‘โรนัลโด้’ กดแฮตทริกฮีโร่ช่วย ‘โปรตุเกส’ โกงความตายไล่เจ๊า ‘สเปน’ 3-3

16.06.18 | 00:08 น.

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 คู่สุดท้าย ประจำคืนวันที่ 15 มิถุนายน เป็นเกมเตะ “บิ๊กแมตช์” คู่แรกในศึกฟุตบอลโลก 2018 ระหว่าง แชมป์โลกปี 2010 “กระทิงดุ” สเปน ลงสนามในกลุ่มบี พบกับ “ฝอยทอง” โปรตุเกส ดีกรีแชมป์ยูโร 2016 โดยฟาดแข้งกันที่ฟิชต์ โอลิมปิก สเตเดี้ยม เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย ท่ามกลางความจุ 47,659 คน

เกมนี้ สเปน ที่เพิ่งเจอฝันร้ายเปลี่ยนเฮดโค้ชก่อนฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นเพียง 2 วัน โดยให้ ยูเลน โลเปเตกี พ้นจากตำแหน่งทันที และให้ เฟร์นานโด เอียร์โร่ อดีตปราการหลังทีมชาติสเปนมาคุมทัพแทน จัดทัพผู้เล่นเต็มสูบ ในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย เดบิด เด เคอา (ผู้รักษาประตู ), นาโช่ แฟร์นานเดส, เคราร์ด ปิเก้, เซร์คิโอ รามอส, ฆอร์ดี้ อัลบา, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,โกเก้, ดาบิด ซิลบา, อิสโก้, อันเดรส อิเนียสต้า, ดิเอโก้ คอสต้า

ด้านทีม “ฝอยทอง” โปรตุเกส นำทัพโดยสตาร์ดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยกุนซือใหญ่อย่าง แฟร์นานโด ซานโต๊ส จัดทีมในระบบ 4-4-2 ประกอบด้วย รุย ปาทริซิโอ (ประตู), เซดริค โซอาเรส, เปเป้, โซเซ่ ฟอนเต้, ราฟาเอล เกร์เรโร่, แบร์นาโด้ ซิลวา, เชา มูตินโญ่, วิลเลียม คาร์วัลโญ่, บรูโน่ แฟร์นานเดส, กอนซาโล่ กูเอเดส และคริสเตียโน่ โรนัลโด้

เกมนี้เป็นการเจอกันของเพื่อนร่วมทีมเรอัล มาดริด อย่าง โรนัลโด้ แนวรุกโปรตุเกส ที่จะได้เผชิญหน้ากับแนวรับกระทิงดุเพื่อนร่วมทีมราชันชุดขาวอย่างจอมเกเรอย่าง เซร์คิโอ รามอส ขณะเดียวกันแนวรับตัวหลักโปรตุเกสก็เป็นอดีตปราการหลังราชันชุดขาวอย่าง เปเป้ หรือที่แฟนบอลชาวไทยให้ฉายาแบบติดตลกว่า “เปเป้ ป.ประมุข” เพราะมีสไตล์การเล่นที่เกเร เล่นดุ เล่นหนัก ถึงลูกถึงคนอีกด้วย

ช่วงต้นเกมครึ่งแรก โปรตุเกสออกสตาร์ทได้ดีกว่า เกมรุกวูบวาบ นา ทีที่ 3 โรนัลโด้ เลี้ยงกินตัวหลุดไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย นาโช่ เข้าสกัด โรนัลโด้ ล้มลงในเขตโทษ กรรมการเป่าเป็นจุดโทษทันที และโรนัลโด้ สังหารไม่พลาดเป็นประตูช่วยให้โปรตุเกสออกนำสเปนไปก่อน 1-0 และยังเป็นจุดโทษลูกแรกในทัวร์รนาเมนต์บอลโลก 2018

Advertisement

หลังเสียประตู สเปน เริ่มตั้งเกมถนัดของตัวเองได้ ต่อบอลสั้นตามช่องเข้ากดดันโปรตุเกสได้ขนานใหญ่

นาทีที่ 16 บุสเก็ตส์ ของสเปน รับใบเหลืองหลังไปเจตนาได้ทำฟาวล์ใส่ กอนซาโล่ กูเอเดส กองหน้าโปรตุเกส

สเปนเริ่มนวด เริ่มขึงเกมรุกตามสไตล์ใส่ทีมฝอยทองแต่ยังไม่มีจังหวะเข้าทำแบบโจ่งแจ้งเท่าใดนัก

นาที 20 อิเนียสต้า ลุยเข้ามาทางฝั่งซ้ายถึงเส้นหลังก่อนไหลถวายพานให้ ดาบิด ซิลบา ยิงออกหลังไปอย่าน่าเสียดาย

โปรตุเกสโต้กลับมา โรนัลโด้ แตะบอลเร็วให้กูเอเดส โล่งๆ หน้าประตู แต่กูเอเดส ช้าเกินไป

