‘นุศรา’ เจ็บ! ลูกยางสาวไทยปราบคาซัคสถาน 3-1 มาตามนัดฉะ ‘เกาหลีใต้’ รอบชิงตั๋ว อลป.

ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ชนะ คาซัคสถาน 3-1 เซต 25-21, 25-20, 24-26 และ 25-21 ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ศึก “เอสโคล่า” วอลเลย์บอลหญิง “โตเกียว 2020” รอบคัดเลือกโซนเอเชีย ที่สนามชาติชาย ฮอลล์ จ.นครราชสีมา เมื่อค่ำวันที่ 11 มกราคม

สำหรับ “โค้ชด่วน” ดนัย ศรีวัชรเมธากุล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย จัดทัพผู้เล่น 6 คนแรกดังนี้ ปลื้มจิตร์ ถินขาว (5), อรอุมา สิทธิรักษ์ (6), นุศรา ต้อมคำ (13-กัปตัน), พิมพิชยา ก๊กรัมย์ (16), ชัชชุอร โมกศรี (19), ฑิชากร บุญเลิศ (24) และ ปิยะนุช แป้นน้อย (2) เป็นตัวรับอิสระ

เซตที่ 1 ช่วงต้นทั้งสองทีมต่างทำแต้มเบียดสูสี โดยทีมไทยเป็นฝ่ายขึ้นนำ 8-7 ในช่วงเวลานอกทางเทคนิคครั้งแรก จากนั้นไทยมีปัญหาเรื่องรับเสิร์ฟจนตกเป็นฝ่ายตามหลัง 11-13 ต่อมาปลื้มจิตร์กับนุศราทะยานขึ้นบล็อกให้ทีมไทยแซงขึ้นนำ 15-14 ซึ่งปลื้มจิตร์ยังเสิร์ฟเอซให้ไทยขึ้นนำ 18-15

คาซัคสถานซึ่งมีบล็อกสูงใหญ่ใช้ความเหนียวแน่นเข้าสู้ จนทีมไทยต้องออกแรงตบหลายครั้งกว่าจะได้แต่ละแต้ม จากนั้นชัชชุอรมีจังหวะโชว์ความหลักแหลม เคาะลงช่องว่างให้ไทยนำ 22-18 ต่อมาไทยส่งวิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ (10) ลงสนามขณะไทยนำ 23-19 แต่ทว่าคาซัคสถานยังไม่ยอมง่ายๆ ขึ้นบล็อกทำแต้มจนไล่บี้มาเป็น 21-24 ทำให้ไทยต้องรีบขอเวลานอกแก้เกมเป็นครั้งที่ 2 สุดท้าย ปลื้มจิตร์ ทะยานตบบอลเร็วให้ไทยชนะเซตแรกด้วยสกอร์ 25-21

เซตที่ 2 เริ่มต้นเซตนี้ คาซัคสถานเกมรุกดีขึ้น โดยเฉพาะเกมเสิร์ฟที่ทำได้ดุดัน เก็บแต้มติดๆ กัน รวมถึงมีจังหวะเสิร์ฟเอซจนขึ้นนำไทย 5-3 จากนั้นคาซัคสถานซึ่งใช้จุดเด่นความสูงใหญ่ขึ้นตบหน้าเน็ตเก็บแต้มหนีเป็น 11-7 ต่อมาฑิชากร บุญเลิศเสิร์ฟเอซให้ไทยไล่เป็น 10-12 จากนั้นฑิชากรรวมพลังกับชัชชุอรขึ้นบล็อกให้ทีมไทยตีเสมอเป็น 18-18 และมีการส่งมลิกา กันทอง (15) ลงเล่นแทนอรอุมา ซึ่งพิมพิชยาก็สามารถตบให้ไทยแซงนำ 19-18 และเกมบุกของคาซัคสถานเริ่มเสียศูนย์ และสุดท้ายเป็นชัชชุอรเสิร์ฟเอซให้ไทยปิดเซต 2 ด้วยสกอร์ 25-20

