‘บิ๊กอ๊อด’ แย้มหากจำเป็นเปลี่ยนแปลงก็ต้องเปลี่ยน – เตือน ‘ราเยวัช’ ต้องเล่นเกมบุกด้วย

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และมิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย ประชุมสรุปผลงานจากการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2018” และเตรียมแผนสู้ศึกเอเชี่ยนคัพ 2019

ทีมชาติไทย ภายใต้การนำของ ราเยวัช เพิ่งจอดป้ายแค่รอบรองชนะเลิศ ชิงแชมป์อาเซียน เสียท่ามาเลเซีย ด้วยกฎอเวย์โกล หลังจากเสมอ 2 นัด 2-2 โดย มาเลเซีย เข้าไปชิงชนะเลิศ กับ เวียดนาม วันที่ 11 และ 15 ธันวาคม ส่วนไทย เตรียมลุยต่อเอเชี่ยนคัพ ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่ร่วมกลุ่มเอ กับ ยูเออี, บาห์เรน และอินเดีย เริ่มนัดแรก 6 มกราคม

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า สำหรับราเยวัชนั้น ผลงานเอเชี่ยนคัพ จะเป็นเครื่องชี้วัด และพิจารณาว่าต่อสัญญญาหรือไม่ ความคาดหมายคือผ่านรอบแบ่งกลุ่ม เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย หรือมากกว่านั้น เป็นเรื่องน่ายินดี เพราะสัญญาของ ราเยวัช จะหมดลงในเดือนพฤษภาคมปีหน้า ตนได้บอกราเยวัชว่าแฟนบอลคนไทยอยากเห็นรูปแบบการเล่นที่บุกบ้าง ทว่าตนเองไม่ก้าวก่ายความคิดแต่อย่างใด ซึ่งราเยวัช บอกว่าศึกษาอดีตปี 2014 ที่ไทยชิงซูซูกิ คัพ กับมาเลเซีย นัด 2 ไทยโดนนำก่อน 0-3 จึงไม่อยากให้เกิดแบบนั้น เลยเน้นรัดกุม ก็บอกว่า คนไทยอยากให้มีรูปแบบการเล่นหลากหลาย มีทั้งรุก และรับ อย่างไรก็ตามในเอเชี่ยนคัพ ที่คู่แข่งเป็นอีกระดับก็คงต้องเล่นรัดกุม


ส่วนเรื่องกระแสแฟนบอลที่ค่อนข้างผิดหวังผลงานทีมชาติไทย นั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การที่ตนเข้ามาทำหน้าที่ จะพัฒนามิติใดมิติหนึ่งไม่ได้ ต้องหลายมิติ ช่วงที่ตนเข้ามาก็ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมากมาย ส่วนเรื่องในสนามพยายามเต็มที่ ในหน้าที่ที่รับผิดชอบ ไม่ก้าวก่ายการทำงานของโค้ช ทว่าก็ยอมรับว่า เมื่อผลออกมาก็ปัดไม่ได้ ว่าอยู่ในความรับผิดชอบของสมาคม

“เราพยายามทำดีที่สุดต้องเดินไปข้างหน้า ถ้ามันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ก็ต้องเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องหาหนทางที่ดีขึ้น ผมเข้ามาแค่3 ปี ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาวงการ ถ้าฟุตบอลไทยจะทัดเทียมชาติชั้นนำ อย่างน้อยต้อง 20 ปี ซึ่งไม่ใช่ช่วงเวลาของผมแล้ว แต่ผมอยากทิ้งวิธีการต่างๆ ในการพัฒนา ซึ่งคัดเลือกจากประเทศที่ประสบควาสสำเร็จ ซึ่งประเทศเหล่านั้นพัฒนากันมา 30-40 ปี ผมมาทำได้แค่ 3 ปี ทำมาแค่นี้ก็ถือว่าทำได้เยอะแล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกเสียกำลังใจหรือไม่ ประมุขลูกหนัง ตอบว่า ไม่เสียกำลังใจ สิ่งที่แฟนบอลติติง ท้วงติง เป็นเรื่องดีทั้งนั้น เพราะทุกคนรักในทีมชาติไทย อยากให้ทีมชาติไทยก้าวไปไกลกว่านี้ แต่ต้องใช้เวลาวางรากฐาน วันข้างหน้าคนที่เข้ามาจะได้เดินบนถนนลาดคอนกรีต ไม่ใช่ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ

บทความก่อนหน้านี้ระทึก! หนุ่มแฟนเก่าหัวร้อนขับกระบะไล่ชนรถแฟนใหม่ยับเยิน (ชมคลิป)
บทความถัดไป‘นาวิน’เมิน’สมศักดิ์’เปิดตัวผู้สมัครพลังประชารัฐพิจิตร