นาทีที่ 23 ดิเอโก้ คอสต้า ดาวยิงกระทิงดุ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลอกกองหลังโปรตุเกส 2 คนก่อนตะบันด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาอย่างสวยงามให้สเปนไล่ตีเสมอ 1-1

โปรตุเกส ตอบโต้มาแบบหนักหน่วงหลายดอกจนกองหลังกระทิงดุเริ่มป่วน กระทั่งนาทีที่ 43 โรนัลโด้ แผลงฤทธิ์อีกรอบได้ตะบันด้วยเท้าซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งเรียดทำท่าไม่มีอะไร แต่ความเฟอะฟะของ ดาบิด เด เคอา ประตูทีมยักษ์หลับแห่งเกาะอังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำให้ทีมกระทิงดุต้องตามหลัง 1-2 เมื่อรับบอลพลาดแบบง่ายๆ จบครึ่งแรกสเปน ตามหลังโปรตุเกส 1-2

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลัง รูปเกมยังคล้ายครึ่งแรก สเปน ขึงเกมรุกเข้าใส่โปรตุเกสแบบพับสนาม พยายามเคาะบอลสั้นทำชิ่งเข้าทำประตู แต่เล่นกันมากจังหวะเกินไป ขณะที่โปรตุเกส อาศัยการตัดบอลแล้วเปิดยาวให้โรนัลโด้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเก็บบอลรอเพื่อนร่วมทีมเติมมาเล่นเกมรุก

นาทีที่ 54 จากลูกฟรีคิก 30 หลา อิเนียสต้า เปิดไปเสาสองให้บุสเก็ตส์ โหม่งเข้ามาหน้าปากประตูให้ คอสต้า พุ่งเข้าชาร์จโล่งๆ ให้สเปนไล่มาตีเสมอ 2-2

นาทีที่ 57 นาโช่ วิ่งเข้าตะบันด้วยขวาแบบเต็มข้อ บอลพุ่งชนโคนเสาเข้าไปอย่างสวยงามให้สเปนพลิกกลับมานำ 3-2

นาทีที่ 69 สเปน ถอด อิเนียสต้า ออกแล้วส่ง ติอาโก้ อัลคันตาร่า มิดฟิลด์จากบาเยิร์น มิวนิก ลงมาไล่ในแดนกลางแทน

หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลัง โปรตุเกส ก็เปิดเกมรุกเข้าใส่สเปนเพื่อหวังทวงประตูคืน แต่บอลสุดท้ายยังไม่แน่นอน ผิดกับสเปนเริ่มเล่นกันอย่างมั่นใจต่อบอลกันชนิดเนียนตา
นาทีที่ 76 สเปน ถอดคอสต้า ออกไปพักแล้วส่ง ยาโก้ อัสปาส เข้ามาแทนในตำแหน่งกองหน้า ถัดมาไม่ถึง 2 นาที โปรตุเกสปรับแผนบ้าง ถอดกูเอเดส ออกแล้วส่ง อันเดร ซิลวา ลงมาค้ำเป็นหน้าเป้าแทน

10 นาทีสุดท้าย สเปน ครองบอลสามเหลี่ยมชิ่งกันทั่วสนามจนโปรตุเกสแทบหาบอลไม่เจอ

แต่แล้วก่อนหมดเวลาเพียงแค่ 2 นาที โรนัลโด้ ปั่นฟรีคิก 25 หลา โค้งข้ามคานเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม และเป็นแฮตทริกแรกในศึกฟุตบอลโลก 2018 ช่วยให้โปรตุเกสไล่เจ๊าสเปน 3-3 และเป็นคนแรกที่ตะบันแฮตทริกแรกใส่ทีมชาติสเปนในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จบเกมแบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม สมราคาบิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอคอย

อย่างไรก็ตามโรนัลโด้มีอาการบาดเจ็บข้อเท้าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บซึ่งต้องรอติดตามกันต่อไปว่าจะอาการหนักแค่ไหน

หลังผ่านพ้นเกมแรกของกลุ่มบี อันดับ 1 เป็นของ อิหร่าน มี 3 แต้ม (+1) อันดับ 2 กับ 3 เท่ากับคือ โปรตุเกส และสเปน มี 1 แต้มเท่ากัน ได้ 3 เสีย 3 ส่วนบ๊วยของกลุ่มบี คือ โมร็อกโก ไม่มีแต้ม (-1)

โปรแกรมนัดต่อไปของ สเปน จะพบกับ อิหร่าน คืนวันที่ 20 มิถุนายน เวลา 01.00 น. ส่วน โปรตุเกส จะพบกับ โมร็อกโก ในวันเดียวกัน ตั้งแต่เวลา 19.00 น. ตามเวลาเมืองไทย