สกู๊ปพิเศษ : วิเคราะห์ 5 สาเหตุหลัก ‘แมนฯยู’ ดำดิ่งสู่ ‘หายนะ’

ชั่วโมงนี้คงไม่มีแฟนบอลทีมไหนอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนีไปมากกว่าสาวกอสูรแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้อุ้งมือกุนซือผู้ไร้ประสบการณ์อย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อีกแล้ว…

แมนฯ ยู ชุดนี้กลายเป็นทีมดาดๆ เล่นบอลได้น่าเบื่อ ไร้จิตวิญญาณ ไร้ซึ่งความกระหาย ลงเล่นแบบไม่เกรงใจแฟนบอล ไม่เห็นหัวของแฟนบอลผู้จงรักภักดีจากทั่วโลก

นับตั้งแต่หมดยุคตำนานอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนฯ ยู ก็ดำดิ่งสู่ “หายนะ” ชนิดกู่ไม่กลับ กุนซือคนแล้วคนเล่าที่เข้ามารับงานต่อจากเฟอร์กี้ไล่เรียงตั้งแต่ เดวิด มอยส์, ไรอัน กิ๊กส์, หลุยส์ ฟานกัล และจอมอหังการอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ ไม่สามารถทำผีแดงให้ยิ่งใหญ่เหมือนในยุคเฟอร์กี้

ยิ่งสถานการณ์ทีมในปัจจุบันภายใต้การคุมทีมของศิษย์รักของเฟอร์กี้อย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เป็นยุคที่เล่นบอลไม่มีทรงที่สุดแล้ว เป็นยุคที่แฟนปีศาจแดงเบื่อหน่ายที่สุดแล้ว

โซลชาร์ ออกสตาร์ทช่วงทำโปรก่อนได้สัญญาจริงด้วยผลงานสวยหรู ไม่แพ้ใคร 10 นัด แต่พอจรดปากกาเซ็นสัญญาถาวรกับสโมสรเท่านั้นแหละ “หายนะ” เริ่มมาเยือน โซลชาร์ นำทีมทำผลงานสุดย่้ำแย่แถมนักเตะก็เล่นกันแบบเหยาะแหยะ หมดคราบของทีมเบอร์ต้นๆ ของอังกฤษไปเรียบร้อยแล้ว

 

แมนฯ ยู ของ โซลชาร์ ใกล้จะทำลายสถิติในรอบ 30 ปีถ้าไม่ชนะเกมเยือนนัดหน้า จะทาบสถิติไม่ชนะใครในการลงเล่นเกมเยือนติดต่อกันทุกรายการ 11 นัดติดต่อกัน ในรอบ 30 ปีนับตั้งแต่ปี 1989…!!!

หากวิเคราะห์กันด้วยเหตุและผลว่า ทำไมแมนฯ ยู ชุดปัจจุบันมันถึงทำผลงานได้ “ห่วยแตก” จะเจอว่ามีสาเหตุหลายๆ ข้อรวมๆ กัน

1. ประการแรก นักเตะที่เป็นสมบัติของเฟอร์กี้ที่หลงเหลือมาในชุดปัจจุบันคือ ฟิล โจนส์ (ไม่ถูกใช้งาน), ดาบิด เด เคอา (พ้นจุดที่ดีที่สุด), แอชลี่ย์ ยัง (อยู่ในช่วงขาลง) ส่วนนักเตะที่กุนซือแต่ละคนตั้งแต่ มอยส์ กับมูรินโญ่ เลือกซื้อเข้ามาสู่ทีมในช่วงที่เป็นกุนซือนั้น ต้องบอกว่า คุณภาพไม่ถึง ไม่เหมาะกับทีมมหาชนอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด มีเพียง ปอล ป๊อกบา มิดฟิลด์ดีกรีแชมป์โลกคนเดียวที่คลาสฟุตบอลจัดอยู่ในขั้นเทพแต่ ป๊อกบา โดดเดี่ยวเกินไป เล่นกับเพื่อนๆ ไม่ได้เพราะเพื่อนๆ ในทีมเซนส์บอลไม่ถึง

