‘หมีขาว’ เชือดจุดโทษ ‘กระทิงดุ’ เข้ารอบ 8 ทีมฟุตบอลโลก

1.07.18 | 20:00 น.

“หมีขาว” รัสเซีย ยิงจุดโทษเขี่ย “กระทิงดุ” สเปน แชมป์โลกปี 2010 ตกรอบ 16 ทีม ฟุตบอลโลก 2018 ที่ลุซนิกิ สเตเดียม กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย วันที่ 1 กรกฎาคม

11 ผู้เล่นตัวจริงรัสเซีย : ผู้รักษาประตู อิกอร์ อคินเฟเยฟ / กองหลัง มาริโอ แฟร์นันเดส, อีเลีย คูเตปอฟ, เซอร์เก อิ๊กนาเชวิช, เฟดอร์ คูเดรียชอฟ / กองกลาง โรมัน ซอบนิน, อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน, ยูริ เซอร์คอฟ, อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ, ดาเลอร์ คูซาเยฟ / กองหน้า อาร์ตุม ซูบ้า

11 ผู้เล่นตัวจริงสเปน : ผู้รักษาประตู ดาบิด เด เคอา / กองหลัง เคราร์ด ปิเก้, นาโช่ แฟร์นานเดส, เซร์คิโอ รามอส, ฆอร์ดี้ อัลบา / กองกลาง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, โกเก้, มาร์โก้ อเซนซิโอ, อิสโก้, ดาบิด ซิลบา / กองหน้า ดีเอโก้ คอสต้า

ครึ่งแรก สเปนขึงเกมรุกตั้งแต่ 5 นาทีแรก และถ่ายบอลสั้นพาบอลเข้าไปเจาะประตูรัสเซีย นาทีที่ 11 อเซนซิโอเปิดฟรีคิกจากกราบขวา บอลเข้าเขตโทษไปโดนขาอิ๊กนาเชวิชย้อนเข้าประตูไปให้สเปนนำ 1-0 และอิ๊กนาเชวิชเป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่ทำเข้าประตูตัวเองในฟุตบอลโลก ด้วยอายุ 38 ปี 352 วัน เกมผ่านไป 20 นาที สเปนครองบอลได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ รัสเซียยังไม่มีจังหวะได้ลุ้นประตู

สเปนยังคงดักบอลได้และครองบอลอย่างเหนียวแน่น นาทีที่ 36 เจ้าภาพได้ลุ้นครั้งแรก โกโลวินได้บอลในเขตโทษสเปน แล้วปั่นโค้ง แต่บอลโค้งหลุดกรอบออกไป รัสเซียบุกหนักหวังประตูตีเสมอ นาทีที่ 40 รัสเซียได้ลูกเตะมุม ซูบากระโดดโขกไปติดมือปิเก้ กองหลังสเปน ผู้ตัดสินให้เป็นจุดโทษ ซูบารับหน้าที่สังหารไม่พลาด รัสเซียตีเสมอ 1-1 เวลาที่เหลือเปิดเกมรุกใส่กันสนุก แต่ไม่มีสกอร์เพิ่ม จบครึ่งแรก เสมอ 1-1

Advertisement

ครึ่งหลัง นาทีที่ 11 โกเก้เปิดฟรีคิกให้คอสต้าพุ่งโหม่งลุ้นประตู แต่บอลข้ามคานออกไป สเปนเดินหน้าบุกเต็มสูบ แต่จังหวะลุ้นประตูยังขาดๆ เกินๆ นาทีที่ 48 อิสโก้ได้บอลในเขตโทษ แต่ไม่เหลือมุมให้ยิงเพราะอคินเฟเยฟดักไว้หมด นาทีที่ 61 เดนิส เชริเชฟ ดาวซัลโวของรัสเซีย ถูกส่งลงมาแทนซาเมดอฟ นาทีที่ 65 โกโลวินกระชากบอลเข้าเขตโทษ ก่อนโดนกระแทกล้มลง แต่ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นจุดโทษ หลังจากนั้นเฟร์นานโดเอียร์โร่ กุนซือสเปน ส่งอันเดรส อิเนียสต้า ลงมาเล่นแทนดาบิด ซิลบา เกมของทั้งคู่ยังจืด นาทีที่ 80 สเปนถอดคอสต้าออก ส่งยาโก้ อัสปาสมาเล่นแทน

นาทีที่ 85 อิเนียสต้าได้ซัดไกลจากแถวสองลูกจะเบียดเสาเข้า อคินเฟยเฟพุ่งปัดออกไป มาเข้าทางอัสปาสซ้ำหน้าประตู แต่ลูกไม่เข้ากรอบ ช่วงท้ายสเปนได้เตะมุม 3 ครั้งซ้อน แต่ไม่มีประตู สโมลอฟได้ลุ้นยิงในเขตโทษ ลูกไซซ์ก้อยมากเกินไปไม่เข้ากรอบ หมดเวลา 90 นาที เสมอ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษ 30 นาที

เข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ สเปนยังขึงเกมรุกเหมือนเดิม แต่ไม่สามารถลำเลียงบอลเข้าเขตโทษรัสเซียได้ นาทีที่ 100 อเซนซิโอยิงไกลจากนอกกรอบ อคินเฟเยฟรับไว้ได้ สเปนบุกฝ่ายเดียวจนหมด 120 นาที ต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ ปรากฏว่ารัสเซียชนะไป 4-3 รัสเซียผ่านเข้ารอบ 8 ทีม พบกับผู้ชนะระหว่างเดนมาร์ก กับ โครเอเชีย