ปรับรูปแบบคัดนักกีฬาทีมชาติ ให้อลป.-กกท.-สมาคม ร่วมมือเลือก ย้ำต้องโปร่งใส

 

“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ(บ้านอัมพวัน) เมื่อวันที่ 13 กันยายน 

โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประวิตรได้มอบของขวัญให้กับผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม – 2 กันยายน และทำผลงาน 11 เหรียญทอง 16 เหรียญเงิน 46 เหรียญทองแดง เป็นอันดับ 12 ของเอเชีย

ประธานโอลิมปิคไทย กล่าวว่า จากผลงานในเอเชี่ยนเกมส์ มีหลายกีฬาที่เห็นได้ชัดว่ายังมีสภาพร่างกายยังเป็นรองชาติอื่นๆ ดังนั้นจึงควรมีการพัฒนาวิทยาศาสตร์การกีฬาให้มากขึ้น เพื่อผลงานจะได้ดีขึ้นในอนาคต เอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ถึงจะไม่ได้เหรียญก็ไม่เป็นไร เชื่อว่าทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถแล้ว ซึ่งอยากจะให้มีการสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ครบวงจรในการพัฒนาด้านสภาพร่างกาย เพราะสภาพจิตใจตอนนี้ถือว่าพร้อมดีมากแล้ว

“ประเทศไทยมีคน 70 กว่าล้านคน เราต้องช่วยกันให้มากขึ้น เพราะทุกอย่างยังไม่เต็มที่ ขาดศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ถ้ามีขึ้นมาแล้ว ผมว่าเหรียญรางวัลของเราจะมากขึ้นแน่นอน นักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ รัฐบาลได้เตรียมเงินรางวัลกว่า 200 ล้านบาท เอาไว้แล้ว เพื่อตอบแทนความุท่มเทของทุกคน” บิ๊กป้อมกล่าว

“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการโอลิมปิคฯ เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือกันอย่างกว้างขวางในการคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคต หลังจากที่ผลงานในเอเชี่ยนเกมส์ไม่เข้าเป้าโดยจะมีการคัดเลือกร่วมกันระหว่างคณะกรรมการโอลิมปิคฯ การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) และสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เน้นที่ความเป็นธรรม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ โดยให้นำเอาสถิติมาเปรียบเทียบกันให้ครอบคลุม นักกีฬาหน้าใหม่ที่สถิติดี มีโอกาสคัดร่วมกับนักกีฬาทีมชาติที่เคยได้เหรียญรางวัลได้ 

ส่วนความคืบหน้าในการขออนุญาตจัดตั้งองค์กรกีฬาต่างประเทศไทยในประเทศไทย ได้แก่ สำนักงานสาขาสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย, สำนักงานสหพันธ์ซีเกมส์, สำนักงานสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย, สำนักงานสหพันธ์ตะกร้อโลก, สำนักงานสหพันธ์ยกน้ำหนักแห่งเอเชีย, สำนักงานสหพันธ์ฟลอร์บอลแห่งเอเชียและโอเชียเนีย ขณะนี้ได้มีการเดินหน้าเรื่องกฎหมาย แก้ไขพระราชบัญญัติต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดตั้งองค์กรกีฬานานาชาติได้ 

ด้านจำนวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ไทยที่จะเดินทางไปแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ระหว่างวันที่ 6-18 ตุลาคม รวมทั้งสิ้น 85 คน แบ่งเป็นนักกีฬา 55 คน จาก 19 ชนิดกีฬา และเจ้าหน้าที่อีก 30 คน

ทั้งนี้ การคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติไทย จากเดิม สมาคมกีฬาจะคัดตัวนักกีฬา และให้ กกท.ในฐานะคณะกรรมการเตรียมนักกีฬาทีมชาติไทย พิจารณาอีกครั้ง ส่วนโอลิมปิคไทย ในฐานะคณะกรรมการส่งแข่งขัน มีหน้าที่ในการส่งแข่งขันเท่านั้น

บทความก่อนหน้านี้รฟม.ไฟเขียวทำทางลัด ถ.วัฒนธรรม ทะลุออก ถ.พระราม 9 บรรเทาจราจรชั่วโมงวิกฤต
บทความถัดไปเคาะ‘พาซิโอ รามฯ-ไทวัสดุ’ที่จอดรถย่านมีนบุรี ก่อนใช้ชัตเทิตบัสรับคนเข้ากทม.ชั้นใน