2. ประการต่อมา สไตล์การเล่น แมนฯ ยู ในยุคเฟอร์กี้ยึดระบบ 4-4-2 เล่นบอลบุก เดินหน้าฆ่ามัน เน้นเอ็นเตอร์เทนแฟนบอล แต่กุนซือทุกคนที่ผ่านการคุมทีมต่อจากเฟอร์กี้นั้น “ใจไม่ถึง” ไม่ทำบอล “เกมรุก” ถึงบางนัดเล่นพยายามเล่นเกมรุกแต่มันไม่มีจิตนาการในการเล่น ในการเจาะแนวรับคู่ต่อสู้ ไร้ไอเดีย ยิ่งคุณภาพผู้เล่นมันไม่เวิลด์คลาส การต่อบอลมันเลยได้แค่ 4-5 จังหวะแล้วก็เสียบอลให้คู่แข่ง

3. ประการต่อมา นักเตะชุดปัจจุบันอย่าง ดาบิด เด เคอา, ป๊อกบา, เนมานย่า มาติช, ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, มาคัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์ซิยาล ฯลฯ ดูเหมือนหมดใจเล่นให้กับสโมสร ลงเล่นเหมือนเป็นแค่หน้าที่ตอบแทนค่าเหนื่อย แต่ไม่ได้เห็นหัวแฟนบอล ไม่แสดงออกถึงความกระหายในชัยชนะ ยิ่งมาเจอกับกุนซืออย่าง โซลชาร์ ที่มีบุคลิกไม่เหมาะกับแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่กระตุ้นนักเตะ นั่งๆ คุมทีมให้จบๆ แมตช์ ไม่มี “อินเนอร์” ของการเป็นกุนซือเหมือนเช่น เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือผู้ปลุก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ รวมไปถึง เป๊บ กวาร์ดิโอล่า กุนซือมือฉมังที่นำความสำเร็จมาสู่อริร่วมเมืองอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

 

4.ประการต่อมา เห็นได้ชัดว่า เด็ดดาวรุ่งของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคุณภาพฝีเท้าในระดับ “ตลาดล่าง” ไม่สมควรเล่นในพรีเมียร์ลีก ทั้ง เมสัน กรีนวู้ด, ทาฮิธ ชอง, อังเคล โกเมซ, อั๊กเซล ตวนเซเบ้ มีเพียง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ คนเดียวที่สอบผ่านมาตรฐานฝีเท้าในพรีเมียร์ลีก แถมฤดูกาลนี้ โซลชาร์ ดันขายหน้าเป้าอาชีพอย่าง โรเมลู ลูกากู ออกจากทีมแล้วไว้ใจใช้ แรชฟอร์ด เป็นหน้าเป้า สลับกับ เมสัน กรีดวู้ด ความบรรลัยก็เลยมาเยือนยอดทีมผู้เคยยิ่งใหญ่

5. ประการสุดท้าย บอร์ดบริหารแมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง เอ็ด วู้ดเวิร์ด ไร้ฝีมือในการเจรจาซื้อแข้งเวิลด์คลาสเข้าทีม แถมยังมองเรื่องของธุรกิจเป็นหลัก นักเตะดาดๆ ที่ซื้อเข้ามาราคาแพงแถมคุณภาพต่ำอย่าง เฟร็ด ดันเลือกที่จะทุ่มเงินซื้อ ส่วนนักเตะในตำแหน่งที่ต้องการมากู้วิกฤตอย่างเพลย์เมกเกอร์ และกองหน้า ระดับเวิลด์คลาส ไม่ซื้อ ปล่อยให้ทีมต้องเผชิญชะตากรรมกับวิกฤตศรัทธาจากแฟนบอลของตัวเอง

เหตุผล 5 ประการที่กล่าวมา เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ “ปีศาจแดง” ดำดิ่งสู่ “หายนะ” และคงอีกนานที่จะกลับมาเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่เหมือนในอดีต

หากยังล้อเล่นกับ “ศรัทธา” แฟนบอลตัวเองแบบนี้…!!!

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้3 ราชอาณาจักร แน่นแฟ้น ไทย-เบลเยียม-เลโซโท
บทความถัดไปรายงาน : ‘ชิมช้อปใช้-100เดียว’ กระตุ้น‘เศรษฐกิจ’ถูกทาง?