขาไปว่าสัก 10 ล้านบาทได้อยู่นะ เพราะตอนนั้นน่าจะประมาณปี 40 ได้ค่ะ

ครั้นพิธีกรบอกว่าฟังจากคำตอบแล้ว ดูเหมือนเธอจะมีสติดีมาก เสาวนีย์ก็ว่า เป็นเพราะในครอบครัวได้คุยกันมาก่อน

“มันขึ้นอยู่กับผู้ชาย ถ้าเขายังเลือกเราอยู่ เราจะมีความมั่นใจที่จะไปตอบโต้ เราอย่าไปคิดเลยว่าจะเลิกกัน ถ้าคิดว่าจะเลิก แล้วอยู่คนเดียว เราเลิก แต่ถ้าเลิกแล้ว อยากจะแต่งงานใหม่ อย่าเลิกดีกว่าเพราะเราไม่รู้ว่าผู้ชายที่เราจะไปเจอ เขาจะดีหรือไม่ แล้วอีกอย่างเขาเป็นพ่อของลูก เรามองว่าให้เขาอยู่กับลูก มันอบอุ่นดีอยู่แล้ว เพียงแต่เวลาที่เขาออกนอกลู่นอกทาง เราก็ตบๆ เข้ามา เพราะว่ามันก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ แล้วเราก็บอกเขาว่าต่อให้เลิกกันยังไง หรือต่อให้เธอย้ายเอาของออกไปจากบ้าน อยากจะไปมีเมียใหม่ ไปมีเลย แต่ทะเบียนสมรสฉันกอดไว้มันคือ ความสะใจของคนที่เป็นเมียหลวง”

“เพราะคนที่เป็นเมียน้อยอยากได้อย่างเดียวเลยคือ ทะเบียนสมรส”

ซึ่งฟังแล้วสมรักษ์ก็เสริมทันที “เป็นครอบครัวนักกีฬา ต้องรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย (หัวเราะ) ฟังไว้นะครับ อันนี้หลายครอบครัวบางทีมีปัญหา เอาอย่างภรรยาของผม รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ดีมาก คือครอบครัวอยู่ยาว”

ด้านเสาวนีย์ยังบอกอีกว่า “ถามว่าตอนนี้หยุดเจ้าชู้หรือยัง ตอนนี้ เบสบอกว่าแม่ไม่ต้องเดี๋ยว เบส จัดการเอง”

ทั้งนี้สมรักษ์ออกตัวว่า อันที่จริง “ผมก็อยู่ของผมเฉยๆ ไม่เคยปิดบังว่าผมมีครอบครัว”

ด้านเสาวนีย์ก็ว่า “ผู้หญิงทุกคนก็อยากเป็นหนึ่ง คนที่เป็นเมียน้อย ก็อยากเป็นเมียหลวง ถูกไหมคะ ตอนนั้นต้องบอกว่าทะเบียนสมรสอันเดียวเลยค่ะ จะกำราบคนพวกนี้ไป เราอย่าหย่า ต่อให้เขาอยากเลิกกับเราแค่ไหน ก็อย่าหย่า เพราะมันคือว่าสะใจค่ะ

แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ในระหว่างที่เกิดสถานการณ์เธอก็ยอมรับว่า “เราก็ฟูมฟายเหมือนกันนะคะ ก็สาดเสียเทเสียเหมือนกัน แต่เรากับเขาก็คุยกัน ถ้าเขายังอยู่กับเรา ยังเลือกอยู่กับเรา เราก็ไม่ต้องกลัวอะไร แล้วก็ดึงเขาให้กลับมา แต่กลับมาในที่นี้คือกลับมาหมดเลยนะคะ เพราะทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเราแล้ว พอจะดึงกลับมานี่ อันดับแรกเราต้องตั้งสติ แล้วก็อย่างี่เง่า อย่าเอาผู้หญิงคนนั้นมาเปรียบเทียบ เพราะผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้มีค่าอะไรเท่ากับเราเลย แล้วก็มองว่าสามีเราต้องการอะไร แล้วปฏิบัติกับเขาอย่างไรเพื่อให้เขากลับมา”

สำหรับฐานะความเป็นพ่อ ที่เสาวนีย์ออกปากว่าสมรักษ์เป็นพ่อที่ดีมากนั้น สมรักษ์บอกว่า “ครอบครัวผมอบอุ่นอยู่แล้ว ครอบครัวอบอุ่นคือป้องกันได้ทุกอย่างนะครับ การเลี้ยงลูกตั้งแต่เล็กจนโตผมก็ใส่ใจเต็มที่ ครอบครัวไม่มีพูดหยาบ ไม่มีทะเลาะกัน เวลาที่เราทะเลาะกันลูกก็ไม่เคยเห็น มีปัญหาก็เข้าห้องเถียงกัน ก็จบ”

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image