บาสเกตบอลสาวไทยคว้าอันดับ 3 ที่เมืองจีน – ‘เฮียต่าย’ ไม่ปลื้มนัดถกปรับแผนล่าแชมป์ซีเกมส์

ตามที่สมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยได้ส่งทัพนักกีฬาบาสเกตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดใหญ่เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันรายการ “อินเตอร์เนชั่นแนล บาสเกตบอล อินวิเตชั่น ทัวร์นาเมนต์ ครั้งที่ 5 ประจำปี 2019” ที่เมืองเซี๊ยะเหมิน ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคม

ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย ทัพชูตสาวไทยได้ทำการแข่งขันเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถคว้าอันดับที่ 3 ของรายการมาครองหลังเอาชนะ ทีม ชิน ซิน ยูนิเวอร์ซิตี้ ตัวแทนจากไต้หวันได้ในเกมชิงอันดับที่ 3

ทั้งนี้ชู้ตสาวไทยออกสตาร์ตรอบแบ่งกลุ่มด้วยการอยู่ในกลุ่ม เอ ร่วมกับ เด ลา ซัลเล ยูนิเวอร์ซิตี้ จากประเทศฟิลิปปินส์, เซียะเหมิน ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เทคโนโลยี ของประเทศจีนเจ้าภาพ และ โอซากา ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เฮลต์ แอนด์ สปอร์ต ไซแอนส์ จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสาวไทยไม่ทำให้ต้องผิดหวัง ทำผลงานแข่ง 3 ชนะ 2 แพ้ 1 โดยเกมแรกพ่ายให้แก่ โอซากา ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เฮลต์ แอนด์ สปอร์ต ไซแอนส์ 43-74 จากนั้นในเกมสองคว้าชัยเหนือ เด ลา ซัลเล ยูนิเวอร์ซิตี 83-49 ก่อนที่เกมสุดท้ายจะชนะ เซียะเหมิน ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เทคโนโลยี 65-40 คว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเข้าไปพบ ทีมชาติมาเลเซียที่คว้าแชมป์ของกลุ่ม บี มาได้ด้วยผลงานชนะรวด 3 เกม

เกมในรอบตัดเชือกสาวไทยสู้เต็มที่แต่สุดท้ายโดนทีเด็ดเสือเหลืองมาเลเซีย ไทยพ่าย 39-52 ต้องหล่นไปแข่งขันในรอบชิงอันดับที่ 3 พบ ชิน ซิน ยูนิเวอร์ซิตี้ จากไต้หวัน ก่อนที่ชูตสาวไทยจะโชว์ความแกร่งกว่า เอาชนะ 62-53 ได้อันดับที่ 3 จากการแข่งขัน “อินเตอร์เนชันแนล บาสเกตบอล อินวิเตชัน ทัวร์นาเมนต์ ครั้งที่ 5 ประจำปี 2019” มาครอง ส่วนตำแหน่งแชมป์เป็นของ โอซากา ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เฮลต์ แอนด์ สปอร์ต ไซแอนส์ จากญี่ปุ่น ที่เอาชนะ ทีมชาติมาเลเซีย 63-57 ในรอบชิงชนะเลิศ

“เฮียต่าย” นายนิพนธ์ ชวลิตมณเฑียร นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลงานของทัพชูตสาวทีมชาติไทยในรายการนี้ว่า ต้องยอมรับว่าภาพรวมที่ออกมาตนไม่พอใจเท่าไหร่ โอเคที่ว่าไทยสามารถทำผลงานเข้ารอบรองชนะเลิศได้ แต่ในรายการนี้มีนัยยะที่น่าสนใจคือการที่ไทยแพ้ให้แก่ มาเลเซีย อันเป็นคู่แข่งสำคัญในมหกรรมซีเกมส์ที่จะมาถึงในช่วงปลายปีนี้ถึง 13 คะแนน ตกรอบตัดเชือก และมาเลฯ เข้าไปแพ้ โอซากาฯ ทีมแชมป์จกกญี่ปุ่นเพียง 6 คะแนนในรอบชิงชนะเลิศ แต่ไทยเองกลับแพ้ โอซากาฯ ในรอบแบ่งกลุ่มถึง 31 คะแนน นั่นทำให้ตนรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะนิ่งนอนใจอยู่เฉยได้แล้ว และตนได้เรียกประชุมคณะกรรมการรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติไทยชุดใหญ่แบบเร่งด่วนในวันพฤหัสบดีที่ 8 ส.ค.นี้ทันที

“ประเด็นนี้ถึงเป็นวาระสำคัญที่จะต้องรีบแก้ไขด่วน เพราะทีมบาสเกตบอลหญิงไทยทุกครั้งเวลาไปแข่งขันซีเกมส์นั้นจะต้องตั้งความหวังไว้ที่เหรียญทองเท่านั้น แต่ในครั้งนี้นอกจากเราต้องเดินทางไปแข่งขันยังประเทศฟิลิปปินส์ มหาอำนาจวงการยัดห่วงอาเซียนแล้ว เรายังมาพ่ายแพ้ให้แก่ มาเลเซีย คู่แข่งร่วมล่าแชมป์ในอาเซียนด้วยกันอีก นั่นทำให้เราคงนิ่งนอนใจเฉยๆ ไม่ได้

