เกียรติยศของชาติต้องมาก่อน เคล็ดลับของจอมพลัง ‘เกาหลีเหนือ’

 

ทัพจอมพลังเกาหลีเหนือประกาศศักดาคว้ามาแล้ว 6 เหรียญทอง จากการแข่งขันที่ผ่านมา 10 รายการ สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากการที่ยกน้ำหนักจีนถูกแบนห้ามแข่งขันรายการระดับนานาชาติ ทำให้เบอร์สองของยกน้ำหนักเอเชีย กลายมาเป็นมหาอำนาจในเอเชี่ยนเกมส์หนนี้

6 เหรียญทองยกน้ำหนักเกาหลีเหนือ ได้มาจาก รุ่น 56 กก.ชาย ออม ยุน โชล, รุ่น 69 กก.ชาย โอ คัง โชล, รุ่น 77 กก.ชาย โช จอน วี, รุ่น 48 กก.หญิง รี ซอง กึม และรุ่น 63 กก.หญิง คิม ฮโย ซิม, รุ่น 69 กก.หญิง ริม อึน ซิม 

ถึงแม้จีนจะไม่มีมาแข่ง แต่ต้องยอมรับว่าเกาหลีเหนือเป็นชาติยักษ์ใหญ่ในเวทียกน้ำหนักโลกในยุคหลังอยู่ก่อนแล้ว ได้เหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์ 3 สมัยหลังสุด และยกน้ำหนักเป็นกีฬาที่ทำเหรียญรางวัลให้โสมแดงมากที่สุด รวมแล้ว 17 เหรียญ (5 ทอง 8 เงิน 4 ทองแดง) ขณะที่ในเอเชี่ยนเกมมส์ จอมพลังแห่งโชซอนได้ไปแล้วรวม 19 เหรียญทอง

รี โชล นาม โค้ชยกน้ำหนักเกาหลีเหนือ บอกว่า ความสำเร็จของจอมพลังโสมแดงมาจากการที่ซ้อมอย่างหนัก ทุ่มเททุกอย่างในการฝึกซ้อม และเมื่อลงแข่งขันต้องพึงระลึกเสมอว่า เราแบกเกียรติยศของชาติมาแข่งขัน ซึ่งนักกีฬาต้องไม่นึกถึงความรู้สึกส่วนตัวของตัวเอง พร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อประเทศชาติ

“ตอนซ้อมเราจะไม่คิดถึงอะไรเลยนอกจากเรื่องการซ้อม และเวลาแข่งขันจะคิดถึงแต่ชัยชนะเท่านั้น” โช จอน วี ฮีโร่รุ่น 77 กก.ชายกล่าว

โอ คัง โชล เจ้าของเหรียญทองรุ่น 69 กก.ชาย กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์สามารถรับใช้ชาติได้ทั้งชีวิต แต่สำหรับนักกีฬามีเวลากำหนดมาจากสภาพร่างกาย ดังนั้นจึงต้องสร้างความสำเร็จให้ได้ตั้งแต่ช่วงวัย 20 ปี 

ว่ากันว่าการที่ยกน้ำหนักเกาหลีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มาจากการที่พวกเขามีความใกล้ชิดกับจีน ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ในซีกโลกคอมมิวนิสต์ ทำให้ได้รับการถ่ายทอดเทคนิคต่างๆ มาใช้อย่างต่อเนื่อง

รี โชล นาม ตอบว่า เกาหลีเหนือไม่ได้ปิดตัวเองจากโลกกว้างไปทุกอย่าง แต่จะเลือกรับสิ่งที่ดีและเหมาะสมกับสังคมเกาหลีเหนือเท่านั้น 

“เกาหลีเหนือนำวิทยาการต่างๆ มาปรับให้เหมาะสังคมของพวกเราเอง มีการตั้งมาตรฐานเรื่องต่างๆ ไว้อย่างดี ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามามีส่วนด้วย” โค้ชยกเหล็กโสมแดงกล่าว

ชาวเกาหลีเหนือมีหลักจูเซ หรือการพึ่งพาตัวเองเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการดำเนินชีวิต และหยิบมาใช้กับการพัฒนากีฬาของประเทศ ซึ่งก็นำเอามาผสมผสานกับวิทยาศาสตร์การกีฬาที่โลกใช้ในการยกระดับกีฬารวมอยู่ด้วย

“เท้าของพวกเราติดดิน แต่ตาก็กวาดมองโลกไปด้วย เรามองโลกด้วยสายตาแบบที่เกาหลีเหนือมอง ซึ่งมันก็ช่วยพัฒนากีฬาของเราได้ดี” 

เกาหลีอาจจะปิดตัวเอง แต่ไม่ปิดใจ และเปิดตา ก่อนนำมาสร้างจุดเหมาะสมให้กับตัวเอง แบบที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีทางที่จะมีใครเหมือนได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หน้า 1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2561
บทความถัดไปคึกคัก! จัดเวที‘เตขว้าง’จี้รื้อบ้านพักป่าแหว่ง ระดมตร.ตรวจเข้มป้องกันเหตุป่วน