สกู๊ปพิเศษ : ‘นัดแรกไร้ชัย’ อาถรรพ์การตกรอบไวของแชมป์เก่า ‘เวิลด์คัพ’

ฟุตบอลโลกมักจะมีอาถรรพ์ในตัวมันเอง โดยเฉพาะกับแชมป์เก่าที่หมายมั่นปั้นมือจะมาป้องกันแชมป์ ตลอดการแข่งขัน 20 ครั้งที่ผ่านมา(ไม่นับครั้งปัจจุบัน) มีเพียงชาติเดียวที่ป้องกันแชมป์ได้ คือ บราซิล เป็นแชมป์ 2 สมัยติด ในปี 1958, 1962 ถ้านับถึงฟุตบอลโลก 2014 ไม่มีชาติไหนสามารถหยิบแชมป์ได้ 2 สมัยรวมระยะเวลา 52 ปีมาแล้ว

ความอาถรรพ์ของเวิลด์คัพเริ่มความเฮี้ยนไปอีก เมื่อดูสถิติย้อนหลังในช่วง 20 ปีหลัง แชมป์เก่ามักจะหมดฤทธิ์ โดนทีมเล็กทีมใหญ่ช่วยกันเขี่ยตกรอบแรกแบบสิ้นท่า

“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แชมป์เก่าครั้งที่แล้วที่มารัสเซียครั้งนี้ด้วยความมั่นใจ มาตรฐานสูงเจอความพิศวงของฟุตบอลโลกเล่นงานตั้งแต่นัดแรก เมื่อประเดิมแพ้ เม็กซิโก 0-1 ถึงจะเดินหน้าโหมใส่ทีมจังโก้ขนาดไหนก็ไม่สามารถเจาะประตูได้เลย

ความพ่ายแพ้ของเยอรมนีทำให้สถิติแชมป์โลก 3 ครั้งหลังสุด ไม่สามารถเก็บชัยชนะในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ปี 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ “อัซซูรี่” อิตาลี แชมป์จากปี 2006 ทำได้แค่เสมอ และปี 2014 ที่ประเทศบราซิล “กระทิงดุ” สเปน โดนยำใหญ่ 5-1 และตกรอบแรกไปแบบสิ้นลายแชมป์โลก
มาลองย้อนดูฟุตบอลโลกที่แชมป์เก่าไม่สามารถชนะในนัดแรก ก่อนจะพลาดท่าเสียแชมป์ ว่าเกิดขึ้นในปีไหนบ้าง

-ฟุตบอลโลก 1974
บราซิล เสมอ ยูโกสลาเวีย 0-0
บราซิลเพิ่งประกาศศักดาคว้าแชมป์ 3 สมัย เป็นทีมแรกในโลก ในปี 1970 และได้รับกรรมสิทธิ์ในการครอบครองถ้วย ฌูลส์ ริเม่ต์ ตลอดกาล ตามที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติระบุว่าชาติไหนเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 3 สมัยก่อน จะได้ถ้วยนี้ไปครองทันที
ทีมแซมบ้ายุคนั้นแม้จะไม่มี เปเล่ ที่ประกาศลาทีมชาติไปแล้ว แต่ก็ยังมี ริเวลิโน่, แจร์ซินโญ่ ยอดนักเตะที่มาจากชุดแชมป์โลก 1970 อย่างไรก็ตาม ยูโกสลาเวียช่วยกันเล่นจนเสมอแบบไร้สกอร์ หลังจากนั้นบราซิลก็ไปเสมอ สกอตแลนด์ 0-0 อีก นัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ลูกทีมของ มาริโอ ซากัลโล่ เอาชนะ แซร์ หรือ คองโก ในชื่อเก่า 2-0 เข้ารอบตามหลังยูโกสลาเวียไปได้ แต่สุดท้ายก็ไปตกรอบแบ่งกลุ่ม รอบสองอยู่ดี แถมยังไปแพ้ โปแลนด์ นัดชิงที่ 3 จบแค่อันดับ 4 อย่างเจ็บปวด

 

 

