‘สิโรจน์’ หวังชนะใจ ‘ราเยวัช’ ติดโผ23แข้งลุยศึกเอเชี่ยนคัพ ‘พีระพัฒน์-ทริสตอง’ ปลื้มคัมแบ๊กติดธง

ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย “เอเชี่ยนคัพ 2019” ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ช่วงวันที่ 5 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2562 โดยหลังจาก “โค้ชมิโล” มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชชาวเซอร์เบีย ประกาศรายชื่อ 27 นักเตะที่จะเก็บตัวเตรียมความพร้อม ซึ่งมีชื่อ “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้าจากสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี กลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง เช่นเดียวกับ “บาส” พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา และทริสตอง โด 2 วิงแบ๊กจากสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

สิโรจน์ กล่าวว่า รู้สึกเซอร์ไพรส์เหมือนกันที่มีชื่อกลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง ซึ่งมีทั้งความตื่นเต้น และกดดันนิดหน่อย แต่ถือเป็นความท้าทายที่จะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ซึ่งเป้าหมายแรกคือ การมีชื่อติด 23 คนสุดท้าย ต้องเอาชนะใจราเยวัชให้ได้ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายอยู่ที่ตัวเองว่าจะทำผลงานได้ดีแค่ไหน เพราะเมื่อโอกาสมาถึงต้องคว้าให้ได้

ส่วนเรื่องกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนบอลนั้น สิโรจน์ กล่าวว่า เรื่องแบบนี้เป็นสิทธิของแฟนบอลที่จะพูดอะไรก็ได้ เพราะเราเป็นนักเตะทีมชาติไทย เป็นเหมือนคนของประชาชน ดังนั้น ต้องยอมรับเรื่องเหล่านี้ให้ได้ แล้วไปทำหน้าที่ในสนามให้ดีที่สุด เพื่อทำให้แฟนบอลมีความสุข แต่ถ้าหากทำไม่ได้ การโดนวิจารณ์ก็เป็นเรื่องปกติ

ขณะที่ พีระพัฒน์ กล่าวว่า ดีใจมากที่ได้กลับมาติดทีมชาติที่นักฟุตบอลทุกคนอยากจะเล่น การกลับมาครั้งนี้มีความกระหาย อยากมีส่วนกับทีมชาติไทย โดยศึกเอเชี่ยนคัพเป็นรายการใหญ่ อีกทั้งยังมีทีมแข็งแกร่งระดับท็อปเอเชีย และเป็นเวทีที่เราจะได้โชว์ศักยภาภ ซึ่งก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ได้ไปแข่ง หวังโอกาสลงสนาม และจะทำให้ดีที่สุด

ด้าน ทริสตอง โด กล่าวว่า เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานสำหรับตัวเองที่ไม่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติ การได้กลับมาก็ดีใจ มีความสุข และภูมิใจมาก สำหรับรายการเอเชี่ยนคัพเป็นรายการยิ่งใหญ่รองลงมาจากฟุตบอลโลกเลย และเราไม่มีโอกาสที่จะลงเตะได้บ่อยๆ และแน่นอนว่าพวกเราจะแสดงสิ่งที่ดีที่สุดออกมา

สำหรับนักเตะทีมชาติไทยที่มีรายชื่อทั้ง 27 คน จะเข้าเก็บตัวที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม ก่อนจะเกมอุ่นเครื่องกับ ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี วันที่ 26 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนตัดรายชื่อให้เหลือ 23 คนสุดท้าย

จากนั้นจะเดินทางไปยังยูเออี วันที่ 30 ธันวาคม และมีอุ่นเครื่องเกมสุดท้ายกับ โอมาน ก่อนจะเปิดสนามเกมแรกพบ อินเดีย วันที่ 6 มกราคม ที่อัล นาห์ยาน สเตเดียม กรุงอาบูดาบี, นัดสอง วันที่ 10 มกราคม พบ บาห์เรน ที่อัล มัคตูม สเตเดียม นครดูไบ และนัดสาม วันที่ 14 มกราคม พบ ยูเออี ที่ฮัซซา บิน ซายิด สเตเดียม เมืองอัล ไอน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon