ไทยโวย ‘ฉัตร์ชัยเดชา’ โดนปล้น! ตกรอบ 16 คนกำปั้นไอบ้าเวิลด์ที่รัสเซีย

หลังจาก “เจ้าสด” ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี นักชกความหวังคนสุดท้าย โดษพิษกรรมการตัดสินให้แพ้คะแนนไปแบบเฉียดฉิว 2-3 ตกรอบ 16 คนสุดท้าย “ไอบ้า เวิลด์บ๊อกซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019” ที่ประเทศรัสเซีย ทั้งที่เป็นฝ่ายออกหมัดเข้าเป้าทำคะแนนได้มากกว่าทุกยก

ล่าสุด ฉัตร์ชัยเดชา กล่าวว่า ต้องขอโทษแฟนมวยชาวไทยที่ไม่สามารถเอาเหรียญกลับไปฝากได้ตามที่ตั้งใจไว้ แต่ก็พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว ไม่เป็นไรแม้ครั้งนี้จะไม่ได้เหรียญ แต่ไม่ทำให้ตนท้อยังคงมุ่งมั่นที่จะนำความสำเร็จไปสู่ประเทศไทยให้ได้ ทั้งซีเกมส์ และการคัดเลกโอลิมปิกเกมส์ ที่ตนต้องฟันฝ่าคว้าโควต้าไปลุยโตเกียวเกมส์ให้ได้ เพราะน่าจะเป็นโอลิมปิกเกมส์ครั้งสุดท้าย หากได้โควตายังยืนยันครั้งนี้จะต้องคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งกลับมาสู่ประเทศไทยให้ได้

ฉัตร์ชัยเดชา กล่าวอีกว่า แม้จะตกรอบแต่ยอมรับว่าได้อะไรกลับไปเยอะมาก โดยเฉพาะการแข่งขันรายการนี้มีชาติที่มาร่วมพอๆ กับโอลิมปิกเกมส์แถมนักชกเยอะมากและเก่งกว่าเพราะไม่มีการคัดทุกชาติสามารถส่งได้เต็มที่ ทำให้ได้มีโอกาสสัมผัสกับนักชกที่เก่งๆ เยอะมากได้เห็นฟอร์มการชกทั้งของคู่แข่งที่เคยเห็นและไม่เคยเห็นยอมรับว่าคุ้มค่าจริงๆ

ด้าน “บิ๊กชาย” นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยฯ กล่าวว่า น่าเสียดายที่ “เจ้าสด” มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ยอมรับว่าทั้งเสียใจกับ “เจ้าสด” และเสียดายความสำเร็จ เพราะวันนั้น “เจ้าสด” ชกได้ดีมากเรียกว่าครบเครื่องถ้าผ่านนักชกคาซัคไปได้นั้นหมายถึงเห็นเหรียญรำไร เพราะสายนี้ไม่หนักจะไปหนักก็รอบ 4 คนสุดท้าย อย่างว่าสิ่งที่เคยบอกว่าน่าเป็นห่วงคือ การตัดสินจากกรรมการหน้าใหม่ที่ไม่ค่อยทันเกมและสุดท้ายก็มาลงที่เราจนได้ กรรมการหน้าใหม่เขาจะมองเรื่องของแร้งกิ้งเป็นหลักในกรณีที่ตัดสินใจไม่ได้ วันนั้นหากกรรมการจากโรมาเนียที่ให้เราแพ้เพียงคนเดียวมีประสบการณ์เราก็ไม่แพ้จะพลิกมาชนะทันที รวมถึงหากเรายืนประท้วงทันก็จะมีการมาดูเทปกันใหม่เพื่อหาข้อยุติ และเชื่อว่ายังไงเราก็ชนะขนาดที่กรรมการชูมือให้คาซัคชนะเราแฟนมวยในสนามยังโห่เลย

“แต่อย่างว่าเมื่อแพ้แล้วจะไปโทษอะไรก็คงไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องของการประท้วง ทางสมาคมกีฬามวย โดย “บิ๊กบางจาก” พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมฯ พยายามย้ำมาตลอดตั้งแต่ก่อนมา ในเรื่องการประท้วงหากคิดว่าเราได้รับความไม่ยุติธรรม แต่พอมาถึงหน้างาน โค้ช ดันเข้าใจผิดและเกิดความสับสนเพราะกฎกิติกาการประท้วงเพิ่งเริ่มกลับเอามาใหม่อีกครั้งหลังจากที่หยุดไปนาน หลายปี ก่อนหน้านี้การประท้วงไม่ต้องยื่นใบเหลืองแต่เมื่อลงจากเวทีสามารถยื่นประท้วงได้ไม่เกิน 30 นาที แต่ครั้งนี้เขาต้องให้ยื่นใบเหลืองทันทีตั้งแต่อยู่บนเวทีีเป็นอย่างแรก จากนั้นค่อยลงมาเขียนคำร้องด้านล่าง เลยทำให้โค้ชเกิดความสับสนและตั้งใจจะประท้วงหลังจากลงเวที แต่สุดท้ายก็ไม่ทันกาล อย่างไรก็ตามข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นตนซึ่งเป็นประธานเทคนิค ขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่เราจะต้องจดจำเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก โดยเฉพาะในเกมส์ใหญ่อย่างโอลิมปิกเกมส์” นายสมชายกล่าวตอนท้าย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คนร้ายก่อเหตุงัดแผงขายของกลางเมืองจันทบุรี วันเดียว 4 ร้านรวด ได้เงินสดเป็นเหรียญไป 1,000 บาท
บทความถัดไปสถิติสภา 1 สมัย ประชุมได้ 24 นัด ผ่านกม.ได้2ฉบับ ลุกหารือพุ่งเป็นพันเรื่อง