หมอสมอง พบพ่อ ‘อดีตส.ส.เร่ร่อน’ แม้จะถูกปฏิเสธไม่ใช่ลูก-จำไม่ได้ ก็จะรักษาพ่อจนหาย

หมอสมอง พบพ่อ ‘อดีตส.ส.เร่ร่อน’ แม้จะถูกปฏิเสธไม่ใช่ลูก-จำไม่ได้ ก็จะรักษาพ่อจนหาย

จากกรณีเปิดเผยชีวิตของ นายสม วาสนา อายุ 83 ปี อดีตครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอโนนสัง จ.อุดรธานี ในขณะนั้น ปัจจุบันคือ จ.หนองบัวลำภู และเป็นอดีต ส.ส.พรรคสยามใหม่ ในสมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี บั้นปลายชีวิตกลับกลายเป็นคนเร่ร่อน สติไม่ดี หลงๆ ลืมๆ และไม่มีลูกหลานมาเยี่ยม จนต้องระเหเร่ร่อนมาขอพักอาศัยอยู่ที่บ้านหมอปลา ในพื้นที่ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

ก่อนที่ทาง กัน จอมพลัง จะช่วยประกาศหาจนเจอกับลูกชาย ซึ่งก็คือ “หมอหนึ่ง” ซึ่งเป็นนายแพทย์พบสุข หมอสมอง อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ที่ได้วิดีโอคุยกับคุณพ่อและเล่าว่า ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นลูกของนายสม เพราะว่านายสมได้แยกทางกับคุณแม่ไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่ยังเด็ก และไม่ได้ติดต่อตลอดจนเลี้ยงดูมาก่อน แต่เมื่อได้ทราบแล้ว ตนก็พร้อมจะช่วยรักษาคุณพ่อ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

Advertisement

เปิดชีวิต ‘อดีต ส.ส.’ บั้นปลายกลายเป็นคนเร่ร่อน ชาวบ้านเผยญาติปัดรับเลี้ยง ติดต่อไม่ได้
เปิดใจ ‘หมอหนุ่ม’ ลูกชาย อดีต ส.ส.คนเร่ร่อน เล่าอีกมุม ไม่รู้ว่าเป็นพ่อ-เตรียมไปพบ
อดีตส.ส. เร่ร่อน เห็นหน้าลูก ไม่เชื่อเป็นตัวจริง ลูกชายเป็นหมอสมอง เตรียมรักษาพ่อ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา กัน จอมพลัง พร้อมด้วย นพ.พบสุข หรือหมอหนึ่ง อายุ 38 ปี ได้เดินทางไปยังบ้านหมอปลา เพื่อพบกับนายสม วาสนา อายุ 83 ปี อดีต ส.ส. ซึ่งเป็นการพบหน้ากันของพ่อลูกในรอบ 30 ปี

ก่อนจะพบกัน นพ.พบสุขเผยว่า สิ่งสุดท้ายที่จำได้ก็คือพ่อแยกไปมีครอบครัวใหม่ และครั้งสุดท้ายที่มาเยี่ยมตน ซึ่งก็คือครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน น่าจะเมื่อตอนตนอายุ 5-6 ขวบ แต่หลังจากนั้นท่านอาจจะมาเยี่ยม แต่ผมก็ไม่เคยเจอ สำหรับความรู้สึกที่ได้เจอพ่อ ก็ดีใจอยู่แล้ว และก่อนมาไม่ได้คาดหวังว่าพ่อจะจำผมได้ เพราะจากการที่ได้วิดีโอคอลกัน และจากที่พ่อให้สัมภาษณ์ ก็ตั้งใจว่าจะมาดูแลในเรื่องสุขภาพสมอง และระบบสมอง ผมโฟกัสตรงนั้นมากกว่า

Advertisement

ส่วนประเด็นที่ อดีต ส.ส.มีความทรงจำ ว่ามีลูก 3 คน แต่ลูกตายหมดแล้ว มาจากไหนนั้น นพ.พบสุขเผยว่า ถ้าพ่อป่วยเป็นสมองเสื่อม ก็อาจจะเป็นสิ่งที่เลือกจำไว้ก่อนที่จะมีอาการสูญเสียความทรงจำไป ซึ่งต้องพาไปตรวจและวิเคราะห์กันต่อไป ซึ่งตามปกติหากอายุ 65 ปี ก็มีความเสี่ยงจะเป็นภาวะสมองเสื่อมอยู่แล้ว มากกว่าเป็นจิตเภท

