ยืนยันด้วยสถิติ เวิลด์คัพฉบับรัสเซีย “ดราม่า” ที่สุด

ด้วยจำนวน 157 ประตู จาก 60 นัดตั้งแต่รอบแรกจนจบรอบก่อนรองชนะเลิศ ทำให้ ฟุตบอลโลก 2018 ยังอยู่บนเส้นทางที่จะทำลายสถิติเวิลด์คัพที่ยิงประตูกันมากที่สุด 171 ประตูซึ่งเคยเกิดขึ้นในปี 1998 และ 2014
แต่ถึงบทสรุปสุดท้ายจะยังไม่ปรากฏ

สถิติอีกอย่างหนึ่งก็ยืนยันชัดเจนแล้วว่า ฟุตบอลโลกฉบับรัสเซียนี้เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ “ตื่นเต้น” และ “ดราม่า” ที่สุดในประวัติศาสตร์!

นิวยอร์ก ไทม์ส สื่อดังของสหรัฐอเมริกา เผยผลการเก็บข้อมูลจากการลงสนามของทั้ง 32 ทีมตลอด 60 นัดก่อนถึงรอบรองชนะเลิศว่า มีการทำประตูในนาทีที่ 90 และช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลังรวมกันทั้งสิ้นถึง 23 ประตู คิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ของประตูที่ทำได้ทั้งหมดในรายการนี้

จำนวนดังกล่าวมากกว่าเมื่อคราวบอลโลกหนที่แล้วที่ยิงกันได้ในช่วงเวลาเดียวกัน 8 ประตู และเป็นสถิติสูงสุดก่อนหน้านี้ ถึงเกือบเท่าตัวทั้งที่ยังไม่จบทัวร์นาเมนต์

ในจำนวน 23 ประตูดังกล่าว มีถึง 14 ประตูที่พลิกผลการแข่งขัน กล่าวคือเป็นประตูตีเสมอไม่ก็ประตูชัย ขณะที่อีก 9 ประตูเป็นประตูที่ช่วยให้ทีมซึ่งนำอยู่แล้วนำห่างออกไป

นอกจากนี้ ในจำนวน 23 ประตูดังกล่าว ยังเกิดจากการยิงลูกโทษที่จุดโทษมากถึง 10 ครั้ง ประการหนึ่งเพราะมีการนำระบบวิดีโอช่วยตัดสิน หรือ วีเออาร์ มาใช้ประกอบการพิจารณาของเหล่าเชิ้ตดำ

การทำประตูได้มากมายดังกล่าวประการหนึ่งเป็นผลจากการที่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บท้ายเกมเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม โดยนิวยอร์ก ไทม์ส วิเคราะห์ว่า ฟุตบอลโลกหนนี้มีการทดเวลาบาดเจ็บเฉลี่ยแล้วนัดละ 5 นาที เพิ่มขึ้นจาก 4.1 นาทีเมื่อเวิลด์คัพที่บราซิล

อย่างไรก็ตาม การที่เวลาเพิ่มขึ้นอาจทำให้โอกาสยิงประตูเพิ่มมากขึ้นก็จริง แต่ก็ไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดจึงยิงประตูช่วงเวลาเป็นตายได้มากมายขนาดนั้น โดยไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า หากวัดระยะเวลาและการทำประตูทั้งหมดในทัวร์นาเมนต์นี้ ช่วงนาทีที่ 90 ขึ้นไปถือเป็น 5 นาทีที่มีประตูเกิดขึ้นสูงที่สุดเลยทีเดียว

ช่วง 5 นาทีที่ยิงกันชุกที่สุดรองลงมาคือนาทีที่ 50-55 ซึ่งยิงกันไป 13 ประตู ยังห่างไกลจากจำนวน 23 ประตูในช่วงท้ายเกม จึงรับประกันได้ว่ายังน่าจะมีความ “ดราม่า” รออยู่ในนัดที่เหลือ

นอกจากนี้ยังมีสถิติน่าสนใจอีกอย่างที่น่าจะนำมาประกอบการพิจารณา เกี่ยวเนื่องกับเรื่อง “ลูกโทษ” ที่กล่าวไปข้างต้น โดยถ้านับสถิติทั้งหมดจาก 60 นัดที่เตะกันมา ถือว่าฟุตบอลโลกหนนี้เป็นบอลโลกแห่งการทำประตูจากลูกตั้งเตะหรือประตูที่ไม่ได้เกิดจากโอเพ่นเพลย์อย่างแท้จริง

ดังปรากฏว่าจากทั้งหมด 157 ประตูที่ยิงกันก่อนถึงรอบตัดเชือก มีถึง 68 ประตูที่มาจากลูกโทษและลูกเซตพีซ และไม่น่าแปลกใจว่าทำไม “สิงโตคำราม” อังกฤษ จึงประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมายในทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะจากสถิติแล้ว พวกเขาเป็น “ราชาลูกเซตพีซ” ของเวิลด์คัพฉบับรัสเซียนั่นเอง

ที่ผ่านมา สิงโตหนุ่มทำประตูจากจังหวะเล่นลูกเซตพีซและลูกเตะมุม 5 ประตู มากที่สุดในทุกทีม นอกจากนี้ยังทำประตูจากลูกโทษได้ 3 ประตู จากการสังหารที่เฉียบคมของกองหน้ากัปตันทีม แฮร์รี่ เคน
โดยประตูจาก “ลูกตาย” ของอังกฤษรวม 8 ประตูนั้น นอกจากจะสูงที่สุดในทัวร์นาเมนต์แล้ว ยังมากกว่าทีมอื่นๆ ที่ใกล้เคียงที่สุดถึง 3 ประตู และยังเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ทีมชาติ โปรตุเกส ยิงได้ในตัวเลขเดียวกันเมื่อครั้งฟุตบอลโลกปี 1966 อีกด้วย

บางทีสถิตินี้อาจช่วยให้บรรดาแฟนบอลเมืองผู้ดีชื่นใจได้มากขึ้น เพราะถ้าย้อนกลับไปในทัวร์นาเมนต์ก่อนๆ 3 ทีมล่าสุดที่ทำประตูจากลูกเตะมุมได้ 4 ประตูขึ้นไป คือ เยอรมนี ปี 2014, อิตาลี ปี 2006 และ ฝรั่งเศส ปี 1998 ซึ่งทั้ง 3 ทีมล้วนก้าวไปคว้าแชมป์ในปีนั้นๆ ได้ด้วยกันทั้งสิ้น

ดูเหมือนอะไรๆ จะเป็นใจให้ “Football’s Coming Home” เสียแล้วจริงๆ!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon