ไม่มีทรงบอล! ‘ช้างศึก’ บุกพ่าย ‘มาเลเซีย’ 1-2 ‘นิชิโนะ’ จัดตัวพลาด

ขุนพลนักเตะ “ช้างศึก” ภายใต้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ หลุดฟอร์มอย่างหนักเล่นบอลกันไม่มีทรงบุกไปพ่าย “เสือเหลือง” มาเลเซีย 1-2 ในศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 โซนเอเชีย กลุ่มจี นัดที่ 4 ที่บูกิต จาลิล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อค่ำวันที่ 14 พฤศจิกายน

3 นัดแรกของทีมชาติไทย เสมอ เวียดนาม 0-0 (เหย้า) ชนะ อินโดนีเซีย 3-0 (เยือน) และชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2-1 (เหย้า) ทำให้มี 7 แต้มจาก 3 นัด นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม

ส่วน 3 นัดของ มาเลเซีย ชนะ อินโดนีเซีย 3-2 (เยือน) แพ้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-2 (เหย้า) และแพ้ เวียดนาม 0-1 (เยือน) โดยมาเลเซีย มี 3 แต้ม จาก 3 นัด อยู่อันดับ 4 ของกลุ่ม

สถิติที่น่าสนใจก่อนลงสนาม ทีมชาติไทย ไม่เคยบุกมาเอาชนะ มาเลเซีย ที่สนามบูกิต จาลิล ได้เลยนับตั้งแต่เปิดสนามอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1998 โดย 4 ครั้งที่ทีมชาติไทยชุดใหญ่บุกมาเล่นที่บูกิต จาลิล

ปี 2004 มาเลเซีย 2-1 ไทย ซูซูกิคัพ โดยมี ซิกกี้ เฮลด์ เป็นกุนซือ
ปี 2012 มาเลเซีย 1-1 ไทย ซูซูกิคัพโดยมี วินฟรีด เชเฟอร์ เป็นกุนซือ
ปี 2014 มาเลเซีย 3-2 ไทย ซูซูกิคัพ โดยมี เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นกุนซือ
ปี 2018 มาเลเซีย 0-0 ไทย ซูซูกิคัพ โดยมี มิโลวาน ราเยวัช เป็นกุนซือ

อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่นที่ได้รับคำชมอย่างมากจากนัดที่เอาชนะ ยูเออี มาได้ 2-1 จัดตัวแปลกๆ ในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน กองหลังจากขวาไปซ้าย ทริสตอง โด, มานูเอล ทอม เบียรห์, เอเลียต ดอเลาะ, กรกช วิริยะอุดมศิริ กองกลางตัวรับ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล กับ สารัช อยู่เย็น กองกลางตัวรุกซ้าย สุภโชค สารชาติ ตัวรุกขวา เอกนิษฐ์ ปัญญา, ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองหน้าตัวเป้า “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา

โดยนิชิโนะ ตัดสินใจดร็อป ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่เล่นปราการหลังตัวกลางได้อย่างดีมาตลอด เช่นเดียวกับดร็อป นิติพงษ์ เสลานนท์ ที่เล่นได้ดีมาตลอดแล้วส่ง ทริสตอง โด ลงมาเล่นฝั่งขวา

เริ่มเกมมาได้แค่ 7 นาที เอกนิษฐ์ ปัญญา หลุดไปสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ สอดมายิงบอลเข้าไปให้ ไทย ขึ้นนำ มาเลเซีย 1-0 และถือเป็น ประตูแรกของ “เจ” ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกครั้งนี้

นาทีที่ 10 มาเลเซีย ได้ลุ้นประตูตีเสมอ เมื่อ โมฮามาดู ซูมาเรห์ จ่ายบอลตัดแนวรับไทย ให้ ซยาฟิก อาห์หมัด หลุดไปยิงด้วยขวา แต่บอลตรงตัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

จากนั้นนาที 26 มาเลเซีย มาได้ประตูตีเสมอทีมชาติไทย 1-1 ซยาเมอร์ คุตตี้ หลุดไปสุดเส้นหลัง ก่อนเปิดเรียดไปหน้าประตูให้ แบรนดอน กัน แปด้วยซ้ายส่งบอลตุงตาข่าย

ทำให้หมดครึ่งแรก มาเลเซีย เสมอ ไทย อยู่ 1-1

ครึ่งหลังเริ่มมาได้ 3 นาที มาเลเซีย ได้ลูกเตะมุม ซาฟารี ราชิด เปิดบอลไปเสาแรกให้ ลาแวร์ คอร์บิน-ออง สอดมาโหม่งบอลหลุดกรอบนิดเดียว

นาทีที่ 51 ไทย ได้ลุ้นประตู เมื่อ เอกนิษฐ์ ปัญญา ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนหาจังหวะยิงด้วยซ้าย แต่ ไครูลาซาน คาลิด นายทวาร มาเลเซีย พุ่งปัดทิ้งได้

นาทีที่ 56 มาเลเซีย บุกขึ้นมา แบรนดอน กัน ตักบอลข้ามแนวรับ ไทย ให้ โมฮามาดู ซูมาเรห์ ยิงเต็มข้อจังหวะเดียวตุงตาข่ายพา “เสือเหลือง” พลิกนำ 2-1

นาทีที่ 73 มาเลเซีย ได้สวนกลับเร็ว ซาฟารี ราชิด เลี้ยงหลบ เอเลียส ดอเลาะ ก่อนยิงด้วยซ้าย แต่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ยังปัดบอลออกหลังได้

นาทีที่ 76 มาเลเซีย ได้ฟรีคิกระยะ 30 หลา ซาฟารี ราชิด ตะบันด้วยซ้าย แต่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ยังปัดบอลทิ้งได้

นาทีที่ 81 ไทย พลาดโอกาสตีเสมอ เมื่อ กรกช วิริยะอุดมศิริ เปิดบอลให้ สุภโชค สารชาติ เอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยขวา แต่ ไครูลาซาน คาลิด จอมหนึบ มาเลเซีย ยังพุ่งปัดไว้ได้

จากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม ไทย บุกแพ้ มาเลเซีย ไป 1-2

“ช้างศึก” เตะไปแล้ว 4 นัด มี 7 แต้มเท่าเดิม

นัดต่อไปทีมชาติไทยจะบุกไปเยือนเวียดนามวันที่ 19 พฤศจิกายน ลงสนามเวลา 19.45 น.

 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้‘ประมงนคร​ปฐม’​ แจงปมจระเข้หลุดลงแหล่งน้ำสาธารณะ จ่อหารือเจ้าของฟาร์มหาแนวทางป้องกันเข้ม
บทความถัดไปผวา!! ชาวบ้านผวางูเหลือมยาว 4 ม.นอนขดใต้ตอซังข้าว