สำหรับข้อคำถามที่หลายๆ คนสงสัยว่า พ่อไม่ได้ดูแลมาเลย ตัดสินใจยังไงถึงจะมาช่วยรักษาพ่อ นพ.พบสุข เผยว่า ไม่ได้ตัดสินใจนานเลย ด้วยความที่เราเป็นลูก อย่างที่ 2 เราก็มีศักยภาพในการดูแลโดยที่ไม่ได้รู้สึกลำบากใจหรือกายอะไร ผมคิดว่าเหตุผลเพียงแค่นี้ก็เพียงพอให้ผมตกลง ส่วนเรื่องอื่นไม่ว่าจะดราม่าหรือปูมหลังอะไร ก็เป็นเรื่องอดีตที่ผมไม่สามารถจะกลับไปแก้ไขได้ แต่อนาคตเรากำหนดได้ เลยอยากจะลองเปลี่ยนแปลงตรงนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณพ่อซึ่งเขาก็กำลังประสบปัญหาอยู่ ส่วนจะรับคุณพ่อไปดูแลไหมนั้น เดี๋ยวดูกันอีกที เพราะตอนนี้เขาก็มีปัญหาในส่วนจิตประสาทหลอน ความทรงจำ หลงผิด ต้องคุยก่อน และจูนว่าเขาพร้อมจะไปหรือไม่ ซึ่งผมก็มีแพลนบ้างแล้ว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อทั้งคู่พบกันแล้ว นายสมกลับไม่สามารถจำลูกคนนี้ได้เลย บอกว่าไปคัดเลือกคนหนุ่มที่ไหนมา ทั้งยังพยายามเบี่ยงตัวหลบลูกชาย พร้อมทั้งบอกว่า อย่ามาใกล้ อย่ามาจับ และยืนยันว่าไม่รู้จัก

“ผมยังมีสติ สัมปชัญญะ และบอกว่า ถ้าเป็นลูกผมต้องหัวบาก เพราะถูกฟันหัวแบะแล้ว จำได้ง่ายมากเลย ผมจะไม่ฟังใครทั้งนั้น ซึ่งปีเกิด 2529 อายุ 38 ปี ตอนปีนั้นผมไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ผมอยู่เวียงจันทน์” นายสมกล่าว

โดยระหว่างนั้น เมื่อ กัน จอมพลัง ถามว่าแล้วลูกคุณพ่อมีกี่คน ชื่ออะไร แต่นายสม บอกว่าหูไม่ค่อยดี เมื่อถามซ้ำหลายครั้งก็ยังไม่เข้าใจ อดีต ส.ส.จึงบอกว่าให้เขียนถามดีกว่า เมื่ออ่านคำถามนายสม บอกว่าเรื่องจริงคือตนมีลูก 3 คน คนแรกเป็นผู้หญิง ตายไปนานแล้ว ตนไม่ได้เลี้ยง หลักฐานการตายไปเอาที่ตำรวจได้ พร้อมย้ำว่า “ไม่ต้องมาช่วยผมนะ ผมมาตามวาระ” ซึ่งเป็นลักษณะเหมือนยังเป็น ส.ส.อยู่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพ่อจะจำไม่ได้ แต่ นพ.พบสุข ยืนยันว่าจะรักษาพ่อให้หาย โดยให้สัมภาษณ์หลังพบพ่อแล้วว่า จากการพูดคุยกับทางคุณพ่อ เห็นหลายๆ อย่าง น่าจะมีปัญหาสมองเสื่อม อาจจะไม่เยอะมาก ระดับกลาง แต่ปัญหาที่โดดเด่นคือมีหลงผิด หูแว่ว บางครั้งมีการพูดคนเดียว ตรงนี้น่าจะมีปัญหาตรงนี้ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของโรคสมองเสื่อม หรือมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตร่วม เนื่องจากความเครียด อาจจะโดนทิ้งหรือไม่ ที่ทำให้ป่วยทางจิตเพิ่มเติม

แน่นอนว่าการรักษาก็ต้องดำเนินการไป หลักๆ ตอนนี้คือเรื่องการทานยา ตนได้แพลนกับทีมงานและปรึกษาคุณหมอจิตแพทย์ด้วยว่า จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งก็จะจัดสูตรยาให้ และต้องให้ท่านกินยา แต่ท่านแอนตี้ยา แต่ต้องหลอกล่อให้กินยา เพราะถ้าไม่กินก็จะทำให้อาการไม่ดีขึ้น จะพยายามประสานกับทีมรักษา ดูแลว่าจะรักษาอย่างไร ซึ่งคนที่คุณพ่อเชื่อคือหมอปลา แต่เนื่องจากอายุเยอะ จะใช้ยาแรงไม่ได้ ต้องไปช้าๆ ไม่มีผลข้างเคียง อาจไม่ถึงขั้นหาย แต่ว่าจะค่อยๆ ดีขึ้น ดังนั้นก็ต้องมีการอัพเดตกันไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image