เซตที่ 3 คาซัคสถานออกตัวช่วงต้นเซตได้ดีกว่า ทั้งเกมรุกและเกมรับ ทั้งเสิร์ฟเอซและขึ้นบล็อกรัวๆ จนขึ้นนำไทย 9-4 จนทีมไทยส่งมลิกากลับลงสนามอีกครั้ง รูปเกมไทยยังคงเป็นรองเล็กน้อย มีจังหวะเสิร์ฟเสียประปราย แต่ได้นุศราเสิร์ฟเอซช่วยไทยตีตื้นเป็น 8-11 โดยเกมกลับมาสูสีอีกครั้ง ต่อด้วยพิมพิชยาเสิร์ฟเอซให้ไทยตีเสมอ 14-14 แต่คาซัคสถานเร่งเครื่องเสิร์ฟเอซหนีไทยเป็น 17-14

ทีมไทยมีปัญหาเรื่องรับเสิร์ฟจนตั้งเกมรุกได้ลำบาก รวมถึงตีติดบล็อกจนเสียแต้ม ทำให้ตามหลังเป็น 17-21 โดยทีมไทยส่งวิลาวัณย์ลงสนามขณะตามหลัง 18-22 ซึ่งวิลาวัณย์เสิร์ฟดีจนคาซัคสถานรับล้นข้ามเน็ต และเป็นทีมไทยฉวยโอกาสตบเร็วตีตื้นเป็น 20-22 และวิลาวัณย์ยังทำได้ดีเสิร์ฟเอซให้ไทยจี้เป็น 21-22 ก่อนที่ไทยจะตบทัชเอาต์ตีเสมอเป็น 24-24 แต่สุดท้ายคาซัคสถานใช้ลูกเสิร์ฟที่รุนแรงปิดเซตนี้ไปด้วยสกอร์ 26-24 ตีตื้นเป็น 1-2 เซต

เซต 4 ต้นเซตยังคงมีความสูสี แต่เป็นไทยที่ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย โดยอรอุมาตบไล่เส้นให้ทีมไทยขึ้นนำ 5-3 และส่งพรพรรณ เกิดปราชญ์ (3) ลงมาเป็นตัวเซตแทนนุศราที่มีอาการเจ็บข้อเท้าจากจังหวะลงพื้นตอนขึ้นบล็อก ส่วนในสนามพรพรรณและปลื้มจิตร์ขึ้นบล็อกให้ทีมไทยขึ้นนำ 12-10 จากนั้นพิมพิชยาทะยานตบให้ไทยหนีเป็น 16-14 ต่อมาไทยส่งวิลาวัณย์ลงสนามแทนอรอุมาขณะไทยนำ 19-15

จากนั้นคาซัคสถานเริ่มทำเกมรับได้เหนียวแน่น ขึ้นบล็อกทำแต้มไล่จี้ไทยเป็น 17-19 แต่พิมพิชยาก็ขึ้นตบทัชเอาต์ให้ไทยหนีห่างเป็น 21-18 และชนะไป 25-21 ทำให้ไทยชนะไป 3-1 เซต 25-21, 25-20, 24-26, 25-21

โดยผู้ที่ทำแต้มสูงสุดให้กับไทยในแมตช์นี้คือ พิมพิชยา ก๊กรัมย์ กดไปมากถึง 29 คะแนน รองลงมาคือ อรอุมา สิทธิรักษ์ 17 คะแนน

สำหรับผลรอบรองชนะเลิศอีกคู่ในวันเดียวกัน เกาหลีใต้ แซงชนะ ไต้หวัน 3-1 เซต 18-25, 25-9, 25-15 และ 25-14 ซึ่งเกมนี้ คิม ยอน คยอง ตัวตบหมายเลข 10 คนสำคัญของทีมไม่ไ้ด้ลงสนาม เนื่องจากมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อท้องสะสมจากรอบแบ่งกลุ่มกับคาซัคสถานเมื่อวันที่ 9 มกราคม

ส่งผลให้ทีมไทยผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับเกาหลีใต้ ในวันที่ 12 มกราคม เวลา 18.00 น. เพื่อแย่งชิงตั๋วใบสุดท้ายโซนเอเชียของศึกโอลิมปิก 2020 ส่วนรอบชิงอันดับ 3 ระหว่างไต้หวันกับคาซัคสถานจะแข่งในวันเดียวกัน เวลา 15.30 น.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อนุพงษ์’ ส่งพวงหรีดเหยื่อโจรปล้นร้านทองลพบุรี (คลิป)
บทความถัดไป‘ปลานิลฉู่ฉี่แห้ง’ ร่างจำแลงของผัดพริกขิง โดย กฤช เหลือลมัย (คลิป)