‘สมชาย’ จวกกรรมการมวยตัดสินค้านสายตา เล็งถ่ายเลือดกำปั้นใหม่วางแผนลุย ‘โอลิมปิก’

หลังจากทัพนักมวยสากลทีมชาติไทยทำผลงานในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยการคว้า 1 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง ซึ่งถือเป็นผลงานที่ไม่สามารถคว้าเหรียญทองได้เลยในรอบ 32 ปี นับตั้งแต่เอเชี่ยนเกมส์ ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 1986

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายเทคนิค สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในภาพรวมของนักชกไทยในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ก็พอใจในระดับหนึ่ง แต่ว่าไม่เป็นไรตามเป้าหมาย เพราะจริงๆ เราหวังอย่างน้อย 2 เหรียญทอง ซึ่งในรอบรองชนะเลิศก็คิดว่าการตัดสินของกรรมการค่อนข้างไม่เป็นไปตามที่น่าจะเป็นในหลายๆ คู่ ซึ่งคนทำมวยด้วยกัน และคนดูในสนามค่อนข้างค้านสายตา

“แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะกีฬาเราก็ต้องยอมรับคำตัดสิน ถือว่าเป็นบทเรียนที่เราจะนำไปแก้ไขน้องๆ นักชกเราให้ดีขึ้นให้โอกาสต่อไปครับ ซึ่งผมคิดว่านักชกชุดนี้บางคนอายุค่อนข้างเยอะแล้ว แต่เราก็มีน้องใหม่ที่จะมาทดแทน อย่างนักชกเยาวชนก็ประสบความสำเร็จในศึกเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ฮังการี 2 ทอง 1เงิน และ 4 ทองแดง ก็ถือว่าอยู่ในแถวหน้า น้องๆ เหล่านี้จะขึ้นมาทดแทนในทีมชาติต่อไปในอนาคต” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวอีกว่า สำหรับแผนการเตรียมทีมนักชกไทยไปสู่โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก็ได้เริ่มคุยกันแล้ว แต่สำคัญที่สุดจะต้องหานักมวยเข้ามาเสริม และแผนงานจะต้องเน้นไปแข่ง และซ้อมในต่างประเทศให้เยอะ ซึ่งสมาคมกำลังดำเนินแผนอยู่ ปีหน้าก็มองไปก่อนว่าจะไปรายการไหนบ้าง ซึ่งจากครั้งนี้เราแสดงให้เห็นว่าเรี่ยวแรงของนักชกไม่มีแผ่ว แต่ต้องแก้ไขเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าบนเวที

“นักชกเราพลังกำลังเหนือกว่าชาติอย่าง อุซเบกิสถาน และคาซัคสถานด้วยบางคน แต่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์บนเวที และการตัดสินใจบนเวทีเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งการแก้ไขก็คือการส่งไปชกเยอะๆ มีทัวร์นาเมนต์เยอะ โดยสมาคมก็มีแผนไว้อยู่แล้วว่าจะไปตะวันออกกลาง หรือยุโรป ซึ่งก็ได้มีการคุยกับโค้ชทั้งทีมชาย และทีมหญิงกันไว้แล้ว” นายสมชายกล่าวปิดท้าย

บทความก่อนหน้านี้นักปวศ.แนะหยุดแซะกันปมแย่งโขน ชี้ไทย-เขมรรายละเอียดแตกต่าง แต่มีรากเหง้าร่วมกัน (คลิป)
บทความถัดไป‘เซเรน่า’ ชนะ ‘วีนัส’ ขาดลอย ฉลุยเข้ารอบ 16 คน ‘ยูเอส โอเพ่น’