-ฟุตบอลโลก 1978
เยอรมันตะวันตก เสมอ โปแลนด์ 0-0
เยอรมันตะวันตก คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ในบ้านตัวเอง เมื่อปี 1974 และมาลุ้นป้องกันแชมป์ที่อาร์เจนตินา 1978 ด้วยนักเตะอน่าง แบร์ตี้ โฟกต์ส, คาร์ล ไฮนซ์-รุมเมนิกเก้, เซ็ปป์ ไมเออร์ อย่างไรก็ตาม แมตช์แรกก็โดนอริใกล้บ้านอย่างโปแลนด์ ยันเสมอ 0-0 ไปก่อน หลังจากนั้นไปถล่มเม็กซิโก 6-0 เสมอตูนิเซีย 0-0 เข้ารอบแบ่งกลุ่มรอบสองต่อไปได้
แต่ในรอบนี้เจอของแข็งทั้ง เนเธอร์แลนด์ และ อิตาลี รวมทั้งเพื่อนบ้านอย่าง ออสเตรีย อีกทีม ทีมอินทรีเหล็กยันเสมออิตาลี 0-0 เจ๊าเนเธอร์แลนด์ 2-2 แต่กลับไปแพ้ออสเตรีย 2-3 ยุติเส้นทางการป้องกันแชมป์ไว้แค่นั้น

-ฟุตบอลโลก 1990
อาร์เจนตินา แพ้ แคเมอรูน 0-1
ดิเอโก้ มาราโดน่า นำทัพฟ้า-ขาวคว้าแชมป์โลก 1986 มาได้อย่างยิ่งใหญ่ และยังคงถูกคาดหมายว่าเป็นเต็งแชมป์ อย่างไรก็ตามทั้งโลกต่างตกตะลึง เมื่อนัดแรกของมาราโดน่าและทีมงานกลับพลิกล็อกแพ้ แคเมอรูน 0-1 โชคดีที่ไม่เมาหมัดนาน สอนเชิง โซเวียต 2-0 เสมอ โรมาเนีย 1-1 เอาตัวรอดเข้าไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศได้
สุดท้ายก็ไม่ถึงฝัน เมื่อ อันเดรียส เบรเม่ห์ กดประตูชัยให้เยอรมันตะวันตก ชนะ 1-0 คว้าแชมป์โลกไปครองได้เป็นสมัยที่ 3 จนถึงตอนนี้อาร์เจนตินาก็ยังไม่เคยได้สัมผัสแชมป์โลกอีกเลย

-ฟุตบอลโลก 2002
ฝรั่งเศส แพ้ เซเนกัล 0-1
ฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลก 1998 ในบ้านตัวเองแบบหักปากกาเซียน ถล่มบราซิล 3-0 ในรอบชิงชนะเลิศ แถมยังเป็นแชมป์ยูโร 2000 มาอีก ทำให้ช่วงนั้นทีมตราไก่ครองโลกลูกหนังแบบไร้เทียมทาน
นัดแรกที่โซล เวิลด์คัพ สเตเดียม เกาหลีใต้ โลกต้องตะลึง เมื่อฝรั่งเศสแพ้เซเนกัลที่เข้ามาเล่นฟุตบอลโลก 0-1 ในนัดเปิดสนาม ความน่าใจหายยังตามมาเป็นระลอก เมื่อฝรั่งเศสเสมอ อุรุกวัย 0-0 เครื่องบินกลับปารีสเตรียมพร้อมจะพาพวกเขากลับบ้านแล้ว และไม่ทำให้กัปตันเตรียมตัวฟรี แชมป์โลกและแชมป์ยูโรแพ้ เดนมาร์กอีก 0-2 ยิงไม่ได้แม้ประตูเดียว เปิดตำนานแชมป์เก่าตกรอบแรกให้ฟุตบอลโลกได้จดจำจนชาติอื่นๆ เริ่มเดินรอยตาม

