‘บิ๊กอ๊อด’ดี๊ด๊าดัน ‘ช้างศึก’ ไปบอลโลก 2022 ระดมมันสมองทุกองคาพยพทำ ‘โรดแมป’

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานประชุมสภากรรมการบริหารสมาคมฯ ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม

หลังประชุม พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการแจ้งเปลี่ยนวันประชุมใหญ่สามัญประจำปี จากเดิม 19 เมษายน เป็น 29 เมษายน รวมถึงได้มีการอนุมัติให้ใช้พื้นที่ของศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก เป็นศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ที่จะใช้งบของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) นอกจากนี้วันที่ 31 มีนาคม- 3 เมษายน สมาคมฯ พร้อมด้วย กกท. (การกีฬาแห่งประเทศไทย) จะเดินทางไปดูงานที่ศูนย์ฝึกฟุตบอล เจ วิลเลจ ที่เมืองฟุคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาเป็นตัวอย่าง และหลังจากนี้จะมีการขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป

ประมุขลูกหนังไทย กล่าวต่อว่า จากการประชุมของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ที่เมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา เมื่อหลายวันก่อน เกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนทีมในฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ เป็น 48 ทีมนั้น ถือว่าเป็นผลดีสำหรับไทย เพราะเอเชียจะได้โควต้าเพิ่มอีก 2 ทีม รวมกับเจ้าภาพเป็น 8 ทีมด้วยกัน ทำให้มีโอกาสมากขึ้น

“สมาคมฯ ตื่นตัวกับเรื่องนี้ทันที จะต้องเตรียมทำโรดแมปเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของฟีฟ่า ทำการปรับปรุงระบบใหม่ มีการตั้งคณะกรรมการพัฒนาทีมชาติไทย นำเอาผู้มีความรู้ความสามารถ ทั้งทางการแพทย์, วิทยาศาสตร์การกีฬา, โภชนาการ รวมถึงฝ่ายเทคนิค และนำบุคลาการไม่ว่าจะเป็นอดีตนักเตะทีมชาติ, อดีตโค้ชทีมชาติ, อดีตผู้จัดการทีม รวมถึงผู้สื่อข่าว เข้ามาหารือว่าจะต้องทำอย่างไรในการเตรียมความพร้อม เพื่อให้ทีมชาติไทยมีโอกาสผ่านคัดเลือกเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งนี้ให้ได้” บิ๊กอ๊อดกล่าว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” จากทุกปีที่ผ่านมามักจะจัดกันที่ราชมังคลากีฬาสถาน แต่ทว่าปีนี้ ทางสนามจะต้องทำการปรับปรุงเพื่อเตรียมรับรองการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ในต้นปีหน้า จึงได้มองหาสนามที่มีความพร้อมในเขตปริมณฑล รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งที่สนใจมี ราชบุรี, สุพรรณบุรี, สนามม.ธรรมศาสตร์ รังสิต และบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะได้มีทีมชาติไปเตะยังต่างจังหวัด ให้แฟนบอลได้ชมทีาติไทย เจอกับทีมชั้นนำแบบใกล้ชิดบ้าง

บิ๊กอ๊อด กล่าวปิดท้ายว่า เรื่องเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ที่จะมีขึ้นในปี พ.ศ.2563 นั้น จากเดิมตอนที่ตนเข้ามาเป็นนายกสมาคมฯ เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมาในแบบที่ยังไม่มีการรับรองงบดุลจากหนก่อน ดังนั้นครั้งนี้จึงตั้งใจว่าจะเคลียร์งานทุกอย่างให้หมดก่อน ทั้งการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่จะมีประจำทุกเดือนเมษายน เพื่อรับรองงบดุลประจำปี เพื่อที่ผู้เข้ามารับงานต่อจะได้สามารถทำงานต่อไปได้ แล้วจึงจะมีการประชุมเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon