สกู๊ป : ‘ไทยแลนด์ โอเพ่น’ คัมแบ๊คยิ่งใหญ่ยกระดับเทนนิส-บูมท่องเที่ยว

ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันเทนนิสระดับโลกที่กลับมาจัดขึ้นที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบหลายปี ในศึกเทนนิสหญิง ดับเบิลยูทีเอ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ ทัวร์นาเมนท์ “โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น 2019 พรีเซนเต็ด บาย อีเอ” ชิงเงินรางวัลรวม 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8 ล้านบาท ที่ทรู อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วงวันที่ 28 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปไทยเคยรับบทเป็นเจ้าภาพจัดเทนนิสอาชีพชาย เอทีพี “ไทยแลนด์ โอเพ่น” ในช่วงปี 2003-2013 และเทนนิสอาชีพหญิง ดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ “พัทยา โอเพ่น” ช่วงปี 1991-2015 ซึ่งถือเป็นรายการใหญ่ระดับโลก และมีนักหวดมือท็อปดาวดังมาร่วมชิงชัยมากมาย แต่นับเป็นเวลาหลายปีแล้วที่เทนนิสรายการใหญ่หายไปจากเมืองไทยก่อนคัมแบ๊กอีกครั้งในปีนี้

ศึกเทนนิส “ไทยแลนด์ โอเพ่น” กลับมาเปิดฉากดวลลูกสักหลาดกันเป็นปีแรกในปี 2019 ซึ่งทางดับเบิลยูทีเอมอบสิทธิให้ไทยจัดการแข่งขันแทนรายการ “ไต้หวัน โอเพ่น” ต่อเนื่องยาว 10 ปี และปีนี้แม้จะเริ่่มต้นปีแรก แต่ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด ทั้งด้านนักหวดสาวมือท็อปโลกที่แห่เข้าร่วมชิงชัย ด้านมาตรฐานการจัดการแข่งขันยอดเยี่ยม และกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนเทนนิสชาวไทย

สาวมือท็อปโลกที่ร่วมหวดศึกไทยแลนด์ โอเพ่น 2019 นำโดย การ์บิเญ่ มูกูรูซ่า นักหวดสาวสวยชาวสเปน วัย 25 ปี อดีตมือ 1 โลก ดีกรีแชมป์แกรนด์สแลม วิมเบิลดัน 2017 และแชมป์เฟรนช์ โอเพ่น 2016 ปัจจุบันเป็นมือ 15 โลก ซึ่งพกความสวยสดใสมาร่วมสร้างสีสันในครั้งนี้ และเธอยังสร้างความประทับใจให้กับแฟนเทนนิสชาวไทยเป็นอย่างมากด้วยสีหน้ารอยยิ้มที่เป็นกันเอง

รวมทั้ง แคโรไลน์ การ์เซีย มือ 19 โลกจากฝรั่งเศส, เซี๊ยะ ซู-เหว่ย มือ 31 โลกชาวไต้หวัน, เจิ้ง ไซไซ มือ 42 โลกชาวจีน, ชาง ฉ่วย มือ 40 โลกจากจีน, อัจล่า ทอมยาโนวิช มือ 41 โลกจากออสเตรเลีย, ปอลีน ปาร์ม็องติเย่ร์ มือ 55 โลกจากฝรั่งเศส และ ดายาน่า ยาสเทรมสก้า มือ 34 โลกจากยูเครน ส่วนนักเทนนิสสาวไทยที่ร่วมชิงชัยคือ “ลัก” ลักษิกา คำขำ นักหวดสาวเบอร์หนึ่งไทย และมือ 79 โลก

ขณะที่มาตรฐานการจัดการแข่งขันได้เตรียมความพร้อมกันเต็มที่ทุกด้าน โดยเฉพาะสนามภายใน ทรู อารีน่า หัวหิน ที่ผ่านการรองรับนักเทนนิสสาวดังระดับโลกที่เคยมาแข่งขันแล้วมากมาย ซึ่งครั้งนี้ได้ต่อเติมอัฒจันทร์ผู้ชมเพิ่มความจุเป็น 2,500 ที่นั่ง และได้เนรมิตรเป็นหลังคาทรงไทย พร้อมเปลี่ยนมาใช้ชื่อ “เอสซีบี เซ็นเตอร์ คอร์ต” ซึ่งต่างได้รับคำชมจากนักหวดสาวดังจำนวนมาก

การ์บิเญ่ มูกูรูซ่า ระบุว่า รายการนี้จัดได้ดี และสถานที่ถือว่าดีมากเลยทีเดียว โดยภายในทรู อารีน่า หัวหิน มีความใหม่ ทันสมัย มีมาตรฐาน และสามารถยกระดับ เพื่อจัดการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่กว่านี้ได้แน่นอน อีกทั้งก็ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น จึงคิดว่าพร้อมที่่จะกลับมาร่วมแข่งขันในปีหน้าอีกครั้งแน่นอน

ภายหลังจากได้ต่อเติมอัฒจันทร์ผู้ชมเพิ่มความจุเป็น 2,500 ที่นั่งแล้ว แทบไม่น่าเชื่อว่า จะมีแฟนเทนนิสชาวไทย และชาวต่างชาติ ต่างให้ความสนใจเข้าร่วมชมการแข่งขันแบบติดขอบสนามกันหนาแน่น โดยเฉพาะในรอบชิงชนะเลิศที่มีผู้ชมจำนวนมากเข้ามาเชียร์กันจนแน่นความจุ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกับการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้งของเทนนิสรายการใหญ่ของไทย