-ฟุตบอลโลก 2010
อิตาลี เสมอ ปารากวัย 1-1
อิตาลีเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 4 ที่ประเทศเยอรมนี ในปี 2006 ด้วยการชนะจุดโทษฝรั่งเศสมาแบบสนุก นัดแรกของปี 2010 เจอปารากวัยคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่พวกเขาทำได้แค่ไล่ตามตีเสมอ 1-1
อัซซูรี่ในการคุมทัพของ มาร์เซโล่ ลิปปี้ ไม่ได้กลับตัวไวเหมือนอาร์เจนตินา ชุด 1990 เพราะโดนทีมไม้ประดับอย่าง นิวซีแลนด์ ขึ้นนำก่อน ในเกมที่ 2 ของรอบแรก ต้องมาไล่ตามตีเสมอด้วยจุดโทษของ วินเชนโซ่ ยาควินต้า จบ 2 นัดมี 2 แต้ม นัดสุดท้ายถ้าขนะ สโลวาเกีย ได้ก็จะเข้ารอบต่อไป
อิตาลีโดนนำ 2-0 หลังจากนั้นปล่อยของเต็มสูบ หวังต่อลมหายใจ แต่สุดท้ายไปไม่รอด แพ้สโลวาเกีย 2-3 ตกรอบเหมือนที่ฝรั่งเศสทำเป็นตัวอย่าง เมื่อ 4 ปีก่อนหน้า

-ฟุตบอลโลก 2014
สเปน แพ้ เนเธอร์แลนด์ 1-5
ทีมกระทิงดุเป็นชาติแรกที่สามารถคว้าแชมป์รายการเมเจอร์อย่างยูโรและฟุตบอลโลกติดต่อกันรวม 3 ครั้ง ยูโร 2008 ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 ไม่ต้องเดาเลยว่า พวกเขาคือเต็ง 1 ในฟุตบอลโลกที่บราซิล
นัดแรกประเดิมสนามกับเนเธอร์แลนด์ ชาบี้ อลอนโซ่ ยิงจุดโทษให้แชมป์เก่านำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 27 สมราคาแชมป์เก่า แต่ตลอดเวลาที่เหลือ 63 นาที นักเตะกังหันสีส้มเดินหน้าไล่ถลุงจนกระทิงกลายเป็นวัวน้อย แพ้ไปขาดลอย 1-5 พร้อมกับลูกพุ่งโหม่งสุดสวยของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ยังถูกจดจำมาถึงตอนนี้
สเปนยังมีหวังจะเข้ารอบถ้าชนะ 2 นัดที่เหลือกับ ชิลี และ ออสเตรเลีย แต่พวกเขายังเมาหมัดของแมตช์แรก และมาโดนชิลีสอยไปอีก 2-0 การันตีการตกรอบไปตั้งแต่จบเกมนั้น ถึงแม้จะชนะออสเตรเลีย 3-0 ในแมตช์สุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว

-ฟุตบอลโลก 2018
เยอรมนี แพ้ เม็กซิโก 0-1
ยังไม่มีใครรู้ว่าอินทรีเหล็กจะรักษาประเพณีแชมป์เก่าตกรอบแรกของเพื่อนร่วมทวีปยุโรปเอาไว้ให้คงอยู่ต่อไปหรือไม่ เพราะยังมีเกมให้แก้ตัวกับ สวีเดน และ เกาหลีใต้ ถ้ามองตามชื่อชั้นและนักเตะในทีมแล้ว 6 แต้มที่เหลืออยู่ ก็ไม่ใช่งานยากจนเกินไปของ โยอาคิม เลิฟ และลูกทีม
แต่ถ้าพลาดแพ้สวีเดนขึ้นมาล่ะก็ คงต้องยอมรับในความเฮี้ยนของการเป็นแชมป์เก่าอย่างไม่มีข้อโตเถียง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ดีแทค’ แต่งตั้ง ‘อเล็กซานดรา ไรช์’ เป็นซีอีโอหญิงคนใหม่
บทความถัดไปตร.-พศ.ถก คดีเงินทอนวัด คาดหารือตามตัวอดีตพระพรหมเมธีด้วย!ปัดตอบสื่อ