‘สุดาพร’ พ่ายหมัดโสมขาวหวิวได้แค่เงิน-ทัพกำปั้นไทยไร้ทอง ‘เอเชี่ยนเกมส์’ รอบ32ปี!

การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น รอบชิงชนะเลิศ กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่จาการ์ตา อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์โป กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 1 กันยายน มีนักชกไทยทะลุผ่านเข้ามาถึงรอบชิงเหรียญทองได้เพียงแค่รุ่นเดียวคือ รุ่นไลท์เวท 60 กก.หญิง “แต้ว” สุดาพร สีสอนดี นักชกสาววัย 26 ปี ดีกรีเหรียญทองแดงชิงแชมป์โลก 2014 ขึ้นสังเวียนในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่สองของตัวเอง

“แต้ว” สุดาพร ขึ้นสังเวียนดวลหมดกับ โอ ยอนจี กำปั้นสาววัย 28 ปีจากเกาหลีใต้ ดีกรีแชมป์เอเชีย 2 สมัย เมื่อปี 2015, 2017 โดยกำปั้นสาวไทยพยายามออกหมัด แต่เข้าเป้าไม่ชัดเจน ขณะนักชกโสมขาวออกหมัดเข้าเป้าชัดเจนกว่า ครบ 3 ยก กรรมการชูมือให้ โอ ยอนจี ชนะคะแนน 4-1 แต่ 2 เสียงในจำนวนนี้เสมอกัน 28-28 และให้นักชกสาวชนะคะแนนดิบทั้ง 2 เสียง ส่งผลให้ สุดาพร พ่ายคะแนนพลาดคว้าเหรียญทองไปแบบเฉียดฉิว

ทั้งนี้ สุดาพร ยังคว้าเหรียญเงินไปครองได้ และนับเป็นนักชกหญิงไทยคนที่ 2 ที่คว้าเหรียญเงินต่อจาก “เอ็ม” ทัศมาลี ทองจันทร์ ที่เคยคว้าเหรียญเงินในเอเชี่ยนเกมส์ ที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน เมื่อปี 2010 นอกจากนี้ ทัพกำปั้นไทยยังไม่สามารถคว้าเหรียญทองติดมือกลับบ้านได้เลยในรอบ 32 ปี นับตั้งแต่เอเชี่ยนเกมส์ ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 1986 ทำให้สรุปผลงานกำปั้นไทยในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้คว้าไปได้ 1เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง

หลังจากชก “แต้ว” สุดาพร กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นว่า วันนี้ก็ต่อยด้วยความกดดันบ้าง แต่ก็พยายามต่อยย่างสุดความสามารถที่จะทำได้แล้ว ซึ่งในการชกครั้งนี้ก็ค่อนข้างสูสี โดยเราก็อาจจะแพ้ตรงความเร็วของคู่แข่งเขา แต่เราก็ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

ส่วนรุ่นฟลายเวท 51 กก.หญิง เกิดความวุ่นวายขึ้นหลังจากที่ ปัง โชลมี นักชกสาววัย 24 ปีจากเกาหลีเหนือ รองแชมป์เอเชีย 2017 รัวหมัดใส่ หยวน ฉาง กำปั้นสาวดาวรุ่งวัย 21 ปีจากจีน แต่ครบ 3 ยก กรรมการชูมือให้ หยวน ฉาง เฉือนชนะคะแนน 3-2 ไปแบบค้านสายตา จนนักชกสาวเกาหลีเหนือไม่พอใจ และไม่ยอมลงจากเวที ส่วนสต๊าฟโค้ชกระโดดขึ้นไปประท้วงบนเวที จนฝ่ายจัดการแข่งขันต้องส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปควบคุมเหตุการณ์จนทีมเกาหลีเหนือยอมลงจากเวทีในที่สุด

สรุปผลงานของทัพนักมวยสากลทีมชาติไทยที่ส่งเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 10 รุ่นในเอเชี่ยนเกมส์ 2018 คว้าไปได้ 1 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง ดังนี้

รุ่นไลท์เวท 60 กก.หญิง “แต้ว” สุดาพร สีสอนดี คว้าเหรียญเงิน

รุ่นฟลายเวท 52 กก.ชาย “ดัง” ยุทธพงศ์ ทองดี คว้าเหรียญทองแดง

รุ่นไลท์เวท 60 กก.ชาย “กี้” รุตชการญ์ จันทร์ตรง คว้าเหรียญทองแดง

รุ่นไลท์เวลเตอร์เวท 64 กก.ชาย “เอ็ม” วุฒิชัย มาสุข คว้าเหรียญทองแดง

รุ่นเวลเตอร์เวท 69 กก.ชาย “ลม” สายลม อาดี คว้าเหรียญทองแดง

รุ่นเฟเธอร์เวท 57 กก.หญิง “เมษา” นิลาวัลย์ เตชะสืบ คว้าเหรียญทองแดง

รุ่นไลท์ฟลายเวท 49 กก.ชาย วุฒิชัย ยุระชัย ตกรอบ 16 คนสุดท้าย

รุ่นแบนตั้มเวท 56 กก.ชาย “สด” ฉัตร์ชัย บุตรดี ตกรอบ 8 คนสุดท้าย

รุ่นมิดเดิลเวท 75 กก.ชาย “ใหญ่” อภิสิทธิ์ ขันโคกเครือ ตกรอบ 16 คนสุดท้าย

รุ่นฟลายเวท 51 กก.หญิง “หวาน” จุฑามาศ รักสัตย์ ตกรอบ 32 คนสุดท้าย

สรุปผลการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ปรากฏว่า จากการชิงชัยทั้งหมด 10 รุ่น ทัพนักชกอุซเบกิสถาน กวาดไปได้มากที่สุดถึง 5 เหรียญทอง รองลงเป็น จีน คว้าได้ 2 เหรียญทอง ส่วน มองโกเลีย, อินเดีย และเกาหลีใต้ คว้าไปชาติละ 1 เหรียญทอง

สุดาพร สีสอนดี
สุดาพร สีสอนดี
ยุทธพงศ์ ทองดี
ยุทธพงศ์ ทองดี
รุตชการญ์ จันทร์ตรง
รุตชการญ์ จันทร์ตรง
วุฒิชัย มาสุข
วุฒิชัย มาสุข
สายลม อาดี
สายลม อาดี
นิลาวัลย์ เตชะสืบ
นิลาวัลย์ เตชะสืบ
บทความก่อนหน้านี้ประมวลภาพวอลเลย์บอลสาวดวลจีนสุดใจก่อนคว้าเหรียญเงิน
บทความถัดไปรวบ 2 น้าหลานสุดแสบ!! ขายขนมบังหน้าแต่แอบขนยาบ้า 4 หมื่นเม็ด มูลค่ากว่า 6 ล.