ด้านแชมป์ประเภทหญิงเดี่ยวตกเป็นของ ดายาน่า ยาสเทรมสก้า ดาวรุ่งวัย 18 ปี จากยูเครน ที่สร้างความเซอร์ไพรส์คว้าแชมป์แบบพลิกความคาดหมาย ขณะที่แชมป์ประเภทหญิง อิริน่า-คาเมเลีย เบกู และ โมนิก้า นิคูเลสคู คู่สาวโรมาเนีย

แต่สำหรับ ดายาน่า ยาสเทรมสก้า คงต้องตับตามองกันว่าจะก้าวขึ้นสู่มือ 1 โลก ตามรอยของ นาโอมิ โอซากะ หวดสาวลูกครึ่งญี่ปุ่น-เฮติ ที่เคยมาคว้าสนามทรู อารีน่า หัวหิน แห่งนี้ในรายการระดับ 125 เค ซีรีส์ เมื่อปี 2015 ก่อนขยับขึ้นเป็นมือ 1 โลกในปี 2019 นี้อีกด้วย

ถ้วยแชมป์รายการนี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้ออกแบบเป็นถ้วยรางวัล “ปลาวาฬบรูด้า” สัญลักษณ์แห่งเมืองหัวหินกระโจนขึ้นจากน้ำเล่นลูกเทนนิสสีทอง ซึ่งทําจากสัมฤทธิ์ที่มีความแข็งแรง และยืดหยุ่นได้ดี เคลือบด้วยสีพิงค์โกลด์ เปรียบกับการแข่งขันเทนนิสหญิง ที่มีทั้งความอ่อนหวานจากความเป็นผู้หญิงดั่งสีชมพู โดยตัวถ้วยน้ำหนักถึง 13 กิโลกรัม ความสูงถึง 75 เซนติเมตร น้ำหนักของถ้วยนี้จะเป็นตัวแสดงถึงความแข็งแกร่งของผู้ที่จะได้ถ้วยนี้ไปครอง

ขณะที่ลูกเทนนิสสีทองด้านเปรียบเสมือนความสําเร็จ และชัยชนะ ซึ่งนับว่าเป็นถ้วยรางวัลที่ควรคู่กับการแข่งขันอันยิ่งใหญ่สำหรับแชมป์รายการนี้ โดยจะมอบจานเบญจรงค์ให้กับแชมป์ไปครอง ส่วนถ้วยรางวัลจะมีการสลักชื่อแชมป์ไว้ พร้อมกับเก็บรักษาไว้อยู่ที่เมืองไทย ซึ่งจะเป็นลักษณะเดียวกันการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการ ทั้ง ออสเตรเลี่ยน โอเพ่น, วิมเบิลดัน, เฟร้นช์ โอเพ่น และยูเอส โอเพ่น

นอกจากการแข่งขันแล้ว นักหวดสาวมือมือท็อปยังมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒธรรมไทย ซึ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวไทยไปสู่สายตาชาวโลก และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งกิจกรรมตักบาตรริมชายหาดหัวหิน, ทำอาหารไทยกับเชฟกะทะเหล็ก, พับดอกบัว และร่วมก่อปราสาททรายบริเวณริมชายหาดหัวหิน

อีกทั้งยังร่วมกิจกรรมปลูกป่าฟื้นฟูป่าชายเลน ที่เขาสามร้อยยอด และเปิดคลินิกเทนนิสสอนทักษะให้เยาวชนไทย ทำให้นอกเหนือจากการมาเข้าร่วมการชิงชัยแล้ว ยังได้ทำกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว และยังช่วยส่งเสริมในการพัฒนาวงการเทนนิสไทยตั้งแต่ระดับพื้นฐานกับเยาวชนไทยที่จะได้แรงบันดาลใจจากนักหวดสาวมือท็อปโลกเหล่านี้ด้วย

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาจัดการแข่งขันฯ เปิดเผยว่า ถือเป็นการกลับมาจัดปีแรกที่ประสบความสำเร็จเกินคาด ทำให้ไทยแลนด์ โอเพ่น “คัมแบ๊ก” อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งทางดับเบิลทียู และนักหวดสาวทุกคน ต่างชื่นชมกับมาตรฐานการจัดการแข่งขันที่ดีมาก อีกทั้งยังส่งผลดีต่อประเทศทั้งในด้านกีฬา และด้านท่องเที่ยวด้วย ส่วนปีหน้ายืนยันว่าจะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าปีแรกนี้อีกแน่นอน

“พอเราจัดปีแรกได้ดีก็จะช่วยให้นักเทนนิสหญิงระดับโลกสนใจมาเข้าร่วมชิงขัย และปีหน้าเกมการแข่งขันจะยิ่งใหญ่กว่านี้ และจะมีนักหวดสาวมือท็อปโลกมาแข่งขันที่เมืองไทยมากกว่านี้แน่นอน ซึ่งเราตั้งใจที่จะจัดกีฬาดีๆ เช่นนี้ เพื่อให้คนไทยได้มีความสุข และตั้งใจที่จะสร้างนักเทนนิสไทย สร้างเยาวชนตั้งแต่ระดับรากหญ้าขึ้นมาในอนาคต”

ผ่านพ้นปีแรกไปอย่างยิ่งใหญ่เกินคาดสำหรับศึกเทนนิส “โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น 2019 พรีเซนเต็ด บาย อีเอ” ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญในการกระตุ้นวงการกีฬาเทนนิสไทย รวมทั้งกระตุ้นทางด้านการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ยกระดับพัฒนาขึ้นไปพร้อมๆ กัน และเชื่อว่าในการแข่งขันปีต่อๆ ไปจะเพิ่มความยิ่งใหญ่ไปอีกหลายเท่าตัว

และจะเป็นรายการสำคัญที่ช่วยในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคตอย่างแน่นอน…

บทความก่อนหน้านี้คาดสหรัฐเริ่มถอนทหารพ้นซีเรียในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้
บทความถัดไปหน้า 1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562