จากส่วนตัวผมมองถึงผลงานที่ไม่ค่อยน่าพอใจในรายการนี้แยกออกเป็น 2 ข้อใหญ่ๆ นั่นคือ 1. คือเรื่องของ โค้ช ที่ตอนนี้เรายังไม่มีเฮดโค้ชเบอร์ 1 ของทีมหญิงชุดใหญ่ หลังจากที่เราเพิ่งแยกทางกับโค้ชฟิลิปปินส์มา การส่งไปแข่งที่จีนครั้งนี้จึงเป็นบรรดาผู้ช่วยโค้ชทั้งหมด ในวันพฤหัสฯ นี้คงต้องมาประชุมจริงจังว่าจะหาบทสรุปแบบไหน จะใช้โค้ชคนไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งหากใช้คนไทยก็คงจะเป็นคนที่มีประสบการณ์สูงมากๆ และมีความเป็นกลางในวงการบาสฯ ไม่เล่นพรรคเล่นพวก สามารถใช้เด็กได้จากทุกสโมสรทุกสังกัด และถ้าหากอยากใช้โค้ชต่างประเทศก็คงต้องมาดูว่าในช่วงเวลาที่เหลือเพียง 4 เดือนนี้จะมีโค้ชต่างชาติมีฝีมือ มีดีกรีคนไหนที่เหมาะสมจะมาโค้ชนักบาสฯ หญิงไทยเรา

2. เรื่องของตัวผู้เล่นที่ต้องบอกว่าการเดินทางไปได้อันดับที่ 3 ที่ประเทศจีนครั้งนี้ ตัวนักกีฬาเราไม่ได้พร้อมเลย ผู้เล่นตำแหน่งปีกคนสำคัญ 2 คนของเราเพิ่งหายกลับมาจากการพักฟื้นการผ่าตัด ทั้ง “ดาว” สุภิรา กลั่นบุศย์ 2 เดือนกว่าๆ และ “หมิว” ธิดาพร ไม้หอม ที่พักนานถึง 5 เดือน แน่นอนว่าไม่มีทางเต็มร้อยเปอร์เซนต์ นอกจากนี้ทีมชุดนี้ไม่ได้ส่ง “โอ๋” เพ็ญพรรณ โยธานันท์ กัปตันตัวเก๋าที่ทำแต้มในไทยลีกฤดูกาลล่าสุดมากที่สุดไปด้วย

ผมอยากฝากพ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่อาจจะเริ่มเป็นกังวลกับผลงานบาสฯ หญิงไทยว่าผลที่ออกมาแบบนี้ในซีเกมส์จะไหวรึเปล่านั้น ผมขอยืนยันเลยว่าในซีเกมส์ที่จะมาถึงทีมหญิงไทยจะต้องแกร่งกว่านี้แน่นอน ทั้ง สุภิรา และ ธิดาพร จะกลับมาเพอร์เฟคเหมือนเดิม บวกกับการได้ เพ็ญพรรณ กลับมาช่วยทีมชาติ ซึ่งแม้มีข่าวว่าเขาจะไปเล่นให้กับทีม 3×3 แต่มองว่าเขาน่าจะเหมาะสมกับบาสฯ 5 คนมากกว่า ส่วน 3×3 ผมคิดว่าน่าจะใช้ชุดที่ได้เหรียญทองแดงที่เอเชียนเกมส์ล่าสุดมาเล่น นอกจากนี้เราจะเสริมด้วย “ทิฟฟานี บิอาส” เด็กลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่กำลังเล่นอยู่ในลีกดับเบิลยูเอ็นบีเอ

อีกทั้งเรายังเตรียมพร้อมหากทางเจ้าภาพฟิลิปปินส์เพิ่มโควตาลูกครึ่งลงสนามได้อีก 1 คน เราก็มีเด็กที่ถือพาสสปอร์ต 2 ใบซึ่งกำลังเล่นอยู่ที่สหรัฐฯ อีก 2 คนด้วยกัน อายุ 17 และ 20 เพราะฉะนั้นแฟนๆ ยัดห่วงไทยไม่ต้องกังวล หลังจากที่ผมให้เวลาไปกับการดูบาสฯ ชายเยอะ เพราะเรายังห่างกับคู่แข่งฟิลิปปินส์ ไม่เหมือนกับทีมหญิงที่มีโอกาสในซีเกมส์มากกว่า แต่ดูแล้วตอนนี้เห็นทีผมคงต้องลงมาดูทีมหญิงอย่างจริงจังด้วยตนเอง และจะเร่งดำเนินการหาบทสรุปประเด็นต่างๆ ภายในวันพฤหัสบดีนี้ และขอยืนยันคำเดิมว่าทีมบาสเกตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดใหญ่เรายังคงตั้งเป้าที่เหรียญทองในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 30 นี้เช่นเดิมแน่นอน” ประมุขยัดห่วงไทยเผย

บทความก่อนหน้านี้‘หม่อมเต่า’ เปิดงาน 101 อาชีพ บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
บทความถัดไปจัดเดิน-วิ่งการกุศล “พระปฐมวิทยาลัยมินิมาราธอน ๑๑๑ ปี คู่ธานีนครปฐม